หน้าหลัก > ความรู้ > สินเชื่อ SME เพื่อธุรกิจ > สินเชื่อ SME ระยะสั้น เสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ
หน้าหลัก > ความรู้ > สินเชื่อ SME เพื่อธุรกิจ > สินเชื่อ SME ระยะสั้น เสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ
เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 1 กุมภาพันธ์ 2569
ในปี 2569 ผู้ประกอบการจำนวนมากมองหา สินเชื่อsme และ สินเชื่อธุรกิจsme เพื่อ “เสริมสภาพคล่อง” มากกว่าการลงทุนก้อนใหญ่ เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละวันมักไม่ใช่ยอดขายไม่มี แต่เป็น “จังหวะเงินเข้าไม่ทันเงินออก” เช่น ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบ/โฆษณา/ค่าขนส่งถี่ ๆ หรือมีลูกค้าเครดิตเทอม 30–60 วัน ทำให้เงินสดสะดุดเป็นช่วง ๆ
การเสริมสภาพคล่องระยะสั้นทำได้ด้วย 2 เครื่องมือหลักคือ OD (วงเงินหมุนเวียน) และ Factoring (เร่งเงินจากบิลเครดิต) พร้อมแนวทางตั้งวงเงินและจัด “วันเงินเข้า = วันคืน OD” ให้เกิดวินัยทางการเงินที่ธนาคารชอบเห็น
ขณะเดียวกัน ภาพรวมตลาดสินเชื่อสะท้อนว่าสถาบันการเงินยังให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการที่เตรียมข้อมูลรอบเงินสดและมีวินัยการคืนเงินจึงได้เปรียบเมื่อ “กู้sme” หรือขอเพิ่มวงเงิน
ดูภาพรวม/ตารางเทียบแบบวงเงินทั้งหมดที่หน้าแม่ → สินเชื่อ SME เพื่อธุรกิจ
เวลาคนมาปรึกษาสินเชื่อระยะสั้นกับดิฉัน สิ่งที่เจอบ่อยคือหลายกิจการไม่ได้ติดปัญหายอดขาย แต่ติด “จังหวะเงินเข้าไม่ทันเงินออก” พอยื่น สินเชื่อsme แบบหวังแก้ปัญหาเร็ว ๆ กลับถูกถามเอกสารเพิ่มหลายรอบ เพราะธนาคารยังมองไม่เห็นว่าเงินกู้จะถูกใช้เพื่อ “สะพานสภาพคล่อง” และจะคืนเมื่อไร
เคสที่เดินไวที่สุดในงานที่ดิฉันดูแล มักเริ่มจากการทำเอกสาร 1 หน้าให้ธนาคารอ่านแล้วจบ ได้แก่ (1) ตารางเงินเข้า–เงินออก 30 วัน (2) จุดที่เงินสะดุดชัดเจน และ (3) กติกา “วันเงินเข้า = วันคืน” สำหรับ OD หรือ “เลือกเร่งเฉพาะบิลจำเป็น” สำหรับ Factoring จากนั้นค่อยเลือกเครื่องมือให้ตรงปัญหา
บทเรียนที่ได้: คนที่ได้ผลลัพธ์ดีมักไม่ใช่คนที่ขอวงเงินสูงที่สุด แต่เป็นคนที่ “ขอวงเงินพอดีกับรอบเงินจริง” และทำให้ธนาคารเห็นวินัยการคืนเงินตั้งแต่วันแรก
ให้ตอบ 3 คำถามนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าอะไร “เหมาะกว่า” สำหรับสภาพคล่อง
เงินสะดุดเพราะ “รายจ่ายถี่” หรือ “ลูกค้าจ่ายช้า”?
รายจ่ายถี่ (เติมของ/ค่าแรง/ค่าโฆษณา) → ไปทาง OD
ลูกค้าจ่ายช้า มีเครดิตเทอม → ไปทาง Factoring
เงินเข้ามาเป็นรอบสั้น ๆ แล้วคุณคืนได้ทันทีไหม?
คืนได้ตามรอบเงินเข้า → OD คุ้มมาก เพราะดอกคิดตามยอดคงค้าง
คืนช้า/ยืดออกบ่อย → พิจารณา Factoring หรือปรับวงเงินให้พอดี
ธุรกิจมี “บิล/ใบแจ้งหนี้” ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ไหม?
มีบิลลูกค้าองค์กร/เครดิตเทอมชัด → Factoring ทำงานได้ดี
ไม่มีบิลชัด รายได้กระจายหลายช่องทาง → OD มักเริ่มง่ายกว่า
OD คือวงเงินหมุนเวียนที่ช่วยให้ธุรกิจเบิกใช้เกินยอดบัญชี และมักคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง
จุดแข็งของ OD คือ “ยืดหยุ่น” เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดถี่และต้องจ่ายทันที
ใช้ OD ให้คุ้มในแบบที่ธนาคารชอบเห็น
ตั้งวงเงินเริ่มต้นไม่ต้องสูง แต่ให้ “พอดีรอบเงินสด”
ยึดหลัก “วันเงินเข้า = วันคืน OD” เพื่อคุมดอกและทำให้วงเงินพร้อมใช้รอบต่อไป
Factoring คือการแปลงลูกหนี้การค้า/ใบแจ้งหนี้เป็นเงินสดก่อนกำหนด เพื่อให้ธุรกิจมีเงินไปทำรอบใหม่
เหมาะเมื่อธุรกิจขาย B2B หรือมีเครดิตเทอม 30–90 วัน แล้วเงินสดสะดุดระหว่างรอรับชำระ
วิธีใช้ Factoring ให้คุมต้นทุน
ไม่จำเป็นต้องเร่ง “ทุกบิล” ให้เลือกเฉพาะบิลที่ทำให้เงินหมุนทันและคุ้มค่าธรรมเนียม
เลือกลูกหนี้ที่เอกสารชัดและความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้ขั้นตอนเดินเร็ว
จากสิ่งที่ดิฉันเจอในงานจริง ปัญหามักเกิดจาก 5 ข้อนี้ และแก้ได้ด้วยวิธีตรงไปตรงมา
ขอ OD แต่ใช้เหมือนเงินลงทุนยาว (รีโนเวต/ซื้อเครื่องมือก้อนใหญ่) → แก้: แยก “งานถี่” กับ “งานยาว” ให้ชัด แล้วให้ OD ทำหน้าที่แค่สะพานเงินสด
สรุปยอดขายไม่สัมพันธ์กับเงินเข้าบัญชี → แก้: ทำตาราง “ยอดขาย–เงินเข้า–ช่องทางรับเงิน” รายสัปดาห์ 4 สัปดาห์ล่าสุดให้เห็นภาพเดียว
ไม่มี “วันคืนเงิน” ที่ชัดเจน → แก้: เขียนกติกาเลยว่าเงินเข้าวันไหน คืน OD วันนั้น (หรือกำหนดเงื่อนไขเลือกเร่งบิลเฉพาะช่วงพีค)
จะทำ Factoring แต่เอกสารบิลไม่ครบ/เงื่อนไขเครดิตเทอมไม่ชัด → แก้: รวบชุดเอกสารบิลให้ครบก่อนยื่น (ใบแจ้งหนี้ + หลักฐานส่งมอบ + เงื่อนไขชำระเงิน)
เลือก “แหล่งเงินทุน” จากความเร็วอย่างเดียว ไม่ดูต้นทุนรวม → แก้: เทียบดอก/ค่าธรรมเนียม/รอบตัดยอด แล้วคำนวณต้นทุนต่อเดือนแบบง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณกำลังจะขอ สินเชื่อsme ระยะสั้น สิ่งที่ทำให้ธนาคารตัดสินใจเร็วคือ “เห็นรอบเงินสดชัด” มากกว่าคำอธิบายทั่วไป
ทำแผนที่เงินเข้า–เงินออก 30 วัน
แค่ 1 หน้า บอกวันเงินเข้า (ยอดขาย/ลูกหนี้) และวันเงินออก (ค่าใช้จ่ายหลัก)
เลือกเครื่องมือให้ตรงปัญหา (OD หรือ Factoring)
ใช้เช็ก 60 วินาทีด้านบน แล้วเลือกทางที่ทำให้เงินสด “ไม่สะดุด”
ตั้งกติกาคืนเงินตั้งแต่วันแรก
โดยเฉพาะ OD ให้กำหนดว่า “เงินเข้าวันไหน คืนวันนั้น” เพราะเป็นพฤติกรรมที่ทำให้วงเงินไม่ตันและช่วยให้ต่อรองวงเงินรอบถัดไปได้ง่ายขึ้น
ให้ตอบ 3 คำถามนี้ แล้วคุณจะรู้ว่าอะไร “เหมาะกว่า” สำหรับสภาพคล่อง
เงินสะดุดเพราะ “รายจ่ายถี่” หรือ “ลูกค้าจ่ายช้า”?
รายจ่ายถี่ (เติมของ/ค่าแรง/ค่าโฆษณา) → ไปทาง OD
ลูกค้าจ่ายช้า มีเครดิตเทอม → ไปทาง Factoring
เงินเข้ามาเป็นรอบสั้น ๆ แล้วคุณคืนได้ทันทีไหม?
คืนได้ตามรอบเงินเข้า → OD คุ้มมาก เพราะดอกคิดตามยอดคงค้าง
คืนช้า/ยืดออกบ่อย → พิจารณา Factoring หรือปรับวงเงินให้พอดี
ธุรกิจมี “บิล/ใบแจ้งหนี้” ที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ไหม?
มีบิลลูกค้าองค์กร/เครดิตเทอมชัด → Factoring ทำงานได้ดี
ไม่มีบิลชัด รายได้กระจายหลายช่องทาง → OD มักเริ่มง่ายกว่า
OD คือวงเงินหมุนเวียนที่ช่วยให้ธุรกิจเบิกใช้เกินยอดบัญชี และมักคิดดอกเบี้ยตามยอดที่ใช้จริง
จุดแข็งของ OD คือ “ยืดหยุ่น” เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดถี่และต้องจ่ายทันที
ใช้ OD ให้คุ้มในแบบที่ธนาคารชอบเห็น
ตั้งวงเงินเริ่มต้นไม่ต้องสูง แต่ให้ “พอดีรอบเงินสด”
ยึดหลัก “วันเงินเข้า = วันคืน OD” เพื่อคุมดอกและทำให้วงเงินพร้อมใช้รอบต่อไป
Factoring คือการแปลงลูกหนี้การค้า/ใบแจ้งหนี้เป็นเงินสดก่อนกำหนด เพื่อให้ธุรกิจมีเงินไปทำรอบใหม่
เหมาะเมื่อธุรกิจขาย B2B หรือมีเครดิตเทอม 30–90 วัน แล้วเงินสดสะดุดระหว่างรอรับชำระ
วิธีใช้ Factoring ให้คุมต้นทุน
ไม่จำเป็นต้องเร่ง “ทุกบิล” ให้เลือกเฉพาะบิลที่ทำให้เงินหมุนทันและคุ้มค่าธรรมเนียม
เลือกลูกหนี้ที่เอกสารชัดและความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้ขั้นตอนเดินเร็ว
จากสิ่งที่ดิฉันเจอในงานจริง ปัญหามักเกิดจาก 5 ข้อนี้ และแก้ได้ด้วยวิธีตรงไปตรงมา
ขอ OD แต่ใช้เหมือนเงินลงทุนยาว (รีโนเวต/ซื้อเครื่องมือก้อนใหญ่) → แก้: แยก “งานถี่” กับ “งานยาว” ให้ชัด แล้วให้ OD ทำหน้าที่แค่สะพานเงินสด
สรุปยอดขายไม่สัมพันธ์กับเงินเข้าบัญชี → แก้: ทำตาราง “ยอดขาย–เงินเข้า–ช่องทางรับเงิน” รายสัปดาห์ 4 สัปดาห์ล่าสุดให้เห็นภาพเดียว
ไม่มี “วันคืนเงิน” ที่ชัดเจน → แก้: เขียนกติกาเลยว่าเงินเข้าวันไหน คืน OD วันนั้น (หรือกำหนดเงื่อนไขเลือกเร่งบิลเฉพาะช่วงพีค)
จะทำ Factoring แต่เอกสารบิลไม่ครบ/เงื่อนไขเครดิตเทอมไม่ชัด → แก้: รวบชุดเอกสารบิลให้ครบก่อนยื่น (ใบแจ้งหนี้ + หลักฐานส่งมอบ + เงื่อนไขชำระเงิน)
เลือก “แหล่งเงินทุน” จากความเร็วอย่างเดียว ไม่ดูต้นทุนรวม → แก้: เทียบดอก/ค่าธรรมเนียม/รอบตัดยอด แล้วคำนวณต้นทุนต่อเดือนแบบง่าย ๆ ก่อนตัดสินใจ
ถ้าคุณกำลังจะขอ สินเชื่อsme ระยะสั้น สิ่งที่ทำให้ธนาคารตัดสินใจเร็วคือ “เห็นรอบเงินสดชัด” มากกว่าคำอธิบายทั่วไป
ทำแผนที่เงินเข้า–เงินออก 30 วัน
แค่ 1 หน้า บอกวันเงินเข้า (ยอดขาย/ลูกหนี้) และวันเงินออก (ค่าใช้จ่ายหลัก)
เลือกเครื่องมือให้ตรงปัญหา (OD หรือ Factoring)
ใช้เช็ก 60 วินาทีด้านบน แล้วเลือกทางที่ทำให้เงินสด “ไม่สะดุด”
ตั้งกติกาคืนเงินตั้งแต่วันแรก
โดยเฉพาะ OD ให้กำหนดว่า “เงินเข้าวันไหน คืนวันนั้น” เพราะเป็นพฤติกรรมที่ทำให้วงเงินไม่ตันและช่วยให้ต่อรองวงเงินรอบถัดไปได้ง่ายขึ้น
ใช้เท่าที่จำเป็น แล้ว คืนทันที เมื่อรายได้เข้า—ย้ำอีกครั้งว่า “วันเงินเข้า = วันคืน”
กันเพดานใช้รายสัปดาห์ เช่น ใช้ OD ได้ไม่เกิน X บาท/สัปดาห์ (ยกเว้นช่วงโปรใหญ่ที่อนุมัติไว้ล่วงหน้า)
ตั้งเพดานสต็อกหมุนเร็ว: ซื้อพอดีกับรอบขาย 10–14 วัน เพื่อลดเงินจม
งดใช้ OD ซื้อของใช้งานยาวทั้งก้อน: ถ้าจำเป็นจริง ๆ แยกก้อนย่อยและกำหนดแผนคืนสั้นมาก
สิ้นเดือนเคลียร์ยอด ให้เหลือใกล้ศูนย์เพื่อลดภาระดอก
สรุปสั้น: OD = เครื่องมือ “สั้น–ไว” ของ สินเชื่อระยะสั้น ถ้าใช้ถูกงานและคืนเป็นวินัย จะคุ้มที่สุด
กรณีเหมาะสม: มีลูกค้าจ่ายเครดิต 30–60 วัน, ต้องการเงินซื้อวัตถุดิบ/ผลิตรอบใหม่ทันที
เลือกบิล: ลูกหนี้ที่มีประวัติดี เอกสารครบ (PO/ใบส่งของ/ใบกำกับ/เซ็นรับ) เพื่ออัตราค่าธรรมเนียมที่เหมาะ
สื่อสารลูกหนี้ล่วงหน้า: บอกขั้นตอนโอน/รับสภาพหากถูกติดต่อยืนยันบิล เพื่อลดความติดขัด
ใช้อย่างมีแผน: เร่งเงินเฉพาะช่วงพีค/โปรโมชัน ไม่ต้องเร่งทุกบิล—เลือกเฉพาะที่ “ทำให้กำไรเพิ่ม”
สรุปสั้น: Factoring เร่งรอบเงินสด แต่ต้อง “เลือกราย–เลือกช่วง” เพื่อให้ค่าใช้จ่ายคุ้ม
ปัญหา: เติมของสดถี่ แต่เงินบัตร/แพลตฟอร์มเข้าไม่พร้อมกัน ทำให้สะดุดบางวัน
แผน: ตั้งวงเงิน OD เริ่มต้น ~1.0× ค่าใช้จ่ายประจำ/เดือน ใช้จริงไม่เกิน 70% + ทำ “ปฏิทินคืน OD” ตรงวันเงินเข้า
KPI: บิล/ชั่วโมง, ยอดเฉลี่ยต่อบิล, ของเสียวัตถุดิบ, เงินคงเหลือปลายเดือน
ผลที่เกิดขึ้นจริง : เงินสดนิ่งขึ้น รับลูกค้าได้ต่อเนื่อง ค่าดอกลดลงเพราะคืนตรงวันเข้า
ปัญหา: เปิดโปรใหญ่ ต้องเติมสต็อกมาก และมีบิลเครดิต 45 วันจากดีลเลอร์
แผน: ใช้ OD สำหรับล็อตเปิดโปร (คืนตามยอดเข้า POS) + ใช้ Factoring ~70% ของบิลเครดิตคุณภาพดีเพื่อเร่งเงิน
KPI: รอบหมุนสต็อก (วัน), อัตราของเสีย, Cash on hand, ยอดเครดิตที่ค้างเกินกำหนด
ผลที่เกิดขึ้นจริง : โปรเดินต่อเนื่องโดยไม่ตึงมือ และไม่ต้องดึงเงินส่วนตัว
ปัญหา: บิลลูกค้าองค์กร 60 วัน ทำให้เงินจมวัตถุดิบ
แผน: คัดลูกหนี้คุณภาพดีเข้ากรอบ Factoring 60–70% ของยอดเฉลี่ย/เดือน + กัน OD ไว้เฉพาะคอขวดสั้น ๆ
KPI: วันเก็บหนี้เฉลี่ย, ต้นทุนต่อหน่วย (ลดจากการซื้อวัตถุดิบล็อตใหญ่ขึ้น), เงินคงเหลือปลายเดือน
ผลที่เกิดขึ้นจริง : รอบผลิตต่อเนื่อง ลดหยุดสายการผลิตเพราะรอเงิน
สรุปสั้น: เลือกเครื่องมือให้ตรงงาน + ตั้ง KPI ที่เชื่อมกับเงินสด → วัดผลได้และปรับวงเงินได้อย่างมั่นใจ
Q: ธุรกิจเล็กควรเริ่มจาก OD หรือ Factoring ดี?
A: ถ้าปัญหาคือค่าใช้จ่ายถี่ ๆ และยอดขายเข้ามาเป็นรอบสั้น ให้เริ่มจาก OD พร้อมวินัย “วันเงินเข้า = วันคืน” แต่ถ้าปัญหาคือมีบิลลูกค้าจ่ายช้าและต้องการเงินหมุนเพื่อทำรอบใหม่ Factoring จะตอบโจทย์กว่า
Q: ทำไมธนาคารชอบเห็นการคืน OD เป็นรอบ ๆ?
A: เพราะการคืนเร็วแปลว่าเงินเข้า “จริง” และธุรกิจควบคุมสภาพคล่องได้ ช่วยสะท้อนคุณภาพลูกหนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการบริหารความเสี่ยงในระบบสินเชื่อ
Q: ถ้าอยากกู้sme ปี 2569 ควรเตรียมอะไรให้พร้อมที่สุด?
A: แผนรอบเงินสด + สเตทเมนต์ที่สะท้อนเงินเข้าออกจริง + KPI ที่ติดตามต่อเนื่อง เพราะทำให้สถาบันการเงินประเมินความสามารถชำระหนี้ได้เร็วขึ้น
ถ้าใช้ OD แล้ว “ยอดคงค้างไม่เคยลดลง” เกิน 2–3 รอบเงินเข้า → แปลว่า OD กำลังถูกใช้แทนเงินลงทุนยาว หรือวงเงินตั้งไม่พอดี
ถ้าใช้ Factoring แล้วต้องเร่งเกือบทุกบิลจนค่าธรรมเนียมกินกำไร → ควรกลับไปแก้เงื่อนไขเครดิตเทอม/การเก็บเงิน หรือใช้เฉพาะช่วงจำเป็นจริง ๆ
ถ้าธนาคารถามเอกสารซ้ำ ๆ ในคำถามเดิม (เงินเข้ามาจากไหน/คืนเมื่อไร) → ปัญหาไม่ใช่เอกสารเยอะ แต่คือ “ยังไม่มีแผนรอบเงินสด 1 หน้า” ที่ทำให้เข้าใจในครั้งเดียว
หากต้องการให้ สินเชื่อsme และ สินเชื่อธุรกิจsme ช่วยธุรกิจได้จริงในปี 2569 คำตอบไม่ใช่ “วงเงินใหญ่ที่สุด” แต่คือ “เครื่องมือที่เข้าจังหวะเงินเข้า–ออก” และมีวินัยคืนเงินชัดเจน โดยใช้ OD กับงานถี่ ใช้ Factoring กับบิลเครดิต และวัดผลด้วย KPI เพื่อค่อย ๆ ขยายวงเงินแบบไม่ตึงมือ
หากคุณต้องการอ่านต้นฉบับที่มีตารางเทียบ แนวทางตั้งวงเงิน และตัวอย่างการจัดปฏิทินคืนเงินแบบละเอียด สามารถอ่านบทความหลัก “สินเชื่อ SME ระยะสั้น เสริมสภาพคล่องสำหรับธุรกิจ” ของ Easycashflows ได้โดยตรง
ระยะสั้น vs ระยะยาว เลือกอย่างไรให้เหมาะ → ระยะสั้น vs ระยะยาว: เลือกวงเงินธุรกิจให้เหมาะด้วยกระแสเงินสด
กรณีศึกษา ค้าปลีก: จัดพอร์ต OD–Term–Factoring → ค้าปลีกควรใช้วงเงินอะไร? OD–Term–Factoring
กลับหน้าแม่ (ภาพรวม+ตารางเลือกวงเงิน+เช็กลิสต์) → สินเชื่อ SME เพื่อธุรกิจ