เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 6 กุมภาพันธ์ 2569
ถ้าธุรกิจของคุณ “ขายได้ แต่เงินไม่ทันจ่าย” ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ยอดขาย แต่อยู่ที่ รอบเงินเข้า–เงินออกไม่ตรงกัน และสิ่งที่ช่วยพยุงการดำเนินงานได้อย่างมีระบบคือการเลือก สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ให้ถูกประเภท (ไม่ใช้ผิดงาน) และเตรียมเอกสารให้ “อ่านจบในครั้งเดียว” เพื่อให้การพิจารณาเดินไวขึ้น
คู่มือสมัครสินเชื่อเพื่อธุรกิจปี 2569: เช็กคุณสมบัติ เตรียมเอกสาร เลือกแหล่งเงินทุนให้ตรงปัญหาสภาพคล่อง พร้อมตอบ “สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย” และแนวทางสินเชื่อเงินด่วนอย่างปลอดภัย
คนที่ต้องการ กู้sme ให้เดินเร็ว ควรโฟกัส “ความชัด” มากกว่า “จำนวนเอกสาร” ให้ครบ 3 เรื่องนี้ในชุดเดียว:
รายได้พิสูจน์ได้ (เงินเข้าเชื่อมกับยอดขาย)
ผ่อนไหวจริง (หลังผ่อนแล้วยังเหลือเงินพอ)
ใช้เงินถูกงาน (เงินกู้ไปแก้ปัญหาเงินสดจุดไหน)
มี statement ธุรกิจ 6–12 เดือน หรือรายงานยอดขายจาก POS/แพลตฟอร์มที่ดึงได้
เงินเข้า “สัมพันธ์กับยอดขาย” หรืออธิบายได้ว่าเงินเข้าจากช่องทางใด
แยกบัญชีธุรกิจ/บัญชีส่วนตัว (ช่วยให้ผู้พิจารณาอ่านเร็ว)
รู้จุดประสงค์ชัด: หมุนรายวัน / รอเก็บเงิน / สต๊อก-นำเข้า / ฤดูกาล
สรุปธุรกิจ 1 หน้า (ทำอะไร/ขายใคร/ขอเท่าไร/ใช้ทำอะไร/คืนอย่างไร)
ตาราง “ยอดขาย ↔ เงินเข้า” 1 หน้า (กรณีรับเงินหลายช่องทาง)
หลักฐานงาน/ออเดอร์ (PO/สัญญา/ใบเสนอราคา) กรณีขอวงเงินเพื่อเร่งงาน
แกนของการเลือก แหล่งเงินทุน ที่คุ้ม ไม่ใช่ “ขอวงเงินให้ได้มากที่สุด” แต่คือเลือกเครื่องมือให้ตรงอาการเงินสดสะดุดในธุรกิจ เพื่อให้ต้นทุนดอกเบี้ยคุมได้และใช้วงเงินน้อยลงแต่แก้ปัญหาได้จริง
จับคู่ให้ตรงงาน (สรุปจำง่าย):
รายวัน/รายสัปดาห์ตึง แต่เงินขายเข้าเรื่อย ๆ → OD / Working Capital (จ่ายดอกเฉพาะยอดที่ใช้จริง)
ขายเครดิตเทอม 30–90 วัน → AR Financing / Factoring (เร่งเงินจากใบแจ้งหนี้บางส่วน)
ต้องซื้อสต๊อกล็อตใหญ่/นำเข้า → TR / LC หรือวงเงินซื้อสินค้าเฉพาะกิจ (ลดต้นทุนเฉลี่ย ไม่ตึงระยะสั้น)
ธุรกิจติดฤดูกาล → Seasonal / Step-up ปรับค่างวดตามช่วงพีค/โลว์
ถ้าคุณเลือกผิดประเภท คุณจะรู้สึกเหมือน “วงเงินไม่พอ” ทั้งที่จริงคือ “ใช้เครื่องมือผิดงาน”
ลิงก์บทความที่เกี่ยวข้อง : คู่มือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
เป้าหมายของ OD คือพอจ่ายรายจ่ายประจำระหว่างรอเงินเข้า แต่ไม่บวมถาวร เพราะ OD ที่ถูกใช้เต็มวงต่อเนื่อง มักทำให้ต้นทุนดอกสูงและภาพสภาพคล่องดูตึงตอนทบทวนวงเงิน
คำนวณค่าใช้จ่ายคงที่/เดือน (ค่าแรงหลัก ค่าเช่า สาธารณูปโภค โลจิสติกส์ขั้นต่ำ)
คูณ 1.0–1.5 เพื่อเผื่อผันผวน + สำรอง 10–20% สำหรับเหตุฉุกเฉินสั้น ๆ
ตั้ง “เป้าปิด/ลด OD รายไตรมาส” ให้เห็นใน statement
ตัวอย่าง (ตามแนวทางในหน้าเดิม): ค่าใช้จ่ายคงที่ 400,000 บาท/เดือน
OD ตั้งต้น ≈ 400,000 × 1.3 + 20% ≈ 624,000 บาท
ใช้เท่าที่จำเป็น → เมื่อเงินเข้าก้อนใหญ่ให้ ชำระปิด/ลดทันที
เก็บ statement ที่แสดง “การปิด/ลดจริง” ไว้ใช้ตอนรีวิววงเงินรอบหน้า
ลิงก์บทความที่เกี่ยวข้อง : สินเชื่อOD
AR/Factoring เหมาะกับธุรกิจที่ขายแบบเครดิตเทอม และอยากเปลี่ยน “ยอดขายที่ยังไม่รับเงิน” ให้เป็นเงินสดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องดึง OD เต็มวง
เลือกใบแจ้งหนี้ของ “ลูกค้าองค์กร/คู่ค้าหลักที่รอบจ่ายชัด” → โอกาสอนุมัติและต้นทุนมักดีกว่า
ใช้เพียง 70–90% เฉพาะช่วงรอเงินหรือช่วงพีค เพื่อลดต้นทุนถือเงินเกินจำเป็น
เทียบต้นทุนจริง (EIR) รวมค่าธรรมเนียมทั้งหมด แล้วเทียบกับดอก OD
เงินลูกค้าเข้าเมื่อไร → ปิด AR ทันที เพื่อลดต้นทุนทบ
ลิงก์บทความที่เกี่ยวข้อง : สินเชื่อแฟคตอริ่ง
TR/LC ใช้แก้โจทย์ “ต้องจ่ายค่าสินค้าก้อนใหญ่ก่อน แต่เงินจะกลับมาทีหลังเมื่อขายออก” โดยออกแบบให้จ่ายดอกเฉพาะช่วงที่เบิกใช้จริง และวาง drawdown ให้ตรงรอบซื้อ–ขาย
TR (Trust Receipt) วงเงินสำหรับปล่อยของ/ชำระค่าสินค้า แล้วคืนเมื่อขายออก
LC (Letter of Credit) ยืนยันการชำระกับผู้ขายต่างประเทศ ลดความเสี่ยงคู่ค้า
คิดต้นทุนรวม: ค่าธรรมเนียม LC/TR + ประกันขนส่ง + ภาษีนำเข้า แล้วเทียบกับส่วนลดล็อตใหญ่
ก่อนยื่น สินเชื่อเงินกู้ หรือเพิ่มวงเงินหมุนเวียน ควรทำให้ผู้ให้กู้เห็นว่า “แม้ยอดขายแกว่ง ธุรกิจก็ยังจ่ายไหว” ซึ่งหน้าเดิมมีแนวคิดเรื่อง DSCR/DSR และการทำ scenario ไว้แล้ว
ทำ cash-flow 6–12 เดือน แยกเดือนพีค/โลว์ และระบุวันเงินเข้า
รวมค่างวดทั้งหมด: ดอก OD เฉลี่ย + ค่าธรรมเนียม AR/TR/LC + ค่างวดสินเชื่ออื่น (ถ้ามี)
ตั้งเป้า DSCR ฐาน ≥ 1.2–1.3 และทำ scenario ยอดขายลด −20% แล้วยังใกล้ 1.0
ถ้าธุรกิจติดฤดูกาล ให้พิจารณา Seasonal/Step-up เพื่อไม่ให้ค่างวดบีบช่วงโลว์
คำถามนี้เป็น intent ใหญ่มากใน Google แต่การตอบแบบ “ชี้ชื่อธนาคารเดียว” มักทำให้ข้อมูลเสี่ยงผิดหรือไม่ครอบคลุม เพราะ “อนุมัติง่าย” เกิดจาก ความเข้ากันของ (โปรไฟล์ผู้กู้ + หลักฐานรายได้ + ประเภทผลิตภัณฑ์) มากกว่าชื่อธนาคาร
คุณมีหลักฐานรายได้แบบไหนเด่นที่สุด: statement / POS-QR / แพลตฟอร์ม / ใบแจ้งหนี้
เงินกู้จะเอาไปทำอะไร: หมุนรายวัน / รอเก็บเงิน / สต๊อก-นำเข้า / ฤดูกาล
คุณอยากได้ “เร็ว” แค่ไหน และยอมรับต้นทุนรวมได้เท่าไร (อย่าดูแค่ดอกเบี้ย)
ผลิตภัณฑ์บางตัวออกแบบให้สมัครง่าย/รู้ผลไว เพราะใช้ข้อมูลบัญชีหรือการรับเงินที่ธนาคารมีอยู่เป็นฐาน เช่น สินเชื่อที่ระบุว่า สำหรับผู้ที่รับเงินผ่านบัญชีธนาคารนั้น และสมัครผ่านแอป ตัวอย่างหน้าโปรดักต์ของ SCB ระบุการสมัครผ่านแอปและแจ้งว่า “รู้ผลอนุมัติไว” สำหรับกลุ่มลูกค้าที่รับเงินผ่านบัญชี SCB
อีกตัวอย่างในฝั่ง “สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก” บางธนาคารสื่อสารชัดว่าให้ความสำคัญกับ “การเดินบัญชีต่อเนื่อง” เช่น เนื้อหาบนหน้าสินเชื่อหมุนเวียนของกสิกรไทยที่กล่าวถึงเงื่อนไขแนว “เดินบัญชีต่อเนื่อง 6 เดือน” สำหรับสินเชื่อ SME บางประเภท (เป็นแนวทางที่คนค้นหา “อนุมัติง่าย” มักต้องการรู้)
สรุป: ถ้าจะทำให้ “ง่าย” ให้ถามใหม่ว่า
“ฉันควรยื่นสินเชื่อประเภทไหน/ธนาคารไหนที่ ‘มีข้อมูลรายรับของฉันอยู่แล้ว’ หรืออ่านรายได้ฉันได้ง่ายที่สุด”
แล้วโอกาสผ่านจะสูงขึ้นแบบไม่ต้องสุ่ม
คำว่า สินเชื่อเงินด่วน สำหรับธุรกิจ ควรหมายถึง “พิจารณาไวเพราะข้อมูลครบ” ไม่ใช่ “รีบจนต้นทุนพุ่ง”
ทำสรุปธุรกิจ 1 หน้า + ตารางยอดขาย↔เงินเข้า (ลดการถามย้อนกลับ)
เลือกสินเชื่อให้ตรงงาน (รายวัน=OD / รอเก็บเงิน=AR / สต๊อก-นำเข้า=TR-LC)
คุมวินัยเบิก–โปะ เพื่อให้ดอกไม่บวม และภาพ statement ดูดีตอนรีวิววงเงิน
ธปท. ระบุว่าปัญหาเชิงโครงสร้างหนึ่งคือสินเชื่อธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs หดตัวต่อเนื่อง และมีการผลักดันโครงการกลไกค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับ “สินเชื่อใหม่” ชื่อ SMEs Credit Boost โดยคาดว่าจะช่วยให้เกิดสินเชื่อปล่อยใหม่เพิ่มขึ้น และเริ่มดำเนินการ 15 มกราคม 2569
อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมใน สินเชื่อsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน2569
คำถามที่พบบ่อย: สินเชื่อเพื่อธุรกิจ / กู้sme / สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย
1) สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่ายที่สุด?
ไม่มีคำตอบเดียว “ง่ายขึ้น” เมื่อเลือกสินเชื่อให้ตรงหลักฐานรายได้ที่คุณมี และยื่นด้วยเอกสารที่เชื่อมกันได้
2) สมัครสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก ต้องมีอะไรสำคัญที่สุด?
สรุปธุรกิจ 1 หน้า + statement/รายงานยอดขาย + ตารางยอดขาย↔เงินเข้า (ถ้ารับเงินหลายช่องทาง)
3) ถ้าต้องการเงินด่วน ควรเลือก OD เลยไหม?
ถ้าเป็นรายจ่ายรายวัน OD มักเหมาะ แต่ถ้าปัญหาคือ “รอเก็บเงิน” ให้ดู AR/Factoring แทน เพื่อไม่ให้ OD บวม
4) ถ้าต้องซื้อสต๊อกล็อตใหญ่/นำเข้า ควรทำอย่างไรให้คุ้ม?
พิจารณา TR/LC แล้ววาง drawdown ให้ตรงรอบซื้อ–ขาย เพื่อลดต้นทุนถือเงิน
การยื่น สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ให้ผ่านไว ไม่ได้ขึ้นกับ “ทริค” แต่ขึ้นกับ ความชัดของข้อมูล และการเลือก แหล่งเงินทุน ให้ตรงกับปัญหาสภาพคล่องจริง หากคุณเตรียมเอกสารให้เชื่อมกัน (รายได้–การใช้เงิน–แผนคืนเงิน) และเลือกสินเชื่อให้ตรงงาน โอกาสที่การพิจารณาจะ “ง่ายขึ้น” จะเกิดขึ้นได้จริง
ลิงก์อ่านต่อ (Crosslink ต่าง intent ในคลัสเตอร์ “เพื่อธุรกิจ”)
Term / Investment Loan (กู้ระยะยาว)
→ อ่านต่อ: ลงทุนในสินทรัพย์ (Term/Investment)
OD / Working Capital (วงเงินหมุนเวียน)
→ อ่านต่อ : เสริมสภาพคล่อง (OD/Working Capital): สูตร OD/Factoring ที่ใช้ได้จริง
Leasing / Hire Purchase (เช่าซื้อ/ลีสซิ่ง)
→ อ่านต่อ: เช่าซื้อ / Leasing: รักษากระแสเงินสดสำหรับอุปกรณ์/ยานพาหนะ
ลิงก์กลับ Hub : คู่มือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ