เขียนโดย : ชุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด : 25 กันยายน 2569
เจ้าของกิจการที่เคยมีประวัติค้างชำระมักสงสัยว่า “ติดบูโรแล้ว ยังขอสินเชื่อธุรกิจได้ไหม?” ก่อนตอบคำถามนี้ ต้องแยกให้ชัดว่าบัญชีปัจจุบันกลับมาปกติแล้ว ปิดหนี้เรียบร้อย ยังมีหนี้ค้าง หรืออยู่ระหว่างดำเนินคดี เพราะแต่ละสถานะมีรายละเอียดที่ผู้ให้สินเชื่อต้องพิจารณาต่างกัน
ผู้ที่กำลังมองหาสินเชื่อสำหรับคนติดบูโรจึงควรเริ่มจากการอ่านรายงานเครดิตของตนเอง โดยเฉพาะ รหัสสถานะบัญชี และข้อมูลประกอบ เพื่อให้ทราบว่าประวัติหนี้เดิมได้รับการแก้ไขถึงขั้นใดแล้ว
บทความนี้อธิบายรหัสเครดิตบูโร 10, 11, 20 และ 30 รวมถึงประเด็นหลังปิดหนี้ กรณีรับพิจารณาสินเชื่อมีหลักประกัน และข้อควรรู้สำหรับผู้เข้าโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” โดยรหัสเพียงตัวเดียวไม่สามารถรับรองผลอนุมัติสินเชื่อได้
รหัสสถานะบัญชีช่วยอธิบายว่าบัญชีสินเชื่อนั้นอยู่ในสถานะใด ณ งวดข้อมูลที่รายงาน รหัสสำคัญที่ควรรู้มีดังนี้
ความหมายของรหัสข้างต้นอ้างอิงข้อมูลให้ความรู้จากเงินติดล้อ ธนาคารกรุงเทพ และเอกสารหลักสูตรหมอหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย
รหัสบัญชีปกติคือ 10 หรือ 010 ไม่ใช่ 01 หากพบตัวเลขในช่องอื่นของรายงาน ต้องอ่านชื่อช่องประกอบ เพราะอาจเป็นรหัสข้อมูลคนละประเภท
นอกจากนี้ สถานะเป็นข้อมูลรายบัญชี คนเดียวจึงอาจมีบัญชีหนึ่งปกติ อีกบัญชีปิดแล้ว และอีกบัญชียังค้างชำระ การดูเฉพาะบัญชีที่มีสถานะดีจึงยังไม่สะท้อนภาพรวมทั้งหมด
รหัส 10 หมายถึงบัญชีปกติ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าบัญชีนั้นไม่เคยชำระล่าช้าหรือไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้มาก่อน
บัญชีที่แสดงรหัส 10 อาจมีการค้างชำระไม่เกิน 90 วันได้ จึงไม่ควรอ่านคำว่า “ปกติ” แล้วสรุปว่าชำระตรงเวลาทุกงวด ต้องดูประวัติการชำระรายเดือนประกอบด้วย
ดิฉันแนะนำให้สังเกตสองเรื่องเพิ่มเติม คือ ค้างนานแค่ไหน และเกิดซ้ำบ่อยเพียงใด เช่น หากประวัติย้อนหลังแสดงการค้างช่วง 31–60 วัน หรือ 61–90 วันซ้ำหลายช่วง ผู้ให้สินเชื่ออาจมองเป็นสัญญาณว่าควรตรวจสภาพคล่องและความสามารถชำระหนี้เพิ่มเติม แม้สถานะบัญชีจะยังแสดงรหัส 10 อยู่ก็ตาม
สิ่งที่ควรแยกให้ออกคือ การค้างต่อเนื่องจากเหตุการณ์เดียว กับการกลับมาชำระเป็นปกติแล้วค้างใหม่หลายครั้ง เพราะเป็นลำดับเหตุการณ์ต่างกัน การดูเฉพาะจำนวนเดือนที่มีประวัติค้างอาจทำให้เข้าใจพฤติกรรมการชำระคลาดเคลื่อนได้
ประวัติชำระล่าช้าอาจส่งผลเสียต่อคะแนนเครดิตและโอกาสได้รับอนุมัติ แต่ไม่สามารถคำนวณผลจากรหัส 10 เพียงตัวเดียว และไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกคนที่มีประวัติลักษณะนี้จะถูกปฏิเสธเหมือนกัน
บัญชีที่ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้อาจแสดงสถานะปกติ พร้อมข้อมูลประเภทและวันที่ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ จึงต้องอ่านรายละเอียดเหล่านี้ร่วมกัน
ดิฉันแนะนำให้แยกคำถามสองข้อออกจากกัน คือ “วันนี้บัญชีอยู่ในสถานะอะไร” กับ “ก่อนมาถึงวันนี้ บัญชีผ่านอะไรมาบ้าง” เพราะรหัส 10 ตอบเรื่องสถานะที่รายงาน แต่ไม่สามารถใช้แทนประวัติการชำระทั้งหมดได้
เวลาอ่านรายงาน ลองดูข้อมูลของบัญชีเดียวกันตามลำดับนี้:
งวดข้อมูลล่าสุด: สถานะปกติที่เห็นเป็นข้อมูลของช่วงใด
ประวัติชำระย้อนหลัง: ในช่วงที่รายงานแสดง มีการชำระล่าช้าหรือค้างชำระหรือไม่
ข้อมูลปรับโครงสร้างหนี้: มีประเภทหรือวันที่ทำสัญญาระบุไว้หรือไม่ และอยู่ช่วงใดเมื่อเทียบกับประวัติการชำระ
จุดสำคัญคืออย่านำสถานะล่าสุดไปอธิบายแทนทุกช่วงเวลา เช่น หากพบรหัส 10 พร้อมข้อมูลปรับโครงสร้างหนี้ ข้อความว่า “บัญชีปกติ ไม่เคยมีปัญหา” อาจเกินกว่าที่หลักฐานยืนยันได้ คำอธิบายที่ตรงกว่าคือ “งวดล่าสุดแสดงสถานะปกติ และมีข้อมูลปรับโครงสร้างหนี้ตามวันที่ระบุในรายงาน” จากนั้นจึงพิจารณาประวัติการชำระประกอบ
ในมุมการเตรียมข้อมูล ดิฉันให้ความสำคัญกับคำอธิบายที่ตรวจย้อนกลับได้ มากกว่าคำว่า “เครดิตดีแล้ว” แบบกว้าง ๆ หากรายละเอียดส่วนใดยังไม่ชัด ควรให้เจ้าหนี้ช่วยยืนยันก่อนสรุปสถานะของบัญชี
ส่วนผลพิจารณาสินเชื่อใหม่ยังขึ้นอยู่กับรายได้ ภาระหนี้ และเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์ อ่านประเด็นด้านอื่นเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อ SME ไม่ผ่าน เพราะอะไร?
รหัส 11 หมายถึงปิดบัญชี แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าก่อนปิด ผู้กู้ชำระหนี้มาอย่างไร จึงควรแยกระหว่าง บัญชีที่ชำระตามปกติจนปิด กับ บัญชีที่เคยค้างชำระแล้วจึงปิดหนี้ภายหลัง
ทั้งสองกรณีอาจมีรหัสล่าสุดเหมือนกัน แต่ข้อมูลที่ต้องอธิบายเพิ่มเติมต่างกัน บัญชีที่ชำระตามปกติควรอ่านประวัติและวันที่ปิดประกอบ ส่วนบัญชีที่เคยค้างต้องดูด้วยว่าเหตุการณ์ค้างชำระอยู่ช่วงใด และสิ้นสุดก่อนปิดบัญชีอย่างไร
หากต้องเตรียมคำอธิบายให้เจ้าหน้าที่ ดิฉันแนะนำให้เล่าเป็นลำดับเหตุการณ์สั้น ๆ แทนการบอกเพียงว่า “ปิดบูโรแล้ว” โดยระบุเฉพาะข้อมูลที่มีหลักฐานรองรับ:
บัญชีนี้เคยค้างชำระช่วง [เดือน/ปีตามรายงาน] ชำระปิดหนี้วันที่ [วันที่ตามหลักฐาน] และรายงานงวด [เดือน/ปี] แสดงสถานะ 11 ปิดบัญชี
หากบัญชีไม่เคยค้างชำระในช่วงประวัติที่ตรวจสอบ ก็ไม่ต้องใช้ข้อความตัวอย่างเรื่องค้างชำระ ให้ระบุข้อเท็จจริงของบัญชีนั้นโดยตรง
รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ควรระวังคือ “ชำระปิดก่อนกำหนด” กับ “ชำระปิดหลังเคยผิดนัด” เป็นคนละเหตุการณ์ แม้จะจบด้วยรหัส 11 เหมือนกัน การบอกเพียงวันปิดบัญชีจึงอาจยังอธิบายประวัติได้ไม่ครบ ขณะเดียวกัน รหัส 11 ก็ไม่ใช่เหตุให้สรุปว่าบัญชีนั้นเคยมีปัญหาเสมอไป
อีกจุดที่ดิฉันแนะนำให้ตรวจคือ คำว่า “ปิดแล้ว” กำลังหมายถึงบัญชีใด หากมีสินเชื่อหลายบัญชี อย่าใช้สถานะปิดของบัญชีหนึ่งสรุปแทนบัญชีที่เหลือ ควรระบุเจ้าหนี้หรือบัญชีให้ตรงกันระหว่างรายงานกับหลักฐานประกอบ
ประโยชน์ของการอธิบายแบบนี้คือ ผู้ให้สินเชื่อเห็นชัดว่า บัญชีไหนปิด เมื่อไร และก่อนปิดมีประวัติอย่างไร โดยไม่ต้องตีความจากคำว่า “เคลียร์หมดแล้ว” ซึ่งอาจหมายถึงคนละเรื่องสำหรับผู้กู้และผู้พิจารณา
รหัส 20 สะท้อนหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจให้ชัดก่อนสอบถามสินเชื่อเพิ่มเติม โดยควรแยกออกเป็นสองกรณี
กรณียังมีหนี้ค้างอยู่จริง
ควรติดต่อเจ้าหนี้เพื่อทราบยอดและสถานะล่าสุด รวมถึงหารือแนวทางแก้ไขหนี้ที่เหมาะกับกรณีของตน การปล่อยให้หนี้ค้างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ขั้นตอนทางกฎหมายได้
กรณีชำระแล้ว แต่รายงานยังแสดงสถานะเดิม
ให้ตรวจงวดข้อมูลในรายงานก่อน หากยังไม่สะท้อนการชำระล่าสุด ควรติดต่อเจ้าหนี้พร้อมหลักฐานเพื่อขอตรวจสอบ ไม่ควรสรุปจากรหัสอย่างเดียวว่าเจ้าหนี้ยังไม่ได้รับชำระ
การมีทรัพย์สินค้ำประกันไม่ได้ทำให้ประวัติหนี้ค้างหมดความสำคัญ ผู้ให้สินเชื่อยังต้องประเมินข้อมูลเครดิตประกอบ จึงไม่ควรตีความว่าเมื่อมีหลักประกันแล้วจะสามารถข้ามการตรวจสถานะหนี้เดิมได้
รหัส 30 เกี่ยวข้องกับบัญชีที่อยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย การอ่านสถานะนี้จึงต้องดูมากกว่ายอดค้างหรือจำนวนเดือนที่ผิดนัด
ประเด็นสำคัญ ได้แก่ คดีอยู่ในขั้นใด มีคำพิพากษาหรือข้อตกลงแล้วหรือไม่ และยังมีภาระที่ต้องชำระเท่าไร เอกสารที่ช่วยอธิบายสถานะได้คือหนังสือจากเจ้าหนี้ เอกสารคดี ข้อตกลงชำระหนี้ และหลักฐานการชำระล่าสุด
หากชำระหนี้หลังถูกดำเนินคดีแล้ว ไม่ควรคาดว่ารหัสจะเปลี่ยนเป็น 11 เหมือนกันทุกกรณีทันที เพราะต้องพิจารณารายละเอียดและขั้นตอนของบัญชีนั้นด้วย ตามแนวทางที่อธิบายในเอกสารหลักสูตรหมอหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทย
คำถามที่ควรถามเจ้าหนี้คือ “หลังดำเนินการตามข้อตกลงแล้ว บัญชีนี้จะรายงานสถานะอย่างไร และมีเอกสารใดยืนยันว่าภาระสิ้นสุดแล้วบ้าง”
ไม่มีระยะเวลารอเดียวที่ใช้แทนเกณฑ์ของทุกธนาคาร ผู้ให้สินเชื่ออาจพิจารณาระยะเวลาหลังปิดหนี้ร่วมกับลักษณะประวัติเดิม สถานะบัญชีอื่น และประเภทสินเชื่อที่ขอ
หากได้รับแจ้งว่าต้องปิดหนี้มาแล้วระยะหนึ่ง ควรยืนยันว่าให้นับจากวันชำระเสร็จ วันปิดบัญชี หรือวันที่ข้อมูลในรายงานได้รับการอัปเดต เพื่อไม่ให้เข้าใจระยะเวลาคลาดเคลื่อน
จากข้อมูลที่ทีม EasyCashflows ได้รับจากเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ประสานงานด้วย ผู้ที่เคยมีประวัติค้างชำระ แต่ชำระปิดหนี้ดังกล่าวแล้วเกิน 6 เดือน อาจอยู่ในข่ายรับพิจารณา สินเชื่อแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้เป็นรายกรณี
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางจากการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ประกาศเงื่อนไขทั่วไปสำหรับผู้สมัครทุกคน ก่อนยื่นจึงควรยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ที่ต้องการยังรับพิจารณากรณีดังกล่าวหรือไม่ และนับระยะเวลาจากวันใด
เงื่อนไขของสินเชื่อมีหลักประกันไม่ควรถูกนำไปสรุปแทนเกณฑ์ของสินเชื่อไม่มีหลักประกัน หากต้องการเข้าใจบทบาทของทรัพย์ที่ใช้ประกอบการยื่น อ่านได้ที่ สินเชื่อธุรกิจแบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
“รับพิจารณา” หมายถึงสามารถนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการประเมินได้ ส่วน “อนุมัติ” คือผลหลังผู้ให้สินเชื่อตรวจสอบข้อมูลตามเกณฑ์แล้ว
การปิดหนี้ครบระยะเวลาที่ได้รับแจ้งจึงไม่ใช่การรับรองผลอนุมัติ และการยอมพิจารณาผู้ที่เคยมีประวัติค้างชำระก็ไม่ได้หมายความว่าเป็น สินเชื่อไม่เช็คบูโร
ผู้เข้าร่วมควรแยก ข้อกำหนดของมาตรการ ออกจาก นโยบายรับสินเชื่อของธนาคาร
สำหรับมาตรการ “จ่ายตรง คงทรัพย์” ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายในคำถามพบบ่อยว่า มีข้อจำกัดการก่อหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคใหม่ในช่วง 12 เดือนแรกหลังเข้าร่วม โดยมีข้อยกเว้นสำหรับการก่อหนี้เพื่อประกอบธุรกิจ ซึ่งยังต้องผ่านการพิจารณาของผู้ให้สินเชื่อ
จึงไม่ควรเหมารวมว่าเข้าร่วมโครงการแล้วทุกธนาคารต้องปฏิเสธสินเชื่อทุกประเภท ขณะเดียวกัน ข้อยกเว้นดังกล่าวก็ไม่ได้บังคับให้ธนาคารต้องอนุมัติสินเชื่อธุรกิจ
หากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ายังไม่รับพิจารณา ควรสอบถามว่าเป็นเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ นโยบายธนาคาร หรือสถานะของผู้สมัคร พร้อมแจ้งชื่อมาตรการและวันที่เริ่มเข้าร่วมให้ถูกต้อง
ให้เทียบ วันที่ชำระหนี้ วันที่เจ้าหนี้ปิดบัญชี และงวดข้อมูลในรายงาน ก่อน หากรายงานยังเป็นงวดก่อนชำระ ข้อมูลอาจยังไม่สะท้อนสถานะล่าสุด แต่หากยอดหรือสถานะไม่ตรงกับหลักฐาน ควรติดต่อเจ้าหนี้หรือเครดิตบูโรเพื่อขอตรวจสอบ อ่านแนวทางเพิ่มเติมในหัวข้อการตรวจรายงานและแก้ข้อมูลผิดพลาดของบทความ เตรียมขอสินเชื่อธุรกิจสำหรับผู้ติดบูโร ปี 2569
ได้ เพราะสถานะแสดงเป็นรายบัญชี เช่น บัญชีหนึ่งอาจปกติ ขณะที่อีกบัญชีปิดแล้ว ต้องอ่านประกอบกันทั้งรายงาน
ไม่ใช่ รหัสบอกสถานะบัญชี ส่วนผลอนุมัติเป็นการตัดสินใจของผู้ให้สินเชื่อจากข้อมูลและเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ยังสรุปเช่นนั้นไม่ได้ รหัส 11 ใช้กับบัญชีที่ปิดแล้วเท่านั้น ต้องตรวจยอดและสถานะของบัญชีที่ยังแสดงรหัส 20 แยกต่างหาก
สามารถสอบถามเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์ได้จากสถานะจริงในปัจจุบัน แต่การรับพิจารณาและผลอนุมัติขึ้นอยู่กับผู้ให้สินเชื่อ ไม่ควรใช้ระยะเวลาที่ได้รับแจ้งจากกรณีอื่นเป็นข้อสรุปสำหรับตนเอง
รหัสเครดิตบูโรช่วยให้เห็นว่าบัญชีปกติ ปิดแล้ว ค้างชำระ หรืออยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย แต่ต้องอ่านพร้อมกับประวัติย้อนหลัง งวดข้อมูล และหลักฐานล่าสุด
เมื่อทราบสถานะที่ถูกต้องแล้ว การสอบถามธนาคารจะตรงประเด็นขึ้น โดยเฉพาะกรณีเพิ่งปิดหนี้ เคยถูกดำเนินคดี หรืออยู่ระหว่างมาตรการช่วยเหลือ
หากยังไม่แน่ใจว่าประวัติหนี้เดิมเกี่ยวข้องกับการขอสินเชื่อของกิจการอย่างไร สามารถศึกษา แนวทางปรึกษาสินเชื่อก่อนยื่นกู้กับ EasyCashflows เพื่อประเมินประเด็นที่ควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนดำเนินการ
ที่มาของข้อมูล: ความหมายรหัสและหลักการอ่านรายงานอ้างอิงข้อมูลให้ความรู้ของเงินติดล้อ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนเงื่อนไขโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” อ้างอิงคำถามพบบ่อยของธนาคารแห่งประเทศไทย กรณีไทยเครดิตเป็นข้อมูลจากการประสานงานของทีม EasyCashflows กับเจ้าหน้าที่สินเชื่อ
ตรวจสอบแหล่งข้อมูลสาธารณะประกอบบทความ: 25 กันยายน 2569 เงื่อนไขจริงต้องยืนยันกับผู้ให้สินเชื่อในวันที่ยื่น บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไปและไม่รับรองผลอนุมัติสินเชื่อ
เขียนโดย: ชุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ดูประวัติผู้เขียน | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา