สินเชื่อเพื่อธุรกิจแบบมีหลักประกัน
สินเชื่อเพื่อธุรกิจแบบมีหลักประกัน
เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 19 กรกฎาคม 2569
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือสินเชื่อที่ผู้ขอนำทรัพย์สินหรือสิทธิบางประเภทมาใช้เป็นหลักประกันประกอบการขอวงเงิน เช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน โกดัง ห้องชุด เงินฝาก เครื่องจักร หรือลูกหนี้การค้า โดยผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาทั้งมูลค่าหลักประกันและความสามารถชำระหนี้ของกิจการก่อนกำหนดวงเงิน อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาชำระ และเงื่อนไขการเบิกใช้
อย่างไรก็ตาม การมีทรัพย์มูลค่าสูงไม่ได้หมายความว่าจะได้รับวงเงินเท่ากับราคาทรัพย์ทั้งหมด เพราะผู้ให้สินเชื่อยังตรวจรายได้ กระแสเงินสด ภาระหนี้และภาระผูกพันเดิม ประวัติเครดิต วัตถุประสงค์การใช้วงเงิน และความสามารถชำระในเดือนที่ยอดขายลดลงด้วย
จากประสบการณ์ที่ดิฉันใช้ตรวจข้อมูลเบื้องต้น วงเงินที่มีโอกาสได้รับจริงมักถูกจำกัดด้วย 4 เรื่องพร้อมกัน ได้แก่
เพดานจากราคาประเมินหลักทรัพย์
ภาระเดิมที่ผูกอยู่กับทรัพย์
วงเงินที่กระแสเงินสดของกิจการรองรับ
วัตถุประสงค์และเพดานของผลิตภัณฑ์สินเชื่อ
หลักทรัพย์จึงช่วยกำหนด “เพดานวงเงิน” ส่วนกระแสเงินสดช่วยตอบว่า “กิจการสามารถชำระวงเงินนั้นได้จริงเพียงใด”
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่เหมาะสมจึงไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “ทรัพย์ชิ้นนี้ได้วงเงินเท่าไร” เพียงอย่างเดียว แต่ควรตอบให้ได้พร้อมกันว่า “จะนำวงเงินไปใช้ทำอะไร จะสร้างรายได้กลับมาเมื่อใด และรายรับส่วนใดจะนำมาชำระคืน
ผู้ค้นหาคำว่า “สินเชื่อมีหลักทรัพย์” อาจพบทั้งสินเชื่อบ้านแลกเงินสำหรับบุคคลและสินเชื่อสำหรับธุรกิจ จึงควรแยกวัตถุประสงค์ให้ชัดก่อนเปรียบเทียบ
บ้านแลกเงินมักเป็นสินเชื่อที่บุคคลธรรมดานำบ้าน ที่ดิน หรือห้องชุดมาเป็นหลักประกัน ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณารายได้ ภาระหนี้ และความสามารถชำระของบุคคล โดยวัตถุประสงค์การใช้เงินอาจมีความยืดหยุ่นตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์
สินเชื่อธุรกิจมีวัตถุประสงค์เชื่อมโยงกับกิจการ เช่น
ซื้อที่ดินหรือสถานประกอบการ
ก่อสร้างหรือต่อเติมโรงงาน
ซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์
ขยายสาขาหรือรีโนเวตกิจการ
เสริมเงินทุนหมุนเวียน
รองรับสัญญางานหรือโครงการ
รีไฟแนนซ์หนี้ธุรกิจเดิม
ผู้ให้สินเชื่อจึงตรวจทั้งทรัพย์ที่นำมาค้ำ งบการเงิน รายการเดินบัญชีหรือ Statement ภาษี ภาระหนี้ ลูกค้าหลัก สัญญางาน และกระแสเงินสดของกิจการ ไม่ได้ประเมินจากรายได้ส่วนบุคคลเพียงอย่างเดียว
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ใช้มูลค่าทรัพย์ประกอบการกำหนดวงเงิน ส่วนสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์จะให้น้ำหนักกับรายรับผ่านบัญชี กระแสเงินสด เครดิต และความสามารถชำระของกิจการมากกว่า
จากเคสที่ดิฉันเคยตรวจ ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ “มีทรัพย์แล้วต้องได้วงเงินสูง” หรือ “ไม่มีทรัพย์แล้วขอสินเชื่อไม่ได้” ทั้งสองกรณีไม่จริงเสมอไป เพราะท้ายที่สุดผู้ให้สินเชื่อยังต้องตรวจว่าธุรกิจมีแหล่งชำระคืนเพียงพอหรือไม่
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์มักเหมาะกับการลงทุนขนาดใหญ่หรือการใช้วงเงินระยะยาว เช่น ซื้อที่ดิน สร้างโรงงาน ซื้อเครื่องจักร หรือรีไฟแนนซ์หนี้เดิม ส่วนแบบไม่มีหลักทรัพย์อาจเหมาะกับกิจการที่มีรายรับผ่านบัญชีสม่ำเสมอ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน และไม่ต้องการนำทรัพย์ไปผูกกับภาระสินเชื่อ
ตัวอย่างที่พบได้คือธุรกิจบริการบางรายแทบไม่มีสินทรัพย์ถาวร แต่มีรายรับจากลูกค้าประจำเข้าบัญชีทุกเดือน ทำให้มีข้อมูลกระแสเงินสดสำหรับประเมินวงเงินชัดกว่ากิจการที่มีที่ดินมูลค่าสูงแต่ยอดขายไม่สม่ำเสมอ
กรณีต้องการศึกษาทางเลือกอีกด้าน สามารถอ่านรายละเอียดในหน้า สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ประเภททรัพย์ที่รับพิจารณาขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อ ไม่ใช่ทุกแห่งจะรับทรัพย์เหมือนกัน แม้จะเป็นทรัพย์ประเภทเดียวกัน มูลค่าที่นำไปคำนวณวงเงินก็อาจแตกต่างตามทำเล สภาพ อายุ เอกสาร และความสามารถในการขายต่อ
เวลาตรวจทรัพย์เบื้องต้น ดิฉันจะเริ่มจาก 3 คำถาม
กรรมสิทธิ์และเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ชัดเจนหรือไม่
หากจำเป็นต้องจำหน่าย มีตลาดรองรับทรัพย์หรือไม่
มีค่าใช้จ่ายหรือข้อจำกัดในการเปลี่ยนทรัพย์เป็นเงินมากเพียงใด
ทรัพย์ที่พบได้บ่อย ได้แก่ ที่ดินเปล่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง อาคารพาณิชย์ สำนักงาน โรงงาน โกดัง ห้องชุด โรงแรม รีสอร์ต และอาคารให้เช่า
การประเมินไม่ได้ดูเพียงขนาดพื้นที่หรือราคาประกาศขาย แต่ยังตรวจเรื่องต่อไปนี้
ประเภทและความสมบูรณ์ของเอกสารสิทธิ
ทางเข้า–ออกและสภาพถนน
รูปร่างและขนาดแปลง
ทำเลและสภาพแวดล้อม
การใช้ประโยชน์ตามข้อกำหนด
อายุและสภาพสิ่งปลูกสร้าง
ภาระจำนองหรือภาระที่จดทะเบียนไว้
ผู้ถือกรรมสิทธิ์และกรรมสิทธิ์ร่วม
ตลาดซื้อขายทรัพย์ในบริเวณนั้น
เคสหนึ่งเจ้าของกิจการประเมินที่ดินไว้ประมาณ 12 ล้านบาทจากราคาประกาศขายของแปลงใกล้เคียง แต่ทรัพย์มีทางเข้าแคบและรูปแปลงไม่สม่ำเสมอ ราคาประเมินจึงต่ำกว่าที่วางแผนไว้ค่อนข้างมาก ทำให้ต้องปรับทั้งวงเงินและขนาดโครงการใหม่
ราคาซื้อ ราคาประกาศขาย และราคาประเมินเพื่อสินเชื่อจึงไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน
เงินฝากประจำหรือสิทธิในบัญชีเงินฝากอาจใช้เป็นหลักประกันได้ในบางผลิตภัณฑ์ เนื่องจากมีมูลค่าชัดและเปลี่ยนเป็นเงินได้ง่ายกว่าทรัพย์ประเภทอื่น
ขั้นตอนประเมินมักไม่ซับซ้อนเท่าอสังหาริมทรัพย์ แต่เงินฝากส่วนที่นำไปค้ำอาจถูกกันไว้หรือติดข้อจำกัดการถอนตามเงื่อนไขของสัญญา ผู้ประกอบการจึงควรคำนวณทั้งดอกเบี้ยสินเชื่อและสภาพคล่องที่สูญเสียจากการนำเงินฝากไปผูกไว้
เครื่องจักรอาจใช้ประกอบการขอวงเงินได้ แต่ผู้ให้สินเชื่อมักตรวจมากกว่าราคาซื้อ ได้แก่
ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขเครื่อง
ปีผลิตและอายุใช้งาน
ใบซื้อและหลักฐานกรรมสิทธิ์
สภาพและประวัติการบำรุงรักษา
สถานที่ติดตั้ง
ความเฉพาะทางของเครื่อง
ตลาดเครื่องจักรมือสอง
ต้นทุนรื้อถอนและเคลื่อนย้าย
กรณีที่พบได้บ่อยคือเครื่องจักรซื้อใหม่ 10 ล้านบาท แต่ราคาดังกล่าวรวมค่าขนส่ง งานฐาน ระบบไฟ และค่าติดตั้ง ผู้ประเมินอาจให้มูลค่าเฉพาะตัวเครื่องที่ถอดและขายต่อได้ ทำให้มูลค่าหลักประกันต่ำกว่าต้นทุนโครงการ
เครื่องจักรที่ใช้ได้เฉพาะโรงงานหนึ่งหรือแทบไม่มีตลาดมือสอง มักประเมินยากกว่าเครื่องรุ่นมาตรฐานที่มีผู้ใช้งานหลายราย
ผู้ที่กำลังวางแผนลงทุนสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อเพื่อซื้อหรือเช่าซื้อเครื่องจักร
รถบรรทุก รถขนส่ง หรือยานพาหนะที่ใช้ในกิจการอาจรองรับสินเชื่อ เช่าซื้อ หรือลีสซิ่งบางประเภท โดยวงเงินมักสัมพันธ์กับอายุรถ สภาพ ราคาตลาด โครงสร้างกรรมสิทธิ์ และความสามารถสร้างรายได้
เวลาตรวจเคส ดิฉันจะไม่ดูเฉพาะราคากลางของรถ แต่ดูว่ารถมีงานรองรับหรือไม่ เช่น มีสัญญาขนส่ง เส้นทางประจำ รายได้ต่อเที่ยว และต้นทุนต่อเที่ยวเท่าไร เพราะมูลค่ารถเพียงอย่างเดียวไม่ได้ยืนยันว่ากิจการจะจ่ายค่างวดได้
ภายใต้โครงสร้างหลักประกันทางธุรกิจ ทรัพย์บางประเภท เช่น กิจการ สิทธิเรียกร้อง ลูกหนี้การค้า เครื่องจักร สินค้าคงคลัง วัตถุดิบ และทรัพย์สินทางปัญญา อาจนำมาใช้เป็นหลักประกันได้ตามกฎหมายและสัญญาที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การที่กฎหมายเปิดให้ใช้ทรัพย์ประเภทหนึ่งได้ ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้สินเชื่อทุกแห่งจะรับพิจารณา โดยประเภทของหลักประกันและเงื่อนไขควรตรวจจาก พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558 และสัญญาของผู้ให้สินเชื่อ
ตัวอย่างเช่น กิจการมีลูกหนี้การค้า 5 ล้านบาท แต่หากใบแจ้งหนี้บางรายการยังไม่ผ่านการตรวจรับ มีข้อโต้แย้ง หรือเกินกำหนดชำระมานาน ผู้ให้สินเชื่ออาจไม่นับมูลค่าเต็มจำนวน
ดิฉันจึงมักแยกลูกหนี้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ จ่ายตรงเวลา จ่ายล่าช้า และมีข้อโต้แย้ง ก่อนประเมินว่าลูกหนี้ส่วนใดมีโอกาสใช้รองรับวงเงินจริง
กรณีที่กิจการต้องการเปลี่ยนใบแจ้งหนี้ที่วางบิลแล้วเป็นสภาพคล่อง อาจพิจารณา สินเชื่อแฟคตอริ่ง ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ต่างจากการนำอสังหาริมทรัพย์มาจำนอง
หลักทรัพย์ที่ใช้ค้ำหนี้บริษัทอาจเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลอื่นที่ผู้ให้สินเชื่อยอมรับ
หากทรัพย์เป็นชื่อบริษัท ทรัพย์จะเชื่อมกับภาระของกิจการโดยตรง การจำหน่าย โอน หรือนำไปค้ำวงเงินอื่นต้องตรวจเงื่อนไขในสัญญาและภาระที่จดทะเบียนไว้
หากทรัพย์เป็นชื่อกรรมการหรือบุคคลอื่น เจ้าของทรัพย์ต้องยินยอมและลงนามในเอกสารตามโครงสร้างของสินเชื่อ แม้ผู้ขอสินเชื่อจะเป็นบริษัท แต่ทรัพย์สินส่วนบุคคลอาจได้รับผลกระทบหากบริษัทผิดนัด
ก่อนนำทรัพย์ไปค้ำควรตรวจให้ชัดว่า
ใครเป็นเจ้าของทรัพย์ตามเอกสารสิทธิ
มีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมหรือไม่
ทรัพย์มีภาระเดิมกับเจ้าหนี้รายใด
หลักทรัพย์ค้ำเฉพาะวงเงินนี้หรือค้ำหลายวงเงิน
เจ้าของทรัพย์เข้าใจขอบเขตความเสี่ยงแล้วหรือยัง
โดยเฉพาะกรณีนำบ้านหรือทรัพย์ของครอบครัวไปค้ำหนี้บริษัท ไม่ควรพิจารณาเฉพาะโอกาสได้รับวงเงิน แต่ต้องประเมินด้วยว่า หากรายได้ไม่เป็นไปตามแผน จะมีทางเลือกชำระหรือปรับโครงสร้างหนี้อย่างไร
ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกธนาคารและทุกประเภททรัพย์ การวางแผนเบื้องต้นควรใช้หลักว่า
วงเงินที่มีโอกาสได้รับ คือจำนวนที่ต่ำที่สุดระหว่าง
เพดานตามราคาประเมินหลักทรัพย์
วงเงินที่กระแสเงินสดรองรับ
จำนวนเงินที่สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์
เพดานของผลิตภัณฑ์และนโยบายผู้ให้สินเชื่อ
จากนั้นจึงหักหรือพิจารณาภาระเดิมที่ผูกอยู่กับทรัพย์
สมมติว่า
ราคาประเมินทรัพย์ 10 ล้านบาท
ใช้สัดส่วนสมมติ 70% เพื่อทดสอบเบื้องต้น
เพดานจากทรัพย์เท่ากับ 7 ล้านบาท
มีภาระเดิมผูกกับทรัพย์ 2 ล้านบาท
พื้นที่หลักประกันที่เหลือประมาณ 5 ล้านบาท
กระแสเงินสดรองรับวงเงินใหม่ได้ 3.5 ล้านบาท
วงเงินที่ควรใช้วางแผนเบื้องต้นจึงอยู่ประมาณ 3.5 ล้านบาท ไม่ใช่ 5 ล้านบาทหรือ 7 ล้านบาท เพราะความสามารถชำระเป็นเพดานที่ต่ำกว่า
ตัวเลข 70% เป็นเพียงสมมติฐานสำหรับอธิบายวิธีคิด ไม่ใช่สัดส่วนที่ผู้ให้สินเชื่อทุกแห่งใช้จริง ประเภททรัพย์ ทำเล สภาพตลาด ผลิตภัณฑ์ และนโยบายภายในล้วนทำให้สัดส่วนเปลี่ยนแปลงได้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ วิธีประเมินวงเงินสินเชื่อจากมูลค่าหลักทรัพย์
กิจการต้องแสดงให้เห็นว่ามีเงินจากการดำเนินงานเพียงพอสำหรับชำระค่างวด ไม่ควรวางแผนโดยอาศัยการขายหลักทรัพย์เป็นแหล่งชำระหลักตั้งแต่เริ่มต้น
ต้องรวบรวมทั้ง Term Loan, OD, เช่าซื้อ ลีสซิ่ง และวงเงินหรือภาระผูกพัน เช่น LG รวมถึงภาระของบุคคลที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ของผู้ให้สินเชื่อ
ผู้ให้สินเชื่อจะตรวจพฤติกรรมการชำระเดิม รายการค้าง ความต่อเนื่องในการรักษาวงเงิน และเหตุผลของปัญหาที่เคยเกิดขึ้น
คำขอควรระบุจำนวน ระยะเวลา และผลที่คาดว่าจะเกิด เช่น เพิ่มกำลังผลิต ลดต้นทุน หรือรองรับคำสั่งซื้อ ไม่ควรระบุเพียงว่าต้องการ “เงินสำรอง” โดยไม่อธิบายรอบการใช้และแหล่งชำระคืน
แผนควรเชื่อมโยงเงินออกกับรายรับที่จะเกิดขึ้น เช่น
ใช้วงเงิน 4 ล้านบาทติดตั้งเครื่องจักร → ทดลองผลิต 60 วัน → เพิ่มกำลังผลิตได้ประมาณ 20% ตั้งแต่เดือนที่ 4 → เริ่มรับรายได้เพิ่ม → ใช้กระแสเงินสดจากยอดขายชำระค่างวด
กรณีก่อสร้างหรือขยายกิจการ อาจต้องมีแบบก่อสร้าง ใบอนุญาต สัญญาผู้รับเหมา BOQ ใบเสนอราคา และเอกสารสิทธิที่เกี่ยวข้องครบถ้วน
ในเดือนเมษายน 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดกรอบ “มีทรัพย์เพิ่ม เติมสภาพคล่อง หรือ SMEs Secure+” ซึ่งผ่อนปรนแนวทางการพิจารณาความสามารถชำระหนี้เป็นการชั่วคราว โดยให้พิจารณามูลค่าหลักประกันควบคู่กับกระแสเงินสดได้ ทั้งนี้ การเข้าร่วมและรายละเอียดการพิจารณายังคงขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง สามารถตรวจข้อมูลจาก ประกาศ ธปท. วันที่ 8 เมษายน 2569
เหมาะกับการลงทุนระยะกลางถึงระยะยาว เช่น ซื้อที่ดิน ก่อสร้างอาคาร ซื้อเครื่องจักร รีโนเวตสถานประกอบการ หรือขยายกำลังผลิต
วงเงินมีค่างวดและระยะเวลาชำระตามที่กำหนด จึงควรจับคู่ระยะเวลาผ่อนกับอายุของสินทรัพย์และช่วงเวลาที่การลงทุนเริ่มสร้างรายได้
เหมาะกับช่องว่างเงินสดระยะสั้น เช่น จ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรง หรือค่าใช้จ่ายก่อนรับเงินจากลูกค้า
OD ไม่ควรถูกนำไปซื้อสินทรัพย์ระยะยาวจนเต็มวงต่อเนื่อง เพราะวงเงินที่ควรหมุนกลับมาใช้จะติดอยู่กับการลงทุนหลายปี สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ สินเชื่อ OD สำหรับธุรกิจ
เหมาะกับการใช้เงินเป็นรอบและมีกำหนดชำระตามระยะเวลาของตั๋ว เช่น ซื้อวัตถุดิบรองรับคำสั่งซื้อ หรือใช้กับรอบการผลิตที่คาดการณ์วันรับเงินได้ค่อนข้างชัด
เหมาะกับงานก่อสร้าง โรงงาน อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม หรือโครงการที่ใช้เงินหลายช่วง ผู้ให้สินเชื่ออาจแบ่งเบิกตามงวดงานและหลักฐานความคืบหน้า
การแบ่งเบิกช่วยลดดอกเบี้ยจากวงเงินที่ยังไม่ได้ใช้ และช่วยให้ตรวจสอบวัตถุประสงค์ของเงินแต่ละงวดได้ง่ายกว่าการรับเงินทั้งหมดตั้งแต่วันแรก
ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ สินเชื่อสำหรับสร้างโรงงานและพัฒนาโครงการ และ สินเชื่อ Project Finance สำหรับโครงการขนาดใหญ่
เป็นการใช้วงเงินใหม่ปิดหนี้ธุรกิจเดิม เพื่อปรับอัตราดอกเบี้ย ค่างวด ระยะเวลา หรือจัดโครงสร้างวงเงินหมุนเวียนใหม่
ก่อนตัดสินใจต้องรวมค่าปิดก่อนกำหนด ค่าประเมิน ค่าจดทะเบียน ระยะเวลาคืนทุน และผลต่อวงเงินเดิมด้วย อ่านต่อได้ที่ รีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจ
สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกันมักเหมาะกับกิจการที่
ต้องการวงเงินลงทุนระยะกลางหรือระยะยาว
มีทรัพย์ที่กรรมสิทธิ์และเอกสารชัดเจน
มีรายได้รองรับค่างวด
ใช้วงเงินเพื่อสร้างรายได้หรือลดต้นทุนอย่างวัดผลได้
ต้องการแบ่งเบิกตามความคืบหน้าของโครงการ
ต้องการปรับหนี้ระยะสั้นให้สอดคล้องกับการลงทุนระยะยาว
ต้องการเก็บวงเงินหมุนเวียนไว้ใช้กับการดำเนินงานประจำ
ประโยคที่ดิฉันใช้ตรวจเบื้องต้นคือ
ทรัพย์ค้ำชัด + แหล่งชำระชัด + วัตถุประสงค์ชัด
หากมีเพียงทรัพย์ชัด แต่ยังอธิบายไม่ได้ว่าวงเงินจะสร้างรายได้หรือชำระคืนจากแหล่งใด ผู้ให้สินเชื่อยังมีเหตุผลต้องขอข้อมูลเพิ่มเติม
ในทางกลับกัน ควรทบทวนความพร้อมก่อนนำทรัพย์ไปค้ำเมื่อ
กิจการขาดทุนต่อเนื่องและยังไม่มีแผนฟื้นรายได้
ต้องการวงเงินใหม่มาจ่ายค่าใช้จ่ายประจำโดยไม่มีรายรับเพิ่ม
เอกสารสิทธิหรือกรรมสิทธิ์ยังมีข้อสงสัย
ทรัพย์ติดภาระหลายบัญชีและยังไม่ทราบยอดปิด
ต้องการเงินระยะสั้นจำนวนไม่มาก แต่ใช้ทรัพย์มูลค่าสูงเกินความจำเป็น
ทรัพย์เป็นบ้านหรือที่อยู่อาศัยหลักของครอบครัว
คำนวณค่างวดจากยอดขายเดือนดีที่สุดเพียงเดือนเดียว
ต้องพึ่งการขายทรัพย์เพื่อชำระหนี้ตั้งแต่เริ่มต้น
การมีหลักทรัพย์ไม่ได้แปลว่าควรนำไปค้ำทุกกรณี โดยเฉพาะเมื่อความต้องการวงเงินมีขนาดเล็กหรือใช้เพียงช่วงสั้น ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการผูกทรัพย์อาจสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ
ระบุว่าจะนำวงเงินไปใช้อะไร จำนวนเท่าไร ใช้เมื่อใด และรายรับส่วนใดจะนำมาชำระคืน
ตรวจกรรมสิทธิ์ ภาระเดิม สภาพทรัพย์ เอกสารสิทธิ ทางเข้า–ออก และข้อจำกัดในการใช้ทรัพย์
ใช้รายได้เดือนปกติหรือเดือนที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเป็นฐาน ไม่ควรใช้ยอดขายเดือนดีที่สุดเพียงเดือนเดียว
วิธีที่ดิฉันใช้ทดสอบคือสมมติให้ยอดขายลดลง 15–20% แล้วดูว่ากิจการยังมีเงินสดเหลือเพียงพอสำหรับค่างวดใหม่หรือไม่
แยกเอกสารหลักทรัพย์ เอกสารกิจการ และสรุปคำขอวงเงินออกจากกัน เพื่อให้เห็นข้อมูลที่ยังขาดได้ง่าย
ผู้ให้สินเชื่อจะตรวจประเภทกิจการ รายได้ ภาระหนี้ เครดิต วัตถุประสงค์ และทรัพย์ที่จะใช้ค้ำ ก่อนส่งประเมินสภาพ ทำเล เอกสาร และข้อมูลตลาด
ตรวจงบการเงิน Statement ภาษี ภาระหนี้ กรรมสิทธิ์ และความสมบูรณ์ของเอกสาร จากนั้นจึงออกข้อเสนอหรือ Term Sheet ซึ่งควรตรวจวงเงิน ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม ค่างวด ผู้ค้ำ หลักทรัพย์ และเงื่อนไขเบิกให้ครบ
หลังลงนามและจดทะเบียนหลักประกันแล้ว วงเงินอาจเบิกครั้งเดียวหรือแบ่งตามงวดงาน เมื่อชำระครบควรขอหนังสือปิดบัญชีและดำเนินการถอนจำนองหรือยกเลิกการจดทะเบียนหลักประกัน ไม่ควรถือว่าหลักประกันถูกปลดโดยอัตโนมัติ
กรณีอสังหาริมทรัพย์ควรมี
เอกสารสิทธิ
สำเนารายการจดทะเบียน
แผนที่และพิกัด
รูปสภาพทรัพย์
รายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง
ข้อมูลภาระเดิม
รายงานประเมินเดิม หากมี
กรณีเครื่องจักรควรมี
ยี่ห้อ รุ่น และหมายเลขเครื่อง
ปีผลิต
ใบซื้อและหลักฐานชำระ
สถานที่ติดตั้ง
รูปสภาพเครื่อง
ประวัติหรือแผนบำรุงรักษา
รายละเอียดการใช้งาน
หนังสือรับรองบริษัท
ข้อมูลผู้ถือหุ้นและกรรมการ
งบการเงิน
เอกสารภาษี
Statement
ตารางภาระหนี้และวงเงิน
รายชื่อลูกค้าหลัก
สรุปรายได้และต้นทุน
สัญญางาน PO หรือใบเสนอราคาที่เกี่ยวข้อง
ควรสรุปให้จบภายในหนึ่งถึงสองหน้า โดยตอบว่า
ต้องการวงเงินเท่าไร
ใช้ทำอะไร
ใช้เมื่อใด
ต้องการเบิกแบบใด
การลงทุนมีผลต่อรายได้หรือต้นทุนอย่างไร
จะชำระคืนจากรายรับใด
ค่างวดที่กิจการรับได้อยู่ประมาณเท่าไร
มีแผนสำรองอย่างไรหากรายได้ล่าช้า
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือกิจการมีเอกสารทรัพย์ครบ แต่ไม่มีสรุปว่าการลงทุนจะสร้างเงินสดกลับมาอย่างไร ทำให้ผู้พิจารณาต้องย้อนถามว่าวงเงินสัมพันธ์กับธุรกิจตรงไหน
สมมติโรงงานต้องการลงทุน 12 ล้านบาทเพื่อขยายกำลังผลิต โดยแบ่งเป็น
งานอาคารและระบบ 5 ล้านบาท
เครื่องจักร 5.5 ล้านบาท
ค่าติดตั้งและเงินสำรอง 1.5 ล้านบาท
จุดที่ควรตรวจไม่ใช่เพียงยอดรวม 12 ล้านบาท แต่ต้องดูว่าแต่ละส่วนต้องจ่ายวันใด และหลังจากจ่ายแล้วเกิดผลงานอะไรขึ้น
ตัวอย่างการแบ่งเบิกอาจแยกเป็น
งานโครงสร้างและฐานเครื่องจักร
งานระบบไฟฟ้าและสาธารณูปโภค
เงินมัดจำและค่าจัดส่งเครื่องจักร
ค่าติดตั้งและทดสอบ
เงินทุนหมุนเวียนช่วงเริ่มผลิต
หากเครื่องจักรราคา 5.5 ล้านบาท และผู้ขายเรียกมัดจำ 30% กิจการต้องใช้เงินงวดแรกเพียง 1.65 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องเบิกค่าเครื่องจักรทั้งหมดตั้งแต่วันเริ่มโครงการ
สมมติวงเงิน 12 ล้านบาทมีต้นทุนดอกเบี้ยเฉลี่ย 7% ต่อปี หากเบิกทั้งหมดตั้งแต่วันแรก ต้นทุนดอกเบี้ยจะอยู่ประมาณ 70,000 บาทต่อเดือน แต่หากช่วงสามเดือนแรกใช้เงินจริงเฉลี่ยเพียง 5 ล้านบาท ดอกเบี้ยจะอยู่ประมาณ 29,000 บาทต่อเดือน ต่างกันประมาณ 40,000 บาทต่อเดือนก่อนรวมค่าธรรมเนียมอื่น
เวลาตรวจแผนลักษณะนี้ ดิฉันจะดูพร้อมกัน 3 เส้นเวลา
เงินออก: ต้องจ่ายให้ใครและวันไหน
ความคืบหน้า: จ่ายแล้วต้องได้ผลงานอะไร
รายได้: เครื่องเริ่มผลิต ส่งสินค้า และรับเงินเมื่อใด
ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือเตรียมเงินซื้อเครื่องครบ แต่ไม่ได้กันเงินซื้อวัตถุดิบและรองรับเครดิตเทอมหลังเริ่มผลิต
ตัวอย่างเช่น โรงงานต้องซื้อวัตถุดิบเพิ่มเดือนละ 1.2 ล้านบาท และรอรับเงินจากลูกค้า 45 วัน กิจการควรมีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มอย่างน้อยประมาณ 1.8 ล้านบาท หากต้องการเผื่อการรับเงินล่าช้าอีก 15 วัน รวมรอบเงินสดประมาณ 60 วัน ควรเตรียมใกล้เคียง 2.4 ล้านบาท
การแบ่งเบิกจึงไม่ได้ช่วยเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย แต่ช่วยให้เห็นว่าเงินแต่ละงวดถูกใช้กับอะไร และโครงการยังขาดเงินทุนหมุนเวียนช่วงใด
สมมติผู้รับเหมามีที่ดินราคาประเมินประมาณ 8 ล้านบาท และมีงานในมือรวม 15 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ากิจการรองรับวงเงินใหม่ได้ เพราะรายรับไม่ได้เข้าพร้อมกับวันที่เริ่มมีต้นทุน
วิธีทดสอบคือทำเส้นเวลาเงินสดของแต่ละโครงการ
ซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรง → ส่งงาน → ตรวจรับ → วางบิล → เครดิตเทอม → รับเงิน
ตัวอย่างงานมูลค่า 6 ล้านบาท แบ่งจ่าย 4 งวด ผู้รับเหมาจ่ายต้นทุนงวดแรกประมาณ 1.1 ล้านบาทตั้งแต่ช่วงเริ่มงาน แต่กว่าจะส่งงาน ตรวจรับ วางบิล และครบเครดิตเทอมอาจใช้เวลาประมาณ 90 วัน
หากเผื่อเหตุล่าช้าอีก 20 วัน เช่น ส่งมอบพื้นที่ช้า ตรวจรับเกินกำหนด หรือเอกสารวางบิลไม่ครบ รอบเงินสดอาจยาวเป็น 110 วัน
สมมติกิจการมีเงินสด 700,000 บาท วงเงิน OD คงเหลือ 500,000 บาท แต่ต้องจ่ายต้นทุนและค่างวดภายในช่วงดังกล่าวรวม 1.78 ล้านบาท จะเกิดช่องว่างเงินสดประมาณ 580,000 บาท
แม้มีที่ดินมูลค่า 8 ล้านบาท กิจการยังต้องเลือกวงเงินให้ตรงกับปัญหา
เงินซื้อรถ เครื่องมือ หรือโกดัง ควรแยกเป็น Term Loan
เงินซื้อวัสดุและจ่ายค่าแรงก่อนรับเงิน อาจใช้ OD หรือ PN
ใบแจ้งหนี้ที่ตรวจรับและวางบิลแล้วอาจพิจารณาแฟคตอริ่ง
วงเงินสำหรับโครงการขนาดใหญ่ควรแยกตามงวดงาน
เอกสารที่ช่วยให้เห็นภาพได้เร็วคือสรุปแต่ละโครงการหนึ่งบรรทัด
ลูกค้า | มูลค่างาน | ต้นทุนที่ต้องสำรอง | ความคืบหน้า | งวดที่จะวางบิล | เครดิตเทอม | วันที่คาดว่าจะได้รับเงิน
วิธีนี้เปลี่ยนคำว่า “งานในมือ 15 ล้านบาท” ให้กลายเป็นข้อมูลที่ใช้ประเมินได้ว่า ภายใน 30, 60 และ 90 วัน กิจการจะมีเงินเข้าประมาณเท่าไร
หลักทรัพย์ตอบคำถามว่าผู้ให้สินเชื่อมีทรัพย์อะไรเป็นประกัน ส่วนเส้นเวลาเงินสดตอบว่าธุรกิจจะมีเงินชำระเมื่อใด สินเชื่อที่เหมาะจึงต้องตอบได้ครบทั้งสองด้าน
อาจทำได้ผ่านการขอวงเงินเพิ่มกับเจ้าหนี้เดิม การรีไฟแนนซ์ หรือการจัดหลักประกันเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับยอดหนี้คงเหลือ ราคาประเมิน ลำดับสิทธิ และความสามารถชำระ
อาจใช้ได้หากผู้ให้สินเชื่อรับทรัพย์และเจ้าของทรัพย์ยินยอมลงนามตามเอกสารที่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าของต้องเข้าใจว่าทรัพย์ส่วนบุคคลจะเชื่อมกับหนี้ของบริษัท
ตอบจากราคาที่เจ้าของประเมินเองไม่ได้ ต้องตรวจราคาประเมิน ภาระเดิม สัดส่วนที่ผลิตภัณฑ์รับพิจารณา และวงเงินที่กระแสเงินสดรองรับ
ไม่แน่นอน ผู้ให้สินเชื่อยังตรวจรายได้ กระแสเงินสด ภาระหนี้ เครดิต วัตถุประสงค์ และความถูกต้องของเอกสารหลักทรัพย์
ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพ หลักฐานกรรมสิทธิ์ ตลาดซื้อขาย ต้นทุนการเคลื่อนย้าย และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อ เครื่องจักรที่เฉพาะทางมากอาจได้รับราคาประเมินต่ำกว่าราคาซื้อ
อาจใช้ได้ในโครงสร้างหลักประกันทางธุรกิจหรือสินเชื่อเฉพาะประเภท แต่ต้องมีระบบข้อมูล การควบคุมทรัพย์ และเงื่อนไขที่ผู้ให้สินเชื่อยอมรับ
อาจยังต้องมี ขึ้นอยู่กับนโยบายของผลิตภัณฑ์ โครงสร้างกิจการ และเงื่อนไขในหนังสืออนุมัติหรือสัญญา
ก่อนยื่นควรตรวจให้ครบ 5 เรื่อง
ทรัพย์เป็นของใครและมีภาระอะไรอยู่
ราคาประเมินมีโอกาสอยู่ในระดับใด
ต้องการวงเงินจริงเท่าไรและใช้ทำอะไร
กระแสเงินสดรองรับค่างวดได้เพียงใด
ค่าใช้จ่ายและความเสี่ยงของการผูกทรัพย์คุ้มกับประโยชน์หรือไม่
ไม่ควรเริ่มจากการเลือกธนาคารเพราะเห็นอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุด แต่ควรจัดเอกสารทรัพย์ เอกสารกิจการ และแผนใช้–คืนวงเงินให้ชัดก่อน แล้วจึงนำข้อมูลชุดเดียวกันไปขอข้อเสนอเพื่อให้เปรียบเทียบอย่างเป็นธรรม
สามารถทดลองคำนวณค่างวดเบื้องต้นได้ที่ เครื่องมือคำนวณสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
กรณียังไม่แน่ใจว่าควรใช้ Term Loan, OD, สินเชื่อโครงการ หรือรีไฟแนนซ์ สามารถอ่าน แนวทางปรึกษาสินเชื่อก่อนยื่นเพื่อประเมินความพร้อม หรือ ส่งข้อมูลเบื้องต้นผ่านหน้าออนไลน์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. 2558
ธนาคารแห่งประเทศไทย: SMEs Secure+ วันที่ 8 เมษายน 2569
ธนาคารแห่งประเทศไทย: การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่การรับประกันผลอนุมัติหรือคำปรึกษากฎหมายเฉพาะกรณี ประเภททรัพย์ที่รับพิจารณา สัดส่วนวงเงิน ดอกเบี้ย ค่าใช้จ่าย ผู้ค้ำ และขั้นตอนอนุมัติแตกต่างกันตามผลิตภัณฑ์และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง ควรตรวจหนังสืออนุมัติ สัญญา และค่าใช้จ่ายฉบับจริงก่อนลงนาม
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา