เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
วันที่เผยแพร่ : 23 กุมภาพันธ์ 2569
ถ้าคุณเป็น “ผู้ประกอบการรายใหม่” ที่เพิ่งเริ่มนำเข้า หรือกำลังจะปิดดีลแรกแล้วเริ่มหา สินเชื่อเพื่อการนำเข้า ในปี 2569 คุณจะเจอคำถามเดิมจากธนาคารแทบทุกครั้งคือ
“ขอวงเงินเท่าไหร่ถึงพอดี?” และคำถามถัดมาที่หนักกว่า คือ “เราจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณคุมรอบธุรกิจนี้อยู่?”
จากที่ทีมของเราดูเคส สินเชื่อ ผู้ ประกอบ การ ราย ใหม่ อยู่เรื่อย ๆ สิ่งที่ทำให้ยื่นผ่านไวไม่ใช่การเล่าให้ดูใหญ่ แต่คือทำให้ธนาคารเห็น 2 อย่างแบบจับต้องได้:
คุณรู้จริงว่า ต้องใช้เงินทุน/เงินทุนหมุนเวียนเท่าไหร่ต่อรอบนำเข้า
คุณมี “หลักฐาน” ที่ทำให้ธนาคารมั่นใจว่า ดีลนี้เกิดขึ้นจริง และ เงินจะกลับมาเมื่อไหร่
บทความนี้เลยโฟกัสเฉพาะโจทย์ของผู้ประกอบการรายใหม่: ทำยังไงให้วงเงินพอดี ไม่ขาด ไม่เกิน และทำให้ธนาคารเชื่อได้เร็วขึ้น โดยไม่ซ้ำกับบทความเดิม 2 ตอนของเว็บคุณที่พูดเรื่อง “ประเภทสินเชื่อ” และ “แพ็กเอกสาร” ไปแล้ว บทความที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อเพื่อการนำเข้า และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจรายใหม่
ฉันขอเล่าแบบตรง ๆ ว่า “จุดอ่อน” ของผู้ประกอบการรายใหม่ในสายตาธนาคารมักไม่ใช่ความขยัน แต่คือ ข้อมูลยังสั้น และ รอบธุรกิจยังไม่ถูกแปลงเป็นตัวเลขที่ตรวจสอบได้
สิ่งที่ธนาคารกังวลเป็นพิเศษคือ:
ยังไม่มีประวัติ shipment ย้อนหลังให้ดู
คู่ค้า/ซัพพลายเออร์ยังใหม่ ประเมินความเสี่ยงยาก
ยังไม่ชัดว่า “เงินออกเมื่อไร–กลับมาเมื่อไร” ทำให้วงเงินดูเหมือนเดา
ดังนั้น ถ้าคุณเป็นรายใหม่ เป้าหมายไม่ใช่การขอวงเงิน “สูงสุด” แต่คือ ขอวงเงิน “ที่มีเหตุผล” และเดินได้จริงในรอบแรก แล้วค่อยขยายเมื่อมีประวัติ บทความที่เกี่ยวข้อง สิ่งที่ควรรู้ก่อนขอสินเชื่อสำหรับธุรกิจใหม่
สูตรหลักยังเหมือนเดิม แต่รายใหม่จะมี “กติกาเพิ่ม” 2 ข้อที่ทีมเราใช้จริง
วงเงินแนะนำ = เงินจ่ายก่อนต่อรอบ × จำนวนรอบซ้อน × (1 + กันชน)
กติกาเพิ่มสำหรับรายใหม่
เริ่มจาก invoice/PO ที่ “ปิดความเสี่ยง” ได้ที่สุด (งานที่ส่งมอบชัด เงื่อนไขจ่ายชัด)
ตั้งกันชนให้สะท้อนความไม่แน่นอน (เช่น 15–25% ถ้า lead time/ค่าเงินผันผวน)
มูลค่าสินค้า/Shipment (FOB/CIF)
% มัดจำ + วันจ่ายมัดจำ
% จ่ายส่วนที่เหลือ + เงื่อนไขจ่าย (ก่อนส่ง/ก่อนปล่อย/หลังรับเอกสาร)
Lead time (วัน) ตั้งแต่จ่ายถึงขายได้
เครดิตเทอมขายให้ลูกค้า (วัน)
ภาษี/อากร + ค่าเคลียร์ + ขนส่ง/ประกัน (คาดจาก quote จริง)
ถ้าเป็นรายใหม่และยังไม่มี “ค่าเฉลี่ย 3 shipment” ให้ใช้ “ใบเสนอราคา/quote” ที่เป็นเอกสารจริงจาก freight forwarder/ชิปปิ้ง/ซัพพลายเออร์ แทนการเดา
เงินจ่ายก่อนต่อรอบ = มัดจำ + ยอดจ่ายส่วนที่เหลือก่อนรับของ/เอกสาร + ภาษี/อากร + ค่าขนส่ง/ประกัน/เคลียร์ + ค่าใช้จ่ายก่อนขาย (ถ้ามี)
สิ่งที่ผู้ประกอบการรายใหม่มักลืมใส่
ภาษี/อากร และค่าเคลียร์
ค่าใช้จ่ายตอนของถึง (ขนส่งในประเทศ/ค่าโกดัง/ค่าแพ็กใหม่)
เงื่อนไขจ่ายส่วนที่เหลือ “ก่อนปล่อยของ” ที่ทำให้เงินออกเร็วขึ้น
ถ้าคุณจะสั่งทุก 30 วัน แต่ lead time 45 วัน และขายเครดิต 30 วัน
รอบซ้อน ≈ (45+30)/30 = 2.5 → ปัดเป็น 3 รอบ เพื่อความปลอดภัย
เคล็ดลับของทีมเรา: รายใหม่อย่าใช้ “แผนที่สวยที่สุด” ให้ใช้ “แผนที่ช้ากว่าคาดนิดหน่อย” แล้ววงเงินจะไม่หลุดจริงตอนทำงาน
Shipment 800,000
มัดจำ 30% = 240,000
จ่ายที่เหลือ 560,000 ก่อนปล่อย
ภาษี+เคลียร์+ขนส่ง 90,000
Lead time 35 วัน / เครดิตเทอมขาย 7 วัน
สั่งทุก 45 วัน → รอบซ้อน ≈ (35+7)/45 = 0.93 → 1 รอบ
กันชน 15%
เงินจ่ายก่อน = 240,000 + 560,000 + 90,000 = 890,000
วงเงินแนะนำ = 890,000 × 1 × 1.15 = 1,023,500
เงินจ่ายก่อน 890,000
Lead time 35 วัน / เครดิตเทอมขาย 45 วัน
สั่งทุก 45 วัน → รอบซ้อน ≈ (35+45)/45 = 1.78 → 2 รอบ
กันชน 20%
วงเงินแนะนำ = 890,000 × 2 × 1.20 = 2,136,000
ธนาคารจะเอา 3 เพดานมาประกบ แล้วให้ตามเพดานที่ “ต่ำสุดที่ปลอดภัย”:
เพดานตามรอบนำเข้า/เงินทุนหมุนเวียน (สูตรในบทความนี้)
เพดานตามความสามารถชำระหนี้ + ภาระหนี้รวม (ดูรายได้/กำไร/statement/หนี้เดิม)
เพดานตามหลักประกัน/หลักค้ำ + กรอบความเสี่ยง (รายใหม่มักติดตรงนี้เพราะประวัติยังสั้น)
ภาษาที่ทีมเราใช้คุยกับธนาคารให้ลื่น
“เราขอวงเงินสินเชื่อเพื่อการนำเข้า X บาท เพราะต่อรอบต้องจ่ายก่อน Y บาท และมีรอบซ้อน Z รอบจาก lead time + เครดิตเทอมขาย โดยแนบเอกสารอ้างอิงต้นทุนจาก quote จริง และกันชน W%”
สำหรับผู้ประกอบการที่อยากทำความเข้าใจภาพรวม แนะนำอ่าน เทคนิคสินเชื่ออนุมัติง่าย และ การเปรียบเทียบแหล่งทุน
ลูกค้าปลายทางมีหลักฐานการสั่งซื้อจริงไหม (PO/สัญญา)
ซัพพลายเออร์น่าเชื่อถือไหม (ประวัติส่งของ, เงื่อนไขเคลม, lead time)
PO → Proforma/Commercial Invoice → BL/AWB → ใบขน → หลักฐานรับของ/ขายต่อ
ถ้าเลขอ้างอิงไม่ตรงกัน ธนาคารจะถามซ้ำและชะลอวงเงิน
รายใหม่มักยังไม่ทำ policy FX เลย ทำให้ธนาคารกันความเสี่ยง
แนวทางง่าย ๆ: “มี PO แล้วล็อกบางส่วน” และเก็บหลักฐานไว้
รายใหม่ที่มีลูกค้า 1 ราย หรือซัพพลายเออร์ 1 รายทั้งหมด วงเงินมักถูกคุมให้เล็กก่อน
สินค้าบางกลุ่มต้องเอกสารพิเศษ/มีโอกาสถูกชะลอ ธนาคารจะคิดความเสี่ยงเรื่องเวลาและต้นทุนเพิ่ม
เลือกดีลแรกที่เอกสารชัดที่สุด (อย่าเริ่มจากดีลที่เงื่อนไขซับซ้อน)
ทำสรุปรอบนำเข้า 1 หน้า (เงินออก–ของถึง–ขาย–เงินเข้า) + สูตรวงเงิน
แนบ quote ต้นทุนจริง (freight/insurance/เคลียร์/ภาษี) แทนการเดา
แนบหลักฐานขายต่อที่จับต้องได้ (PO/สัญญา/แผนการขาย)
ยื่นวงเงิน “พอดีกับรอบแรก” แล้วตั้งเป้าขยายเมื่อมี shipment history 2–3 รอบ
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management