เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
เผยแพร่เมื่อ : 7 เมษายน 2569
การรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจ อาจช่วยลดภาระค่างวดต่อเดือน ลดดอกเบี้ยรวม หรือทำให้กระแสเงินสดของธุรกิจดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้แปลว่าการรีไฟแนนซ์จะคุ้มเสมอไปในทุกกรณี
สิ่งสำคัญคือ ต้องดูให้ชัดว่าเมื่อเปลี่ยนสินเชื่อใหม่แล้ว ภาระรวมที่ต้องจ่ายลดลงจริงหรือไม่ ทั้งในแง่ค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ระยะเวลาผ่อน และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้น
เครื่องคำนวณหน้านี้ช่วยให้คุณประเมินเบื้องต้นได้ว่า การรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจของคุณมีแนวโน้มช่วยลดต้นทุนได้จริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจยื่นขอรีไฟแนนซ์
รีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจ คือการเปลี่ยนจากภาระสินเชื่อเดิมไปเป็นสินเชื่อใหม่ที่มีเงื่อนไขเหมาะสมกว่า เช่น อัตราดอกเบี้ยต่ำลง ค่างวดต่อเดือนลดลง หรือระยะเวลาผ่อนยาวขึ้น
เจ้าของกิจการมักเลือกรีไฟแนนซ์เมื่อเริ่มรู้สึกว่าภาระเดิมสูงเกินไป กระทบสภาพคล่อง หรือมีข้อเสนอใหม่ที่ดูคุ้มกว่าสินเชื่อเดิม
คำตอบคือ “อาจช่วยได้” แต่ต้องดูมากกว่าดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง
บางกรณีดอกเบี้ยใหม่ดูต่ำกว่าเดิม แต่เมื่อรวมค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการปิดสินเชื่อเดิม ค่าใช้จ่ายในการทำสัญญาใหม่ หรือการยืดระยะเวลาผ่อนออกไป ต้นทุนรวมอาจไม่ได้ลดลงมากอย่างที่คิด
ดังนั้น การดูแค่ “ดอกเบี้ยใหม่ถูกกว่าเดิม” ยังไม่พอ ต้องดูทั้ง
ค่างวดต่อเดือนใหม่
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาใหม่
ค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์
ระยะเวลาผ่อนที่เปลี่ยนไป
ต้นทุนรวมก่อนและหลังรีไฟแนนซ์
หากคุณต้องการเปรียบเทียบต้นทุนรวมของข้อเสนอใหม่ให้ละเอียดขึ้น ควรใช้ทั้งเครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจและเครื่องคำนวณอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (EIR) ควบคู่กัน เพื่อดูทั้งภาระผ่อนรายเดือนและต้นทุนที่แท้จริงของสินเชื่อ
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบ “สินเชื่อเดิม” กับ “สินเชื่อใหม่หลังรีไฟแนนซ์” ได้ในหน้าเดียว โดยดูได้ทั้ง
ค่างวดต่อเดือนเดิมและใหม่
ดอกเบี้ยรวมเดิมและใหม่
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการรีไฟแนนซ์
ต้นทุนรวมที่คาดว่าจะประหยัดได้
ส่วนต่างของภาระต่อเดือนหลังรีไฟแนนซ์
เหมาะสำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการรู้ว่า การรีไฟแนนซ์ช่วยลดภาระจริง หรือแค่ทำให้ผ่อนนานขึ้นแต่จ่ายรวมแพงกว่าเดิม
กรอกข้อมูลของสินเชื่อเดิม เช่น
ยอดหนี้คงเหลือ
ดอกเบี้ยเดิม
ระยะเวลาที่เหลืออยู่
ค่างวดเดิมต่อเดือน
จากนั้นกรอกข้อมูลของข้อเสนอรีไฟแนนซ์ใหม่ เช่น
ดอกเบี้ยใหม่
ระยะเวลาผ่อนใหม่
ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์
เมื่อคำนวณแล้ว ให้เปรียบเทียบผลลัพธ์ของสองทางเลือกควบคู่กัน ไม่ควรดูเฉพาะค่างวดรายเดือนอย่างเดียว
หากคุณต้องการดูภาพรวมของค่างวด ดอกเบี้ยรวม และยอดชำระรวมเพิ่มเติม สามารถใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อธุรกิจร่วมกันได้ เพื่อช่วยให้เปรียบเทียบภาระเดิมกับข้อเสนอใหม่ได้ครบมากขึ้น
หลังจากคำนวณแล้ว ควรดูผลลัพธ์หลัก 4 ส่วนนี้
ช่วยให้เห็นว่าหลังรีไฟแนนซ์แล้ว ภาระรายเดือนเบาลงจริงหรือไม่
ช่วยให้เห็นว่าต้นทุนดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญาใหม่ลดลงจริงหรือไม่
เป็นส่วนที่หลายคนมองข้าม แต่มีผลต่อความคุ้มค่าของการรีไฟแนนซ์มาก
เป็นตัวเลขสำคัญที่สุด เพราะช่วยตอบคำถามว่า “รีไฟแนนซ์แล้วคุ้มจริงไหม”
การรีไฟแนนซ์มักมีแนวโน้มคุ้มเมื่อ
อัตราดอกเบี้ยใหม่ลดลงชัดเจน
ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ไม่สูงเกินไป
ระยะเวลาผ่อนใหม่ไม่ยาวจนทำให้ต้นทุนรวมสูงขึ้นมาก
ธุรกิจต้องการลดค่างวดเพื่อรักษาสภาพคล่องในช่วงที่รายรับยังไม่สม่ำเสมอ
สินเชื่อเดิมมีต้นทุนสูงกว่าทางเลือกใหม่อย่างเห็นได้ชัด
ควรระวังเมื่อ
ดอกเบี้ยใหม่ต่ำลงเพียงเล็กน้อย
มีค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์หรือค่าปิดบัญชีเดิมสูง
ระยะเวลาผ่อนใหม่ยาวขึ้นมาก
ค่างวดต่อเดือนลดลง แต่ยอดจ่ายรวมทั้งสัญญากลับสูงขึ้น
ธุรกิจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มในช่วงที่กระแสเงินสดตึงตัว
สมมติว่าธุรกิจของคุณมียอดหนี้คงเหลือ 800,000 บาท
ดอกเบี้ยเดิม 12% ต่อปี
เหลือระยะเวลาผ่อนอีก 36 เดือน
และมีข้อเสนอรีไฟแนนซ์ใหม่เป็น
ดอกเบี้ย 8% ต่อปี
ระยะเวลาผ่อนใหม่ 48 เดือน
มีค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ 15,000 บาท
แม้ค่างวดต่อเดือนใหม่อาจลดลง แต่คุณควรดูด้วยว่าต้นทุนรวมใหม่ เมื่อรวมค่าธรรมเนียมและเวลาผ่อนที่ยาวขึ้นแล้ว ยังประหยัดกว่าทางเลือกเดิมจริงหรือไม่
ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เป็นค่าประมาณเบื้องต้น เพื่อช่วยวางแผนและเปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจเท่านั้น
เงื่อนไขจริงอาจแตกต่างกันตาม
ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อ
ค่าธรรมเนียมจริง
ประเภทของสินเชื่อเดิมและสินเชื่อใหม่
เครดิตของผู้กู้
หลักประกัน
เงื่อนไขปิดบัญชีเดิมและทำสัญญาใหม่
ดังนั้นก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์จริง ควรตรวจสอบข้อเสนออย่างละเอียดอีกครั้งเสมอ
หากคุณกำลังเปรียบเทียบภาระสินเชื่อเดิมกับทางเลือกใหม่ ลองอ่านหน้าที่เกี่ยวข้องต่อไปนี้ควบคู่กัน
เครื่องคำนวณสินเชื่อธุรกิจ
เครื่องคำนวณอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (EIR)
สินเชื่อธุรกิจรีไฟแนนซ์
ประเภทของสินเชื่อเพื่อธุรกิจ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับกิจการ
ไม่เสมอ เพราะบางกรณีค่างวดลดลงจากการยืดระยะเวลาผ่อนออกไป ทำให้ต้นทุนรวมตลอดสัญญาสูงขึ้นได้
ควรดูทั้งค่างวดใหม่ ดอกเบี้ยรวมใหม่ ค่าธรรมเนียมรีไฟแนนซ์ และเงินที่ประหยัดได้สุทธิหลังรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
จำเป็น เพราะต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่ดอกเบี้ย อาจมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นที่ทำให้ภาพรวมไม่ได้ประหยัดมากอย่างที่คิด
การรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจอาจช่วยลดภาระดอกเบี้ยและทำให้ค่างวดต่อเดือนเหมาะกับกระแสเงินสดมากขึ้นได้ แต่ต้องดูต้นทุนรวมอย่างรอบด้าน ไม่ใช่ดูเฉพาะดอกเบี้ยใหม่ที่ต่ำลง
หากคุณกำลังตัดสินใจว่าจะรีไฟแนนซ์ดีหรือไม่ การคำนวณเปรียบเทียบก่อนจะช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า ทางเลือกใหม่ประหยัดจริง หรือแค่ดูเบาลงในระยะสั้นเท่านั้น
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา