สำหรับเจ้าของกิจการที่กำลังมองหา
สินเชื่อเพื่อธุรกิจไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน, สินเชื่อธุรกิจ SME หรือแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย
คำถามที่มักถูกค้นหาและถามบ่อย ได้แก่
สินเชื่อ SME คืออะไร
กู้ SME แบบไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เลือกแบบไหนดี
เงินกู้ SME กับเงินกู้ด่วน ต่างกันอย่างไร
แหล่งเงินทุนแบบไหนเหมาะกับธุรกิจของเรา
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ ภาพรวมของสินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อย่างเป็นระบบ
โดยไม่ต้องมีพื้นฐานด้านการเงินหรือศัพท์ธนาคารมาก่อน
ก่อนยื่นขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ประกอบการควรเข้าใจเงื่อนไขพื้นฐานดังนี้
ธุรกิจต้องดำเนินกิจการจริง และมีรายได้สม่ำเสมอ
มีบัญชีธนาคารที่ใช้รับ–จ่ายเงินของกิจการ
มีเอกสารทางการเงิน เช่น สเตทเมนต์ งบรายรับ–รายจ่าย
มีเอกสารภาษีที่สอดคล้องกับรายได้
เจ้าของกิจการมีประวัติเครดิตอยู่ในระดับที่รับได้
เงื่อนไขเหล่านี้คือคำตอบของคำถามว่า
“สินเชื่อ SME คืออะไร และใครบ้างที่ขอได้”
โดยไม่จำเป็นต้องมีบ้านหรือที่ดินมาค้ำประกัน
“ยังลังเล? ดูตารางเทียบแบบสั้นที่ เปรียบเทียบสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์” และศึกษาข้อดีข้อเสีย ในบทความ สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่คูณควรเลือก
สินเชื่อเพื่อธุรกิจไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
คือสินเชื่อเงินกู้ที่พิจารณาจากศักยภาพของธุรกิจ แทนการใช้ทรัพย์สินเป็นหลักประกัน
สถาบันการเงินจะดูจาก
กระแสเงินสดของกิจการ
ยอดขายและการเดินบัญชี
งบการเงินและเอกสารภาษี
ความสามารถในการชำระหนี้ของเจ้าของกิจการ
จึงเหมาะกับผู้ประกอบการ SME ที่
มีธุรกิจจริง
มีรายได้จริง
แต่ยังไม่มีทรัพย์สินขนาดใหญ่เป็นชื่อของตนเอง
การเลือกสินเชื่อเงินกู้หรือแหล่งเงินทุนให้เหมาะ
ไม่ใช่ดูแค่ว่าอนุมัติง่ายหรือได้เงินเร็ว
แต่ต้องรู้ว่า
รายได้เข้ามาแบบรายวัน รายเดือน หรือเป็นโครงการ
ค่าใช้จ่ายหลักคืออะไร
รอบรับเงินช้ากว่ารอบจ่ายเงินหรือไม่
เมื่อเข้าใจภาพนี้ จะช่วยให้คุณไม่เลือก เงินกู้ด่วน ผิดประเภท
และไม่ทำให้สินเชื่อ SME กลายเป็นภาระในระยะยาว
เช่น รีโนเวตร้าน ซื้อเครื่องจักร หรือเปิดสาขาใหม่
เหมาะกับ
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบบเงินก้อนผ่อน
ได้เงินก้อนครั้งเดียว
ผ่อนชำระรายเดือน
เหมาะกับการลงทุนระยะกลาง–ยาว
เช่น ค่าสต็อก ค่าแรง ค่าโฆษณา
แหล่งเงินทุนที่นิยม ได้แก่
วงเงินหมุนเวียน (OD)
บัตรเครดิตธุรกิจ
ช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงที่รายได้ยังไม่เข้ามา
เช่น ขายให้บริษัทใหญ่ หรือหน่วยงานรัฐ
เหมาะกับ
แฟคตอริ่ง (Factoring)
สินเชื่อจากใบแจ้งหนี้
ช่วยเปลี่ยนบิลเป็นเงินสด
โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
เช่น ร้านอาหาร ร้านค้าออนไลน์
เหมาะกับ
เงินกู้จากยอดขาย (Merchant Cash Advance)
ผ่อนคืนตามยอดขายจริง
ลดความเสี่ยงจากค่างวดคงที่
สามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก
สินเชื่อเงินก้อนผ่อนระยะกลาง–ยาว
วงเงินหมุนเวียนและสินเชื่อเพื่อสภาพคล่อง
สินเชื่อจากใบแจ้งหนี้และสัญญาโครงการ
สินเชื่อจากยอดขายผ่านระบบชำระเงิน
แต่ละประเภทเหมาะกับธุรกิจต่างกัน
ไม่มีแบบไหน “ดีที่สุด” สำหรับทุกกิจการ
เพื่อไม่ให้สับสน ลองมองประเภทของสินเชื่อและแหล่งเงินทุน ไม่มีหลักทรัพย์ เป็น 4 กลุ่มหลัก ๆ
ใช้ขยายกิจการ ลงทุนสิ่งที่คืนทุนเป็นปี
ผ่อนเท่า ๆ กันทุกเดือน
เป็น สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ที่เน้น “ลงทุนเพื่อโต”
OD, วงเงินรูด, บัตรเครดิตธุรกิจ
แหล่งเงินทุนธุรกิจ SME ที่ช่วยเรื่อง “เงินหมุน” โดยเฉพาะ
ใช้เสร็จควรพักวงเงินให้โล่งบ้าง ไม่ใช่ใช้เต็มตลอดทุกเดือน
แฟคตอริ่ง / Invoice Financing
PO Finance / Contract Finance
เหมาะกับธุรกิจ B2B และรับงานโครงการ
ใช้ “ใบแจ้งหนี้/สัญญา” เป็นฐาน – ไม่มีหลักทรัพย์ก็ขอได้ถ้าเอกสารงานชัด
Cash Advance ที่ใช้ยอดขายเป็นฐาน
ผ่อนคืนตามยอดขายจริง
เป็นแหล่งเงินทุน ไม่มีหลักทรัพย์ ที่เหมาะมากกับร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้าออนไลน์
เวลาเลือก สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือแหล่งเงินทุน ไม่มีหลักทรัพย์ ต้องดู 3 มุมนี้ให้ครบ
โจทย์ของเงินกู้คืออะไร
ลงทุน → เงินก้อนผ่อน
หมุน → วงเงินหมุนเวียน
เงินจมในบิล/สัญญา → แฟคตอริ่ง/PO Finance
มียอดขายผ่านระบบ → เงินหมุนจากยอดขาย
เข้ากับจังหวะเงินเข้า–ออกไหม
ถ้ารายได้เข้าเป็นก้อนและค่อนข้างนิ่ง → ผ่อนเท่า ๆ กันได้
ถ้ารายได้เหวี่ยงตามฤดูกาล → ควรเลือกแบบที่ปรับตามยอดขายได้
ความเสี่ยงและความยืดหยุ่น
วงเงินหมุนเวียนยืดหยุ่นมาก แต่ถ้าใช้เต็มและไม่เคยพัก จะกลายเป็นภาระดอกสูง
เงินก้อนผ่อนยาว ดอกอาจถูกกว่า แต่เสี่ยงถ้ารายได้ไม่สม่ำเสมอ
ใช้ เงินหมุนจากยอดขายบัตร/QR เป็นหลัก
เสริมด้วย วงเงินหมุนเวียนขนาดพอดี
ถ้าจะขยายครัว/รีโนเวตร้าน ใช้ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบบเงินก้อนผ่อน
ใช้ แฟคตอริ่ง กับลูกค้ารายใหญ่ที่เครดิตเทอมยาว
มี วงเงินหมุนเวียน ไว้สำรองสั้น ๆ
ลงทุนเครื่องจักรด้วยเงินก้อน (มีหรือไม่มีหลักทรัพย์ ตามโครงสร้างธุรกิจ)
ใช้ เงินหมุนจากยอดขายแพลตฟอร์ม
มีวงเงินหมุนเวียนเล็กน้อยสำหรับค่าโฆษณา/ค่าแคมเปญ
ถ้าจะลงทุนสต็อกล็อตใหญ่ ให้ใช้เงินก้อนผ่อนระยะกลางแทนการรูดหรือกู้ด่วนดอกสูง
อย่าดูแค่ “ดอกเบี้ยต่อปี” ให้ดูด้วยว่า
มีค่าธรรมเนียมเปิดวงเงิน/ค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่
กรณีแฟคตอริ่ง/เงินหมุนจากยอดขาย คิดค่าธรรมเนียมยังไง
เอกสารต้อง “เล่าเรื่องเดียวกัน”
สเตทเมนต์
เอกสารภาษี
ใบแจ้งหนี้/สัญญาโครงการ
ระวัง “กู้ผิดประเภทเพราะคิดว่าอนุมัติง่ายกว่า”
เช่น เอาสินเชื่อก้อนผ่อนยาวไปหมุนค่าใช้จ่ายเดือนต่อเดือน หรือใช้เงินด่วนดอกสูงมาปิดรูรั่วที่ควรแก้ด้วยแฟคตอริ่ง
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มี หลักทรัพย์ ค้ำประกัน และ
แหล่งเงินทุน ไม่มีหลักทรัพย์ ในตลาดปัจจุบันมีหลายแบบมาก
แต่หัวใจสำคัญไม่ใช่ “ตัวเลือกเยอะ”
คือคุณต้องตอบให้ได้ว่า
เงินนี้กู้มาเพื่ออะไร
เงินสดของธุรกิจเดินยังไง
และระยะยาวแล้ว สินเชื่อแบบนี้จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้นจริงไหม
จากนั้นค่อยเลือกประเภทให้ตรง และไปต่อด้วย
การ เปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบัน
การเตรียมตัวให้สินเชื่อ “ผ่านในครั้งเดียว”
การวางแผนใช้เงินกู้ให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด
ถ้าอยากวางแผนต่อให้ครบเส้นทาง
คุณสามารถไปอ่านต่อในบทความ:
คู่มือขอ สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2568 ให้ผ่านในครั้งเดียว
วิธีประเมินตัวเองก่อนยื่นขอสินเชื่อ
เปรียบเทียบสินเชื่อ SME ไม่ใช้หลักทรัพย์
แล้วใช้ทุกบทเป็น “แผนที่ + คู่มือ” ช่วยตัดสินใจเรื่องแหล่งเงินทุนธุรกิจ SME ของคุณครั
สรุป: เลือกสินเชื่อให้ตรง “โจทย์เงินสด” ของกิจการ แล้วค่อยยื่นตามขั้นตอนใน คู่มือขอสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2568