เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
เผยแพร่เมื่อ : 8 เมษายน 2569
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นทางเลือกที่เจ้าของกิจการจำนวนมากสนใจ เพราะช่วยให้เข้าถึงเงินทุนได้โดยไม่ต้องใช้ทรัพย์สินมาค้ำประกัน แต่ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ว่า “ขอได้หรือไม่ได้” แต่ต้องดูด้วยว่า “เมื่อได้รับวงเงินแล้ว ธุรกิจยังรับภาระผ่อนไหวหรือไม่”
เครื่องคำนวณหน้านี้ช่วยให้คุณประเมินค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ต้นทุนรวม และความเหมาะสมของวงเงินเบื้องต้น เพื่อใช้วางแผนก่อนยื่นกู้จริง
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน ขยายกิจการ หรือเสริมสภาพคล่อง โดยไม่ต้องใช้ที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินอื่นเป็นหลักประกัน
สินเชื่อประเภทนี้มักพิจารณาจากข้อมูลทางการเงินของธุรกิจ เช่น รายได้ กระแสเงินสด ประวัติการเดินบัญชี ความสามารถในการชำระหนี้ และความแข็งแรงของกิจการเป็นหลัก
เครื่องมือนี้ช่วยให้คุณประเมินเบื้องต้นได้ว่า
หากขอวงเงินประมาณนี้ ค่างวดต่อเดือนจะอยู่ที่เท่าไร
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาประมาณเท่าไร
ต้นทุนรวมของสินเชื่อประมาณเท่าไร
ภาระผ่อนใหม่กระทบกระแสเงินสดของธุรกิจมากแค่ไหน
วงเงินระดับนี้เหมาะกับธุรกิจ หรือควรลดวงเงินลงก่อน
เครื่องมือนี้เหมาะสำหรับ
เจ้าของกิจการที่กำลังมองหาสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ธุรกิจที่ต้องการเช็กค่างวดก่อนยื่นกู้จริง
ผู้ประกอบการที่อยากรู้ว่าวงเงินที่ต้องการจะทำให้ภาระผ่อนตึงเกินไปหรือไม่
ธุรกิจที่ต้องการเปรียบเทียบหลายวงเงิน หลายดอกเบี้ย หรือหลายระยะเวลาผ่อน
กรอกข้อมูลพื้นฐานของสินเชื่อที่คุณต้องการ เช่น
วงเงินกู้
อัตราดอกเบี้ยต่อปี
จำนวนงวด
ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น
รายรับเฉลี่ยต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน
ภาระหนี้เดิมต่อเดือน
เมื่อคำนวณแล้ว คุณจะเห็นทั้งค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ต้นทุนรวม และผลประเมินเบื้องต้นว่า วงเงินนี้อยู่ในระดับที่ธุรกิจยังรับภาระไหวหรือไม่
หลังจากคำนวณแล้ว ให้ดูผลลัพธ์หลัก 5 ส่วนนี้
ช่วยให้เห็นว่าหากได้รับวงเงินตามที่ต้องการ ธุรกิจต้องรับภาระเพิ่มเดือนละเท่าไร
ช่วยให้เห็นต้นทุนดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขดอกเบี้ยต่อปี
คือภาพรวมของเงินที่ต้องจ่ายทั้งหมด เมื่อรวมเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง
ช่วยให้เห็นว่าหลังจากหักค่าใช้จ่ายประจำ ภาระหนี้เดิม และค่างวดใหม่แล้ว ธุรกิจยังเหลือเงินหมุนเพียงพอหรือไม่
เครื่องมือจะแปลผลให้ว่า ธุรกิจอยู่ในระดับไหว พอไหวแต่ตึง หรือเสี่ยง เพื่อช่วยให้ตัดสินใจง่ายขึ้น
โดยทั่วไป วงเงินที่เหมาะสมควรเป็นวงเงินที่ทำให้ธุรกิจยังมีเงินเหลือหลังหักภาระทั้งหมดในระดับที่ปลอดภัย และไม่ทำให้กระแสเงินสดตึงเกินไปในช่วงที่รายได้ลดลง
การเลือกวงเงินสูงเกินความจำเป็น อาจทำให้ภาระผ่อนต่อเดือนสูงเกินไป แม้จะช่วยให้ได้เงินก้อนมากขึ้นในระยะสั้นก็ตาม
ควรระวังเมื่อ
ค่างวดใหม่กินสัดส่วนกระแสเงินสดมากเกินไป
หลังหักภาระทั้งหมดแล้วเหลือเงินหมุนน้อยมาก
ธุรกิจมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แต่เลือกวงเงินสูงเกินไป
มีภาระหนี้เดิมอยู่แล้วหลายก้อน
ต้องใช้เงินสำรองประคองธุรกิจทุกเดือนหลังจากกู้
สมมติว่าธุรกิจของคุณต้องการวงเงิน 700,000 บาท
ดอกเบี้ย 11% ต่อปี
ผ่อน 36 เดือน
มีค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 12,000 บาท
ขณะเดียวกัน ธุรกิจมีรายรับเฉลี่ยต่อเดือน 350,000 บาท
ค่าใช้จ่ายคงที่ 210,000 บาท
และภาระหนี้เดิม 25,000 บาท
แม้จะดูเหมือนว่ายังพอรับค่างวดไหว แต่หากเงินคงเหลือหลังหักภาระทั้งหมดเหลือน้อยเกินไป ธุรกิจอาจเริ่มตึงตัวในเดือนที่ยอดขายลดลงได้
เพราะสินเชื่อประเภทนี้มักแลกกับต้นทุนที่สูงกว่าสินเชื่อที่มีหลักประกันในบางกรณี ดังนั้นการดูเฉพาะ “วงเงินที่ได้” ยังไม่พอ ต้องดูด้วยว่าต้นทุนรวมและภาระรายเดือนสอดคล้องกับศักยภาพของธุรกิจหรือไม่
หากดูเพียงว่าวงเงินผ่านหรือไม่ แต่ไม่ดูความสามารถในการผ่อน อาจทำให้ธุรกิจมีปัญหาสภาพคล่องตามมาในภายหลังได้
ผลลัพธ์จากเครื่องมือนี้เป็นค่าประมาณเบื้องต้น เพื่อช่วยวางแผนก่อนยื่นกู้จริงเท่านั้น
ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันตาม
โปรดักส์สินเชื่อที่เลือก
ธนาคารหรือผู้ให้บริการสินเชื่อ
เครดิตของผู้กู้
ประวัติการเดินบัญชี
ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
ระยะเวลาผ่อนและเงื่อนไขของสัญญาจริง
ก่อนตัดสินใจยื่นกู้ ควรตรวจสอบข้อเสนอจริงจากผู้ให้กู้โดยละเอียดอีกครั้ง
หากคุณต้องการเปรียบเทียบต้นทุนและภาระสินเชื่อให้รอบด้านมากขึ้น ลองศึกษาหน้าต่อไปนี้ควบคู่กัน
เครื่องคำนวณสินเชื่อธุรกิจ
เครื่องคำนวณอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (EIR)
เครื่องคำนวณรีไฟแนนซ์สินเชื่อธุรกิจ
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ประเภทของสินเชื่อเพื่อธุรกิจ เลือกแบบไหนให้เหมาะกับกิจการ
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเงินทุน แต่ไม่ต้องการหรือไม่มีทรัพย์สินใช้เป็นหลักประกัน และมีศักยภาพในการผ่อนชำระจากรายได้ของกิจการ
ไม่เสมอ เพราะวงเงินที่สูงขึ้นอาจทำให้ค่างวดและต้นทุนรวมสูงขึ้นจนกระทบสภาพคล่องของธุรกิจ
ควรดูทั้งค่างวดต่อเดือน ดอกเบี้ยรวม ต้นทุนรวม และเงินคงเหลือหลังหักภาระทั้งหมดร่วมกัน
ขึ้นอยู่กับว่าหลังรับภาระใหม่แล้ว ธุรกิจยังเหลือเงินหมุนเพียงพอหรือไม่ ถ้าเริ่มตึงเกินไป ควรลดวงเงินหรือทบทวนโครงสร้างหนี้ก่อน
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนได้เร็วขึ้น แต่การตัดสินใจที่ดีไม่ควรดูแค่ว่าวงเงินผ่านหรือไม่
สิ่งสำคัญคือ ต้องดูว่าเมื่อได้รับวงเงินแล้ว ธุรกิจยังรับภาระผ่อนต่อเดือนไหวหรือไม่ และต้นทุนรวมของสินเชื่ออยู่ในระดับที่เหมาะสมกับกิจการจริงหรือเปล่า
เครื่องคำนวณหน้านี้จะช่วยให้คุณประเมินเรื่องเหล่านี้ได้ชัดขึ้น ก่อนยื่นกู้จริ
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา