หน้าหลัก > ความรู้ > แหล่งเงินทุน > สินเชื่อออนไลน์ถูกกฎหมาย: สมัครให้ผ่านไว ปลอดภัย โปร่งใส และคุมต้นทุนจริง
หน้าหลัก > ความรู้ > แหล่งเงินทุน > สินเชื่อออนไลน์ถูกกฎหมาย: สมัครให้ผ่านไว ปลอดภัย โปร่งใส และคุมต้นทุนจริง
เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 12 กุมภาพันธ์ 2569
การขอ สินเชื่อออนไลน์ กลายเป็นทางเลือกสำคัญของผู้ประกอบการในปี 2569 เพราะช่วยลดเวลาการเดินเอกสารและติดตามสถานะได้สะดวก อย่างไรก็ตาม “ออนไลน์” ไม่ได้แปลว่า “ถูกกฎหมาย” เสมอไป ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงค้นหาคำว่า สินเชื่อออนไลน์ถูกกฏหมาย เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังเลือกแหล่งเงินทุนที่ตรวจสอบได้ โปร่งใส และไม่เสี่ยงถูกหลอกให้โอนเงินล่วงหน้า
บทความนี้จัดทำเพื่อ ช่วยคุณเทียบตัวเลือกสินเชื่อออนไลน์ที่พบได้บ่อยสำหรับ สินเชื่อเพื่อ SME, สินเชื่อเพื่อธุรกิจ, และ สินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักประกัน พร้อมเกณฑ์เลือกให้เหมาะกับ “รอบเงิน” ของกิจการ และปิดท้ายด้วยขั้นตอนสมัครแบบ Transactional สำหรับผู้ที่พร้อมยื่นจริง
บทความที่เกี่ยวข้อง เช็กคุณสมบัติ | เช็คลิสเอกสาร | ทุนหมุนเวียนสำหรับ SME | ออนไลน์ ธนาคาร vs Non-Bank: ใครเหมาะกับใคร?
ในเชิงใช้งาน สินเชื่อออนไลน์ หมายถึงสินเชื่อที่อนุญาตให้ผู้สมัครทำกระบวนการสำคัญผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น สมัคร ยืนยันตัวตน (e-KYC) อัปโหลดเอกสาร ติดตามสถานะ และรับสัญญาหรือเงื่อนไขผ่านระบบของผู้ให้บริการ
ส่วน สินเชื่อออนไลน์ถูกกฏหมาย ควรมีคุณสมบัติสำคัญ 3 ด้าน
ตรวจสอบผู้ให้บริการได้: มีชื่อบริษัท/นิติบุคคลชัดเจน มีที่อยู่และช่องทางติดต่อทางการ และอยู่ภายใต้การกำกับที่ตรวจสอบได้ (เช่น ระบบตรวจใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย)
เปิดเผยข้อมูลโปร่งใส: แสดงอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขผิดนัด และให้คุณอ่านสัญญาได้ก่อนกดยอมรับ
ไม่ใช้พฤติกรรมหลอกลวง: ไม่ขอ OTP/รหัสผ่านธนาคาร และไม่ให้โอน “ค่าดำเนินการล่วงหน้า” เข้าบัญชีบุคคล ซึ่งเป็นรูปแบบหลอกลวงที่ธปท. เตือนผู้บริโภคบ่อยครั้ง
สำหรับผู้กำลังเริ่มหาข้อมูลเรื่องเงินกู้ธุรกิจ อ่านเพิ่มเติมสรุปภาพรวมด้านแหล่งเงินทุน และ แนวทางขอสินเชื่อธุรกิจsme
หัวใจของการเลือกสินเชื่อออนไลน์ให้คุ้ม คือ “เลือกให้ตรงโจทย์การใช้เงิน” ไม่ใช่เลือกจากคำว่าอนุมัติไวเพียงอย่างเดียว โดยตัวเลือกที่ SME พบได้บ่อยมีดังนี้
1) วงเงินหมุนเวียน/OD ออนไลน์ (เน้นเงินทุนหมุนเวียน)
เหมาะกับธุรกิจที่มีรายรับเข้าเป็นรอบสม่ำเสมอ ต้องการกันวงเงินไว้ใช้เฉพาะช่วงเงินตึง และมีวินัย “เงินเข้าแล้วโปะ” เพื่อคุมดอกเบี้ยตามวันถือเงินจริง
2) สินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักประกันแบบผ่อนชำระ (Term Loan/Business Loan ออนไลน์)
เหมาะกับกิจการที่ต้องการเงินก้อนสำหรับใช้จ่ายที่ค่อนข้างชัด เช่น เติมสต๊อก ขยายกำลังผลิต หรือปรับปรุงร้าน โดยต้องระวังไม่ให้ค่างวดไปเบียดเงินหมุนเวียนเกินไป
3) Factoring/Invoice Funding ออนไลน์ (แปลงลูกหนี้เป็นเงินสด)
เหมาะกับ B2B ที่มีใบแจ้งหนี้และหลักฐานส่งมอบครบ แต่ลูกค้าชำระช้า 30–60 วัน เครื่องมือนี้ช่วยให้รอบเงินเร็วขึ้น ลดการไปพึ่งสินเชื่อราคาแพงในช่วงรอเงินเข้า
4) วงเงินธุรกิจดิจิทัล (พิจารณาจากข้อมูลออนไลน์/ยอดขาย/การรับชำระ)
เหมาะกับร้านค้าที่มีข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลชัด เช่น รับชำระผ่านระบบออนไลน์/แพลตฟอร์ม ทำให้ผู้ให้บริการประเมินได้เร็วขึ้น
เกณฑ์เลือกแบบสรุป:
โจทย์ “หมุนเวียน” → OD/วงเงินหมุน
โจทย์ “รอเงินจากลูกค้า” → Factoring/Invoice Funding
โจทย์ “ลงทุน/ขยาย” → Term/ผ่อนชำระ
ข้อมูลดิจิทัลชัด → วงเงินธุรกิจดิจิทัล
การเทียบแบบนี้ช่วยให้คุณตอบคำถามสำคัญได้ตั้งแต่ต้นว่า “เงินนี้จะคืนจากกระแสเงินสดไหน” ซึ่งเป็นสาระหลักของสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่พิจารณาอย่างมีระบบ
สรุปข้อมูลพื้นฐานและทางเลือกจากคู่มือฉบับเต็มสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่ใช้หลักประกัน และ แนวทางสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์ในปี 2569
สมมติธุรกิจค้าส่งขนาดเล็กมีรอบเงินดังนี้:
เงินเข้าเฉลี่ย 520,000 บาท/เดือน
ลูกค้าชำระเฉลี่ย 45 วัน (B2B)
ค่าใช้จ่ายคงที่ 210,000 บาท/เดือน และต้องสำรองค่าวัตถุดิบก่อนส่งของ
แนวคิดการเลือกที่เหมาะสม
หากติดรอเงิน 45 วันซ้ำ ๆ การใช้ Invoice Funding/Factoring ออนไลน์ อาจเหมาะกว่า “กู้เงินก้อน” เพราะแก้ที่ต้นเหตุคือ “เงินจมในลูกหนี้”
หากต้องการกันวงเงินเผื่อเดือนที่ยอดขายแกว่ง ให้ใช้ วงเงินหมุนเวียน/OD ออนไลน์ โดยตั้งกติกาว่า “เงินเข้าแล้วโปะ” เพื่อคุมต้นทุนตามวันถือเงินจริง
หากต้องซื้อเครื่องมือ/ลงทุนที่สร้างรายได้หลายเดือน ค่อยใช้ สินเชื่อผ่อนชำระ เพื่อให้ค่างวดสัมพันธ์กับประโยชน์การลงทุน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (ใส่เพื่อ Information Gain)
เอาสินเชื่อผ่อนยาวไปแก้เงินหมุนรายวัน → ค่างวดบีบกระแสเงินสด
ใช้วงเงินหมุนเต็มวงต่อเนื่อง → ต้นทุนรวมสูงกว่าที่คาด
ไม่คุมเอกสารลูกหนี้ให้ครบ → ทำ Factoring ไม่ผ่าน
เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากแอปปลอม/เพจสวมรอย ให้ทำ “เช็ก 3 ชั้น” ดังนี้
ชั้นที่ 1: ตรวจใบอนุญาต/การกำกับผ่าน BOT License Check
ธปท. มีระบบ BOT License Check สำหรับตรวจข้อมูลใบอนุญาตหรือใบขึ้นทะเบียนของธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับ (เช่น P-Loan, Nano Finance ฯลฯ) และสามารถดาวน์โหลดผลการตรวจเป็นหลักฐานได้
ชั้นที่ 2: ถ้าอ้างว่าเป็นสินเชื่อดิจิทัล ให้ตรวจรายชื่อผู้ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล
ธปท. เผยแพร่รายชื่อผู้ให้บริการและอธิบายความหมายของสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัลไว้อย่างชัดเจน
(สำหรับธุรกิจ: หลักคิดเดียวกันคือ “ต้องตรวจสอบได้” และมีหน่วยงานกำกับ/ข้อมูลบริษัทชัด)
ชั้นที่ 3: ตัด Red Flags ที่พบบ่อย
ธปท. เตือนเรื่องการหลอกกู้เงินออนไลน์ เช่น ชวนกดลิงก์จาก SMS/ไลน์ แล้วเรียกเก็บค่าธรรมเนียมก่อน แต่ไม่ปล่อยเงินจริง รวมถึงการเร่งให้กรอกข้อมูลและโอนเงิน
หากพบพฤติกรรมต่อไปนี้ ให้หยุดทันที:
ให้โอนค่าดำเนินการล่วงหน้าเข้าบัญชีบุคคล
ขอ OTP/รหัสผ่าน/ให้แชร์หน้าจอธนาคาร
ไม่ยอมให้ดูสัญญา/อัตราดอก/ค่าปรับก่อนกดยอมรับ
แม้จะเป็นสินเชื่อออนไลน์ ระบบยังต้อง “อ่านธุรกิจ” จากข้อมูลจริง ดังนั้นผู้ประกอบการควรเตรียม “แพ็กเอกสารดิจิทัล” ให้จบในครั้งเดียว ได้แก่
Statement บัญชีธุรกิจ 6–12 เดือน (เน้นความสม่ำเสมอของเงินเข้า-ออก)
เอกสารรายได้/ภาษี/ใบกำกับ/สัญญา/PO (ตามรูปแบบธุรกิจ)
สรุปลูกหนี้-เจ้าหนี้ และรอบรับ-จ่าย (ช่วยอธิบายรอบเงิน)
กรณี Factoring: ใบแจ้งหนี้ + หลักฐานส่งมอบ
“สรุป 1 หน้า” ตอบ 3 คำถาม: ใช้ทำอะไร / ถือเงินกี่วัน / คืนจากเงินเข้าไหน
เอกสารที่จัดระเบียบดีมักทำให้การพิจารณาเร็วขึ้น เพราะลดการถามซ้ำ และทำให้เห็นความสามารถในการบริหารเงินสดอย่างชัดเจน
จุดที่ทำให้หลายกิจการ “กู้ได้แต่ไม่คุ้ม” คือดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ย แต่ละเลยค่าธรรมเนียมและเงื่อนไขที่ทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้น หลักคิดที่ควรใช้คือ “ต้นทุนรวมจริงต่อวันถือเงิน”
สำหรับวงเงินหมุน/OD: โฟกัส “จำนวนวัน” ที่ดึงเงินมาใช้ เพราะดอกคิดตามวันจริง หากคุณดึงเท่าที่จำเป็นและโปะทันทีเมื่อเงินเข้า ต้นทุนจะลดลงมากโดยไม่ต้องต่อรองดอก
สำหรับ Factoring: แม้มีค่าธรรมเนียม แต่ถ้าทำให้วงจรเงินสดเร็วขึ้นจนลดการใช้วงเงินแพง/ลดงานสะดุด ผลลัพธ์อาจคุ้มกว่า
สำหรับสินเชื่อผ่อนชำระ: ควรใช้กับ “ลงทุน” ที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง ไม่ควรเอามาแก้เงินหมุนรายวันจนค่างวดบีบกระแสเงินสด
ก่อนสมัคร: ตรวจชื่อบริษัทในระบบกำกับ + ไม่โอนเงินล่วงหน้า + อ่านสัญญา/ต้นทุนรวมก่อนกดรับ เมื่อคุณเทียบตัวเลือกและตรวจความถูกกฎหมายแล้ว ขั้นตอนสมัครที่แนะนำมีลำดับดังนี้
เลือกประเภทสินเชื่อให้ตรงโจทย์ (หมุนเวียน/รอลูกหนี้/ลงทุน)
เช็กผู้ให้บริการในระบบตรวจใบอนุญาต ก่อนส่งข้อมูลส่วนบุคคล
ทำ e-KYC และอัปโหลดเอกสารเป็นชุดเดียว ลดรอบการแก้ไข
ตอบคำถามให้สั้นและชัด: ใช้เงินทำอะไร / ถือเงินกี่วัน / คืนจากไหน
อ่านสัญญาและต้นทุนรวมก่อนกดรับ และเก็บสำเนาสัญญาไว้เสมอ
ตั้งวินัยการชำระทันที (โดยเฉพาะวงเงินหมุน: วันเงินเข้า = วันโปะ)
1) สินเชื่อออนไลน์ถูกกฏหมายดูอย่างไร?
ควรตรวจสอบชื่อผู้ให้บริการ/นิติบุคคล ช่องทางติดต่อ และตรวจสถานะการกำกับหรือใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนสมัครทุกครั้ง
2) สินเชื่อออนไลน์สำหรับ SME ต่างจากสินเชื่อส่วนบุคคลอย่างไร?
สินเชื่อเพื่อ SME/สินเชื่อเพื่อธุรกิจมักพิจารณาจากกระแสเงินสดของกิจการและวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลเน้นความสามารถชำระหนี้ของบุคคลเป็นหลัก
3) ธุรกิจไม่มีหลักประกัน ควรเริ่มจากตัวเลือกใด?
เริ่มจากผลิตภัณฑ์ที่ตรงรอบเงิน เช่น วงเงินหมุนเวียนสำหรับเงินทุนหมุน หรือ Invoice Funding หากมีลูกหนี้การค้าที่ชัดเจน
4) สมัครสินเชื่อออนไลน์แล้วต้องโอนค่าธรรมเนียมก่อนหรือไม่?
โดยหลักไม่ควรโอนเงินล่วงหน้าเข้าบัญชีบุคคลเพื่อแลกกับการอนุมัติ หากพบรูปแบบนี้ควรหยุดและตรวจสอบความน่าเชื่อถือเพิ่มเติม
5) เอกสารบาง (Thin-file) ทำอย่างไรให้อนุมัติไวขึ้น?
จัดชุดข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เช่น statement 6–12 เดือน เอกสารรายได้/ภาษี และสรุป 1 หน้าเรื่องการใช้เงินและแผนคืนเงินจากกระแสเงินสด
6) เลือกวงเงินอย่างไรไม่ให้ผ่อนหนักเกินไป?
ควรกำหนดวงเงินให้สัมพันธ์กับรอบเงินและความสามารถทำกำไร โดยหลีกเลี่ยงการกู้เกินจำเป็นและตั้งแผนโปะเมื่อเงินเข้า
7) ทำไมบางสินเชื่อดอกเบี้ยดูต่ำ แต่ต้นทุนจริงสูง?
เพราะอาจมีค่าธรรมเนียม วิธีคิดดอกเบี้ย และเงื่อนไขเบิกใช้ที่ทำให้ “ต้นทุนรวม” สูงขึ้น ควรพิจารณาต้นทุนจริง (EIR) ร่วมด้วย
8) หากพร้อมสมัคร ควรเริ่มทำอะไรเป็นอันดับแรก?
เริ่มจากตรวจสอบผู้ให้บริการว่าเป็นสินเชื่อออนไลน์ถูกกฎหมาย เตรียมเอกสารให้ครบ แล้วค่อยยื่นผ่านช่องทางทางการเพื่อความปลอดภัย
สำหรับผู้ประกอบการในปี 2569 การเลือก สินเชื่อออนไลน์ถูกกฏหมาย ไม่ใช่เพียงเรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่อง “ต้นทุนทางการเงิน” ด้วย เพราะสินเชื่อที่โปร่งใสจะทำให้คุณเห็นเงื่อนไขทั้งหมดก่อนตัดสินใจ และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับรอบเงินของกิจการได้จริง
• กลับไปหน้าแม่ แหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจ | เช็กคุณสมบัติ | เช็คลิสเอกสาร
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Account