เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 29 มกราคม 2569
รู้จัก สินเชื่อ OD (วงเงินเบิกเกินบัญชี) แบบเข้าใจง่าย: เบิกวันเงินออก โปะวันเงินเข้า เสริมสภาพคล่องธุรกิจ โดยจ่ายดอกเฉพาะยอดที่ใช้จริง
สินเชื่อ OD หรือ วงเงินเบิกเกินบัญชี (Overdraft) คือวงเงินสำรองที่ธนาคารเปิดไว้ให้กับบัญชีธุรกิจของคุณ ใช้เมื่อต้องจ่ายก่อนแต่เงินลูกค้ายังไม่เข้า เบิกใช้เท่าที่จำเป็น แล้วค่อย โปะคืนในวันที่มีเงินเข้า
คิดดอกเบี้ยเฉพาะ “ยอดที่ใช้จริง” (ไม่ใช่วงเงินทั้งหมด) และคิดเป็นรายวัน
เหมาะกับการแก้ “จังหวะเงินสดเหลื่อม” ระยะสั้น เช่น ซื้อวัตถุดิบ ค่าน้ำมัน ค่าแรง รอบบิลสั้น
วงเงินมักทบทวนเป็นระยะ โดยดูยอดขาย/การเดินบัญชีและวินัยการชำระ
มีทั้งแบบมีหลักประกันและ ไม่มีหลักประกัน (เงื่อนไขขึ้นกับผู้ให้บริการ)
สรุปสั้น: OD คือ เงินทุนหมุนเวียน แบบยืดหยุ่นของ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ เบิกวันเงินออก โปะวันเงินเข้า เพื่อลดดอกเบี้ยที่ไม่จำเป็น
OD (Overdraft) คือวงเงินเบิกเกินบัญชีที่ธุรกิจใช้หมุนสั้น ๆ แล้วคืนเมื่อเงินเข้าบัญชี จุดแข็งคือ “ยืด–หดได้ตามจังหวะเงินสดจริง” จึงเหมาะมากกับกิจการที่รายรับ–รายจ่ายไม่ได้มาในวันเดียวกัน และต้องการความคล่องตัวโดยไม่ต้องกู้ก้อนใหญ่ตั้งแต่ต้น
ธุรกิจส่วนใหญ่มียอดขายที่ต้อง “วางบิล–รอเก็บเช็ค/โอน” 30–60–90 วัน ขณะที่ฝั่งจ่ายวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า มักถึงกำหนดก่อน OD ช่วยปิดช่องว่างชั่วคราว ทำให้การผลิต/การขายไม่สะดุด และไม่ต้องลดออเดอร์เพียงเพราะเงินสดติดรอบ
ช่วงเปิดตัวสินค้า/เทศกาลมักต้องสต๊อกเพิ่ม หากไปกู้เทอมยาว ต้นทุนดอกจะ “ติดตัว” แม้พ้นฤดูกาลแล้ว OD ช่วยให้ “ใช้เท่าที่จำเป็น” (คิดดอกเฉพาะวันที่ใช้) แล้วปลดเมื่อเงินเข้า จึงคุมต้นทุนเฉลี่ยได้ดี
มี OD ที่พอเหมาะ ทำให้จ่ายเงินสดเร็วขึ้นเพื่อแลก “ส่วนลดเงินสด/ส่วนลด Prompt Pay” หรือ ล็อกวัตถุดิบเร็ว ก่อนราคาขึ้น ส่งผลเป็นต้นทุนขายที่ดีขึ้นและมาร์จินเพิ่มขึ้น
เครื่องจักรเสียชั่วคราว สินค้าตีกลับ ต้องจ่ายซ่อม/เปลี่ยนทันที—OD คือกันชนที่ “ยกมือใช้ได้เลย” โดยไม่ต้องเปิดดีลเงินกู้ใหม่ทุกครั้ง ลดความเสี่ยงหยุดผลิต/เสียยอด
การใช้ OD อย่างมีวินัย (เบิก–คืนเป็นรอบ ชำระดอกตรงเวลา) คือข้อมูลพฤติกรรมสำคัญที่ธนาคารใช้พิจารณาขยายวงเงิน/ปรับดอก/อนุมัติผลิตภัณฑ์อื่นในอนาคต
ดอกเบี้ยตามการใช้งานจริง: ใช้เท่าไร จ่ายดอกเท่านั้น ช่วยคุมต้นทุนได้ดี
ยืดหยุ่นสูง: เบิก–คืนได้ตลอด ไม่ต้องยื่นขอใหม่ทุกครั้ง
อุดช่องว่างเงินสดสั้น ๆ: ระหว่าง “จ่ายซัพพลายเออร์” กับ “เงินลูกค้าเข้า” ธุรกิจไม่สะดุด
แยกเงินหมุนกับเงินลงทุน: ให้ OD ดูแลเรื่องหมุนเวียน ส่วนการซื้อเครื่อง/ขยายสาขาใช้สินเชื่อผ่อนงวดระยะยาว
ใช้งานคู่กับบัญชีธุรกิจได้เลย: เห็นยอดเข้า–ออกชัด วางแผนโปะคืนง่าย
ช่วยรักษาวินัยการชำระ: จ่ายตรงเวลา ประวัติดี มีลุ้นวงเงิน/เงื่อนไขที่เหมาะขึ้นในอนาคต
ใช้ OD กับงาน “สั้น–ถี่–หมุนไว” ส่วนงาน “ยาว–ก้อนใหญ่” ให้พิจารณา Term/Investment แทน
ต้องการเงินหมุนสั้น ๆ รายจ่ายมาก่อนรายรับ → ดู ใช้ OD ให้คุ้ม (Playbook ย่อ) ด้านล่าง
เพิ่งเริ่มธุรกิจ บัญชียังบาง → ไปหน้า OD สำหรับธุรกิจใหม่
อยากรู้ความหมาย เบิก–คิดดอกยังไง → ไปหน้า OD คืออะไร (Definition)
จะยื่นสมัคร ต้องเตรียมอะไรบ้าง → ไปหน้า ขั้นตอนขอ OD แบบสั้น ๆ
กลัวใช้ผิดจนจ่ายดอกแพง → ไปหน้า ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ OD
ลิงก์หน้าลูก:
• OD คืออะไร (Definition)
• ขั้นตอนขอ OD แบบสั้น ๆ
• OD สำหรับธุรกิจใหม่
ขั้นที่ 1 | ประเมินความต้องการเงิน: ใช้ทำอะไร? ระยะสั้นแค่สะพานเงินสด หรือยาวเพื่อซื้อทรัพย์สิน
ขั้นที่ 2 | เช็กคุณสมบัติ–เอกสาร: สเตทเมนต์ 6–12 เดือน, เอกสารภาษี/นิติฯ, รายการรายจ่ายประจำ, หลักฐานยอดขาย (POS/ใบสั่งซื้อ)
ขั้นที่ 3 | เลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงงาน: เงินหมุนระยะสั้น → OD; เงินก้อนลงทุนระยะยาว → Term/Investment; มีบิลรอรับเงิน → Factoring
(อ่านต่อ: ขั้นตอนขอ OD และ OD คืออะไร)
หลักการใช้งาน: เบิกเฉพาะวันที่มี “เงินออก” แล้ว โปะคืนในวันเงินเข้า ลดดอกที่ไม่จำเป็น
จังหวะสำคัญ: พยายาม “ปิด OD” อย่างน้อย ไตรมาสละครั้ง เพื่อรีเซ็ตดอก/สภาพคล่อง
ตัวอย่างย่อ
ร้านอาหาร: เบิกซื้อวัตถุดิบต้นสัปดาห์ → โปะคืนเมื่อยอดขายเข้าท้ายสัปดาห์
ขนส่ง: เบิกค่าน้ำมัน/ค่าทางด่วนรายเที่ยว → โปะเมื่อคู่ค้าจ่ายรอบบิล
โรงงาน: เบิกค่าวัตถุดิบก่อนผลิต → โปะเมื่อวางบิล/รับเงินจากลูกค้า
เมื่อไรไม่ควรใช้ OD: ใช้ยาวต่อเนื่อง, เบิกเกือบเต็มวงเงินตลอด, นำไปลงทุนสินทรัพย์ถาวร
(อ่านต่อฉบับเต็มที่หน้า • แหล่งเงินทุนหมุนเวียน (พร้อมใช้)
สินเชื่อ OD / วงเงินOD: เหมาะเป็น “สะพานเงินสด” ระยะสั้น เบิก–คืนยืดหยุ่น และจ่ายดอกเฉพาะยอดที่ใช้จริง
Term/Investment: เหมาะกับ “ลงทุนก้อนใหญ่” เช่น ซื้อเครื่องจักร ขยายสาขา รีโนเวท ค่างวดแน่นอน ระยะยาวกว่า
ถ้าต้องใช้เงินยาวต่อเนื่องและปิดวงเงินไม่ค่อยได้ มักควรพิจารณา Term มากกว่าใช้วงเงินOD ค้างไว้
วงเงินOD: ใช้ได้ทันทีเมื่อเงินสดตึง แต่ต้นทุนจะขึ้นกับระยะเวลาที่ค้างยอด
Factoring: เหมาะเมื่อมี “บิลรอรับเงินแน่นอน” เพราะเปลี่ยนลูกหนี้การค้าให้เป็นเงินสด และมักช่วยลดการดึงวงเงินOD เกินจำเป็น
ถ้าธุรกิจวางบิลชัด เก็บเงินตามรอบได้ Factoring มักเข้าจังหวะมากกว่าใช้สินเชื่อ OD ยาว ๆ
สินเชื่อ OD เหมาะกับธุรกิจที่มี “รับช้า–จ่ายเร็ว” ชัดเจน แต่เงินเข้าจริงแน่นอน และต้องการวงเงินสำรองไว้ปิดช่องว่างระยะสั้น เช่น วางบิล 30–60 วัน แต่ต้องจ่ายค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าน้ำมันก่อน
สัญญาณว่าเหมาะ: ใช้ วงเงินOD เป็นรอบ ๆ ได้ และสามารถ “โปะคืน” เมื่อเงินเข้าตามรอบบัญชี ไม่ได้ค้างยาวต่อเนื่อง
วงเงินOD มักไม่เหมาะ หากต้องใช้เงิน “ยาวต่อเนื่อง” หลายเดือนจนปิดวงเงินแทบไม่ได้ เพราะจะทำให้ดอกสะสมสูงและกลายเป็นการใช้ OD แทนเงินก้อน
นอกจากนี้ไม่ควรใช้ สินเชื่อ OD เพื่อ “ลงทุนถาวร” เช่น ซื้อเครื่องจักร ขยายสาขา รีโนเวทใหญ่ หรือใช้โปะหนี้เดิม/แก้โครงสร้างหนี้
มีบิลรอรับเงินแน่นอน → พิจารณา Factoring/สินเชื่อจากใบแจ้งหนี้
ต้องซื้อของตามออเดอร์/PO → พิจารณา วงเงินตามคำสั่งซื้อ (PO Financing)
ลงทุนก้อนใหญ่/ผ่อนยาว → พิจารณา Term/Investment
ข้อควรระวัง: ใช้ สินเชื่อ OD ให้คุ้มคือ “เบิกวันที่มีเงินออก” และวางแผนปิด วงเงินOD เป็นรอบ เพื่อลดดอกที่ไม่จำเป็น
OD คือ “เงินฟรี” → ไม่จริง ดอกคิดทันทีเมื่อเบิก
ไม่ใช้เต็มวงเงิน = ไม่เสียดอก → ดอกคิดตามยอดคงใช้ ถ้าใช้ค้างตลอด แพง
เหมาะกับทุกธุรกิจ → ไม่เสมอ ถ้ารอบเงินยาวควรใช้ผลิตภัณฑ์อื่น
ไม่มีหลักประกัน = ขอได้ง่าย → ยังดูวินัยการเงิน/เอกสารครบ
ใช้แทนเงินลงทุนยาวได้ → ไม่ควร OD คือเครื่องมือ ระยะสั้น
อ่านต่อแบบเต็ม:• ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ OD
นิยาม / Definition
• สินเชื่อ OD คืออะไร?
• ขั้นตอนง่าย ๆ ในการขอ OD
วิธีใช้ให้คุ้ม / Playbook
• แหล่งเงินทุนหมุนเวียน
• แหล่งเงินทุนพร้อมใช้
กรณีพิเศษ / Thin-file
• OD สำหรับธุรกิจใหม่