เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 1 กุมภาพันธ์ 2569
สินเชื่อระยะสั้น หรือ เงินกู้ระยะสั้น เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจในช่วงที่ “เงินออกก่อน–เงินเข้า” โดยทั่วไปมีอายุไม่เกิน 12 เดือน และมักใช้เพื่ออุดช่องว่างกระแสเงินสดระหว่างการซื้อวัตถุดิบ/สต็อก จ่ายค่าใช้จ่ายประจำ หรือรองรับงานโครงการที่ต้องใช้เงินก่อนรับชำระ
บทความนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับ เงินทุนระยะสั้น ที่พบได้บ่อยในธุรกิจ รวมถึงแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ ต้นทุนที่ควรพิจารณา และข้อควรระวัง เพื่อให้ผู้ประกอบการที่สนใจ สินเชื่อธุรกิจ SME สามารถตัดสินใจได้บนข้อมูลที่ครบถ้วน
บทความที่เกี่ยวข้อง วงเงิน OD สำหรับธุรกิจ , Factoring/รับซื้อลูกหนี้การค้า , สินเชื่อ SME เพื่อธุรกิจขนาดเล็ก
ธุรกิจที่ต้องสำรองจ่ายก่อนรับเงิน เช่น งานโครงการ/ขายเครดิตเทอม
ธุรกิจที่ต้องซื้อสต็อก/วัตถุดิบล่วงหน้า แต่รายรับเข้าตามรอบ
ธุรกิจที่มีฤดูกาลขายชัดเจน และต้องเตรียมของก่อนช่วงพีค
ธุรกิจที่ต้องการ เงินทุนระยะสั้น เพื่อกันสะดุดค่าใช้จ่ายประจำ (ค่าเช่า/เงินเดือน)
อาจไม่เหมาะ หากสถานการณ์เป็นแบบนี้
ต้องใช้เงินเพื่อการลงทุนระยะยาว (เช่น เครื่องจักรคืนทุนหลายปี) เพราะสินเชื่อระยะสั้นจะกดดันแผนชำระคืน
ยังตอบไม่ได้ว่า “เงินจะเข้าเมื่อไร/จะคืนจากอะไร” เพราะเสี่ยงใช้วงเงินยาวและต้นทุนสะสม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล เงื่อนไขและผลการอนุมัติขึ้นกับข้อมูลจริงของกิจการและหลักเกณฑ์ของแต่ละสถาบันการเงิน
สินเชื่อระยะสั้นเหมาะกับการ “แก้ช่องว่างเงินสดชั่วคราว” ไม่ใช่การลงทุนระยะยาว
เครื่องมือเงินทุนระยะสั้นที่พบบ่อย ได้แก่ วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD), ตั๋วสัญญาใช้เงิน/เงินกู้ระยะสั้นแบบมีกำหนด (P/N), แฟคตอริ่ง/รับซื้อลูกหนี้การค้า และวงเงินการค้า
ต้นทุนควรพิจารณาทั้งดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม รวมถึงอัตราที่สะท้อนต้นทุนแท้จริง (เช่น EIR)
ใช้เงินกู้ระยะสั้นให้ปลอดภัยควร “ผูกวันใช้–วันคืน” กับรอบเงินเข้า และมีวินัยคืนวงเงินให้กลับสู่ระดับปกติเมื่อเงินเข้า
ตัวชี้วัดที่ช่วยตัดสินใจ ได้แก่ รอบเก็บเงินลูกหนี้ (DSO), รอบจ่ายเจ้าหนี้ (DPO), รอบหมุนสต็อก และ Cash Conversion Cycle
หากต้องการ “กู้เงินด่วน” สำหรับธุรกิจ ควรแยกให้ชัดว่าเป็นเงินหมุนระยะสั้นหรือเงินลงทุน และตรวจสอบเงื่อนไข/ผู้ให้บริการให้รอบคอบ (แนะนำอยู่ใน FAQ)
บทความที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อ SME ระยะสั้น ทางเลือกสำหรับธุรกิจของคุณ
ถ้า “รายจ่ายถี่ ๆ” และเงินเข้าเป็นรอบสั้น ๆ → มักเหมาะกับ OD (ใช้แล้วคืนเมื่อเงินเข้า)
ถ้า “ต้องใช้เงินเป็นก้อน” และรู้วันเงินเข้าค่อนข้างชัด (เช่น 30/60/90 วัน) → มักเหมาะกับ P/N หรือเงินกู้ระยะสั้นแบบมีกำหนด
ถ้าขายแบบเครดิตเทอม มี Invoice ชัด และอยากให้เงินเข้าเร็วขึ้น → มักเหมาะกับ Factoring/รับซื้อลูกหนี้การค้า
ถ้าเรื่องหลักคือ “สต็อกค้าง/หมุนช้า” → ให้เริ่มจากคุมปริมาณสต็อก + ตั้งเพดาน OD ตามยอดขายจริง (เพื่อไม่ให้เงินจม)
ถ้าไม่แน่ใจ ให้เริ่มจากทำ 2 ตัวเลขนี้ก่อน:
ช่องว่างเงินสดต้องใช้ = เงินออกก่อนรับเงิน (จำนวนเงิน)
ระยะเวลาที่ต้องใช้ = กี่วันถึงจะได้เงินเข้า
แล้วค่อยเลือกเครื่องมือให้ตรง “จำนวนเงิน + ระยะเวลา”
สินเชื่อระยะสั้น คือวงเงินหรือเงินกู้ที่ใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยมากไม่เกิน 12 เดือน เหมาะกับธุรกิจที่มีรายรับเข้าตามรอบ เช่น รับเงินตามใบวางบิล รับเงินหลังส่งมอบงาน หรือมีฤดูกาลขายชัดเจน ทำให้บางช่วงต้องใช้เงินก่อนเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อได้
ตัวอย่างสถานการณ์ที่มักเหมาะกับเงินกู้ระยะสั้น
ต้องซื้อวัตถุดิบ/สต็อกก่อน แต่รับเงินจากลูกค้าทีหลัง
งานโครงการต้องสำรองจ่ายค่าแรง/ค่าเดินงานก่อนเบิกงวด
ธุรกิจมีฤดูกาล ยอดขายพุ่งบางช่วง แต่ต้องเตรียมของล่วงหน้า
ต้องรักษาสภาพคล่องเพื่อไม่ให้สะดุดค่าใช้จ่ายประจำ (เช่น ค่าเช่า เงินเดือน)
บทความที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อระยะสั้นสำหรับผู้ประกอบการรายใหม่
ใช้แทนเงินลงทุนระยะยาว (เช่น ซื้อเครื่องจักรที่คืนทุนหลายปี) เพราะจะทำให้ต่ออายุ/หมุนหนี้ไปเรื่อย ๆ และกดดันกระแสเงินสด
ด้านล่างคือเครื่องมือหลัก ๆ ที่พบได้บ่อยใน สินเชื่อธุรกิจ SME (คำเรียกอาจต่างกันตามสถาบันการเงิน)
OD (วงเงินเบิกเกินบัญชี / วงเงินหมุนเวียน)
เหมาะกับค่าใช้จ่ายถี่ ๆ ที่หมุนเร็ว เช่น วัตถุดิบ สต็อก ค่าขนส่ง โปรโมชั่น โดยหลักคิดสำคัญคือใช้แล้วคืนเมื่อเงินเข้า เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยสะสมจากการค้างวงเงินนานเกินจำเป็น
P/N หรือเงินกู้ระยะสั้นแบบมีกำหนด (ตั๋วสัญญาใช้เงิน)
เหมาะกับการใช้เงินเป็น “ก้อน” ในช่วงเวลาที่คาดการณ์วันคืนได้ค่อนข้างชัด เช่น 30/60/90 วัน ใช้ปิดช่องว่างเงินสดแบบเป็นรอบ มากกว่าการรูดใช้ถี่ ๆ แบบ OD
Factoring / รับซื้อลูกหนี้การค้า
เหมาะกับธุรกิจที่ขายแบบเครดิตเทอมและมีใบแจ้งหนี้ (Invoice) ช่วยเปลี่ยนลูกหนี้ให้เป็นเงินสดเร็วขึ้น ลดแรงกดดันเรื่องรอเงินเข้า แต่ต้องพิจารณาค่าธรรมเนียม เงื่อนไขการรับซื้อ และคุณภาพลูกหนี้
วงเงินการค้า/สินเชื่อเพื่อการค้า (เช่น วงเงินซื้อสินค้า/นำเข้า/หนังสือค้ำประกัน)
เหมาะกับธุรกิจที่มีการซื้อขายเป็นระบบ เอกสารการค้าชัดเจน ช่วยให้หมุนรอบการค้าได้คล่องขึ้น และบริหารความเสี่ยงด้านคู่ค้า
วงเงินที่มีเงินฝาก/หลักทรัพย์ค้ำบางส่วน (ถ้ามี)
บางธุรกิจใช้เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ให้สินเชื่อหรือเพื่อให้ได้เงื่อนไขบางอย่าง ทั้งนี้ขึ้นกับนโยบายแต่ละแห่ง
เงินทุนระยะสั้นจะทำงานได้ดีเมื่อมี “วินัย” และ “รอบเงินเข้า” รองรับ แนวทางทั่วไปที่ช่วยลดความเสี่ยงมีดังนี้
ระบุให้ชัดว่าใช้เพื่ออะไร และเงินจะเข้าวันไหน
ตัวอย่างเช่น ใช้ซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตล็อตนี้ และคาดว่าจะเก็บเงินได้ภายในกี่วัน หากตอบไม่ได้ชัด ควรทบทวนว่าเครื่องมือระยะสั้นเหมาะหรือไม่
กำหนดกติกาการคืนวงเงิน (โดยเฉพาะ OD)
เมื่อเงินเข้าควรกำหนดสัดส่วนคืนวงเงินก่อน เพื่อไม่ให้ OD กลายเป็นหนี้ค้างยาว
ดูต้นทุนรวม ไม่ดูแค่ “ดอกเบี้ยตัวเลขเดียว”
ค่าใช้จ่ายจริงอาจรวมค่าธรรมเนียม/ค่าเอกสาร และควรพิจารณาอัตราที่สะท้อนต้นทุนแท้จริง เช่น EIR
ตั้ง “เพดานการใช้” ให้สัมพันธ์กับกระแสเงินสด
ไม่ควรใช้เต็มวงเงินโดยไม่มีแผนคืน เพราะจะทำให้เสียความยืดหยุ่นเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน
สรุปรอบเงินสดด้วยตัวชี้วัดสำคัญ
DSO: เก็บเงินลูกหนี้ใช้เวลากี่วัน
DPO: จ่ายเจ้าหนี้ภายในกี่วัน
รอบหมุนสต็อก: ของค้างกี่วัน
เมื่อเห็นภาพรอบเงินสดชัด จะเลือกเครื่องมือเงินกู้ระยะสั้นได้เหมาะขึ้น
ขั้นที่ 1: ระบุ “ช่องว่างเงินสด” ให้ชัด (จำนวนเงิน + ระยะเวลา)
ขั้นที่ 2: ระบุแหล่งเงินเข้า (จะคืนเมื่อไร/คืนจากอะไร)
ขั้นที่ 3: เลือกเครื่องมือให้ตรงรูปแบบ (OD / P/N / Factoring / วงเงินการค้า)
ขั้นที่ 4: เทียบต้นทุนรวม (ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียม + เงื่อนไข) และพิจารณาอัตราที่สะท้อนต้นทุนแท้จริง (เช่น EIR)
ขั้นที่ 5: วางแผนการใช้–คืน และกำหนดตัวชี้วัดติดตาม (เพื่อให้วงเงิน “กลับสู่ปกติ” เมื่อเงินเข้า)
เอกสารที่ช่วยให้การพิจารณามักเดินเร็วขึ้น คือเอกสารที่ทำให้เห็น “รายรับจริง + กระแสเงินสด + วินัยการเงิน” เช่น
Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลังแบบเรียงเดือน
สรุปรายรับ–รายจ่าย หรือ งบการเงิน (ตามความพร้อมของกิจการ)
รายการลูกหนี้–เจ้าหนี้ (ถ้ามี) และเครดิตเทอม
เอกสารประกอบความจำเป็นของเงินทุนระยะสั้น (เช่น คำสั่งซื้อ/สัญญางาน/ใบแจ้งหนี้/แผนสต็อก)
รายละเอียดวงเงินเดิม (ถ้ามี) เพื่อดูภาพรวมภาระหนี้และความสามารถในการชำระ
ใช้ OD ยาวแล้วไม่คืนเมื่อเงินเข้า ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยสะสมและวงเงินไม่ยืดหยุ่น
ใช้เงินกู้ระยะสั้นไปลงทุนระยะยาว ทำให้ต้องหมุนต่ออายุและกดดันกระแสเงินสด
เปรียบเทียบเฉพาะดอกเบี้ย โดยไม่รวมค่าธรรมเนียม/เงื่อนไข ทำให้ต้นทุนจริงสูงกว่าที่คาด
ไม่ทำแผนคืนเงินตามรอบเงินเข้า ทำให้ครบกำหนดแล้วต้องหาเงินแก้เฉพาะหน้า
เอกสารไม่เป็นระบบ ทำให้ใช้เวลารวบรวมข้อมูลนานและกระบวนการล่าช้า
สินเชื่อระยะสั้น ต่างจาก OD อย่างไร?
OD เป็น “วงเงินหมุนเวียน” ที่ใช้–คืนได้หลายครั้ง เหมาะกับรายจ่ายถี่ ๆ ส่วนสินเชื่อระยะสั้นบางแบบเป็น “เงินก้อนมีกำหนด” (เช่น P/N) เหมาะกับการใช้เงินเป็นรอบและรู้วันคืนค่อนข้างชัด การเลือกให้ดูรูปแบบการใช้เงินและรอบเงินเข้าเป็นหลัก
เงินกู้ระยะสั้น เหมาะกับธุรกิจ SME แบบไหน?
เหมาะกับธุรกิจที่มีรอบเงินเข้า–ออกชัด มีหลักฐานรายรับที่ตรวจสอบได้ และสามารถอธิบายแผนคืนเงินได้ เช่น เก็บเงินลูกหนี้ตามรอบ หรือมีงานโครงการที่รู้กำหนดรับชำระ
ควรเลือก P/N หรือ Factoring เมื่อไร?
ถ้าต้องใช้เงินเป็นก้อนและรู้วันเงินเข้าค่อนข้างชัด มักเหมาะกับ P/N
ถ้าขายเครดิตเทอมและมี Invoice/เอกสารส่งมอบชัด ต้องการให้เงินเข้าเร็วขึ้น มักเหมาะกับ Factoring ทั้งนี้ควรพิจารณาต้นทุนรวมและเงื่อนไขประกอบ
กู้ SME (กู้sme) ระยะสั้นต้องเตรียมอะไรบ้าง?
โดยทั่วไปควรเตรียม Statement บัญชีธุรกิจ สรุปรายรับ–รายจ่าย รายการลูกหนี้–เจ้าหนี้ (ถ้ามี) และเอกสารประกอบเหตุผลใช้เงินระยะสั้น เช่น คำสั่งซื้อ/สัญญางาน/ใบแจ้งหนี้ เพื่อให้เห็นแผนใช้เงินและแผนคืนเงินชัดเจน
ถ้าจำเป็นต้องกู้เงินด่วนสำหรับธุรกิจ ควรเริ่มจากอะไร?
ให้เริ่มจากแยกให้ชัดว่าเป็น “เงินทุนระยะสั้นเพื่อสภาพคล่อง” หรือ “เงินลงทุนระยะยาว” เพื่อเลือกเครื่องมือให้เหมาะ (เช่น วงเงินหมุนเวียน) และควรตรวจสอบเงื่อนไข อัตราดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม รวมถึงหลีกเลี่ยงข้อเสนอที่ให้โอนเงินล่วงหน้าหรือเงื่อนไขไม่เป็นธรรม
แหล่งข้อมูลอ้างอิง/อ่านเพิ่มเติม (แนะนำ)
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) — ข้อมูลการคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน/ร้องเรียน
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) — ข้อมูลการจดทะเบียนธุรกิจ
เครดิตบูโร — แนวทางเกี่ยวกับข้อมูลเครดิต
หมายเหตุ: แหล่งข้อมูลที่เหมาะสมอาจแตกต่างกันตามประเภทกิจการและรูปแบบสินเชื่อ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะราย
เงื่อนไขและผลการอนุมัติขึ้นกับข้อมูลของกิจการ หลักเกณฑ์ของสถาบันการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้
กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว