สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ 2568
สินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ 2568
เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 26 มกราคม 2569
ในปี 2568 ภูมิทัศน์การให้สินเชื่อธุรกิจในประเทศไทยกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อเริ่มปรับเกณฑ์การพิจารณาให้เหมาะสมกับโมเดลธุรกิจสมัยใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันแบบดั้งเดิม 6 กลุ่มธุรกิจหน้าใหม่ที่มีแนวโน้มได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้นในปี 2568 มีอะไรบ้างพร้อมเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ ท่านสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมหากท่านสนใจสินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ 2568
ครึ่งปีแรกของปี 2568 บสย. รายงานว่าได้ค้ำประกันสินเชื่อไปแล้วกว่า 19,481 ล้านบาท ช่วย SME รายย่อยกว่า 21,348 ราย และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกว่า 80,000 ล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่ม Micro SMEs ที่คิดเป็นกว่า 81% ของจำนวนทั้งหมด และธุรกิจที่ได้รับการค้ำประกันสูงสุดคือ บริการ (31.4%), อาหารและเครื่องดื่ม (10.7%), และ เกษตรกรรม (8%)
ตัวอย่างธุรกิจที่มีโอกาส: ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์, แอปพลิเคชัน, SaaS, FinTech, HealthTech, EdTech, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ
เหตุผลที่อนุมัติง่ายขึ้น: โมเดลรายได้ดิจิทัลจำนวนมากมีความสามารถ “พิสูจน์รายได้” ได้ผ่านระบบ เช่น รายได้รายเดือนจากสมาชิก (Subscription) รายได้จากแพลตฟอร์ม หรือใบแจ้งหนี้ลูกค้าองค์กร ทำให้ผู้ให้กู้ประเมินความสม่ำเสมอของรายได้ได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ข้อได้เปรียบ: ต้นทุนดำเนินการอาจต่ำกว่าอุตสาหกรรมที่ต้องใช้สินทรัพย์หนัก แต่มีศักยภาพโตเร็ว จึงเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น
หลักฐานที่ควรเตรียมแทนหลักทรัพย์ (แนะนำ): สรุปรายได้ 6–12 เดือน, ใบแจ้งหนี้/ใบเสร็จ, สัญญาลูกค้า, สรุปจำนวนผู้ใช้/อัตรายกเลิกบริการ (แบบสั้น)
หมายเหตุอัปเดต 2569: แนวทางสนับสนุน SME ที่ “ยกระดับความสามารถแข่งขัน” (เช่น ดิจิทัลเทคโนโลยี) ถูกพูดถึงชัดขึ้นในกลไกภาครัฐบางโครงการ ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ยังน่าจับตาในปี 2569 ด้วย
ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์โดยไม่มีหน้าร้านกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในระบบสินเชื่อธุรกิจ
ประเภทธุรกิจที่มีโอกาส ร้านค้าบน Shopee, Lazada, TikTok Shop, Facebook, Instagram และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอื่นๆ
เหตุผลที่ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น ผู้ให้กู้เริ่มพัฒนาระบบ Credit Scoring ที่สามารถดึงข้อมูลยอดขาย ความสม่ำเสมอของรายได้ และประวัติการทำธุรกรรมจากแพลตฟอร์มเหล่านี้มาวิเคราะห์แทนเอกสารการเงินแบบดั้งเดิม
ข้อได้เปรียบ มีรายรับหมุนเวียนที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ง่าย แม้ไม่มีหน้าร้านหรือทรัพย์สินถาวร
กลุ่มฟรีแลนซ์และผู้ให้บริการเฉพาะทางกำลังได้รับความสนใจจากผู้ให้บริการสินเชื่อมากขึ้น
ประเภทธุรกิจที่มีโอกาส ที่ปรึกษาออนไลน์, ครูติวเตอร์, นักออกแบบกราฟิก, ผู้ผลิตคอนเทนต์, นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอื่นๆ
เหตุผลที่ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้นสถาบันการเงินเริ่มใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการโอนเงินหรือรายรับจากแพลตฟอร์มบริการต่างๆ เช่น Fiverr, Upwork หรือแม้แต่การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารที่มีความสม่ำเสมอ
ข้อได้เปรียบ ธนาคารหลายแห่งเริ่มออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเฉพาะสำหรับฟรีแลนซ์และ SME รายเล็กโดยเฉพาะ โดยพิจารณาจากความเชี่ยวชาญและความสม่ำเสมอของรายได้
ตัวอย่างธุรกิจที่มีโอกาส: ธุรกิจรีไซเคิล, บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก, พลังงานทดแทน, ธุรกิจที่มีนโยบาย ESG ชัด
เหตุผลที่อนุมัติง่ายขึ้น: ได้แรงหนุนจากแนวโน้มความยั่งยืนและผลิตภัณฑ์การเงิน/โครงการสนับสนุนบางประเภทที่ต้องการยกระดับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ข้อได้เปรียบ: บางโครงการอาจให้เงื่อนไขพิเศษหรือมองบวกมากขึ้น หากแผนลงทุนชัดและพิสูจน์ผลลัพธ์ได้
หลักฐานที่ควรเตรียม: แผนลงทุน + ตัวเลขคุ้มทุน, ใบสั่งซื้อ/ลูกค้า, สเปกโครงการ/ผลลัพธ์ที่คาดได้
หมายเหตุอัปเดต 2569: หากคุณยื่นในปี 2569 ควรตรวจสอบมาตรการรัฐ/ค้ำประกันที่ออกแบบมาเพื่อช่วย SME เข้าถึงทุน (บางโครงการระบุชัดเรื่องการยกระดับธุรกิจ เช่น ดิจิทัล/เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม)
หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ธุรกิจในกลุ่มนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับความสนใจจากสถาบันการเงิน
ประเภทธุรกิจที่มีโอกาส ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ, ผู้จำหน่ายอาหารเสริม, คลินิกเวชกรรมทางเลือก และธุรกิจบริการด้านสุขภาพ
เหตุผลที่ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น เป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตหลังโควิดและยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง สามารถแสดงรายได้สม่ำเสมอแม้เป็นธุรกิจขนาดเล็ก
ข้อได้เปรียบ มีฐานลูกค้าที่มีความภักดีสูงและมีการซื้อซ้ำอย่างสม่ำเสมอ ทำให้กระแสเงินสดมีความแน่นอน
ธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดเล็กกำลังได้รับความเชื่อถือมากขึ้นในระบบสินเชื่อ
ประเภทธุรกิจที่มีโอกาส คาเฟ่ขนาดเล็ก, ร้านเครื่องดื่ม, ร้านอาหารแฟรนไชส์ และธุรกิจบริการที่มีระบบบริหารจัดการชัดเจน
เหตุผลที่ได้รับการอนุมัติง่ายขึ้น ได้รับความเชื่อถือจากโมเดลธุรกิจและระบบควบคุมต้นทุนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วจากเจ้าของแฟรนไชส์
ข้อได้เปรียบ ธนาคารบางแห่งมีโปรแกรมร่วมกับแฟรนไชส์ในการให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์โดยเฉพาะ ทำให้การอนุมัติง่ายขึ้น
การเปลี่ยนแปลงในระบบการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจในปี 2568 มีปัจจัยสำคัญหลายประการ:
การใช้ระบบ Credit Scoring แบบใหม่ สถาบันการเงินเริ่มใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น เช่น พฤติกรรมการชำระหนี้ผ่าน e-wallet, รายได้ในบัญชีธุรกิจ และพฤติกรรมการใช้จ่าย แทนการพิจารณาเพียงงบการเงินและหลักทรัพย์ค้ำประกัน
แนวโน้มสนับสนุน SME จากภาครัฐ มีโครงการ Soft Loan, สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และความร่วมมือกับหน่วยงานพัฒนา SME ที่ช่วยให้ธุรกิจหน้าใหม่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น
การเติบโตของ FinTech และ Non-Bank ผู้ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่เริ่มเจาะกลุ่มธุรกิจหน้าใหม่โดยเฉพาะ ด้วยเกณฑ์การพิจารณาที่ยืดหยุ่นกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม
การใช้ข้อมูลทางเลือก (Alternative Data) ข้อมูลอย่างยอดขายออนไลน์, จำนวนผู้ติดตามในโซเชียลมีเดีย, การรีวิวจากลูกค้า ถูกนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางการเงินมากขึ้น
ปี 2568 ผู้ให้บริการสินเชื่อให้ความสำคัญกับ “คุณภาพของกระแสเงินสด” และ “ความสอดคล้องของเอกสาร” มากกว่าพูดให้สวย กลยุทธ์ต่อไปนี้ช่วยให้คำขอของคุณ เดินเร็วขึ้น วงเงินแม่นขึ้น และความเสี่ยงต่ำลง
ทำ “แผนเงินสด 6–12 เดือน” แบบย่อหน้าเดียว
เขียนให้เห็น 3 เรื่อง: จะใช้เงินทำอะไร, เงินจะเข้าเมื่อไร, และจะคืนเมื่อไร แล้วทำให้ตัวเลข สอดคล้องกับเอกสาร (PO/ใบเสนอราคา/Invoice/สัญญา) ทันทีที่มีอัปเดตให้แก้ในแผนเดียวกัน
จัดระเบียบเดินบัญชีให้สะอาดและสม่ำเสมอ
แยกบัญชีธุรกิจ–ส่วนตัวอย่างเด็ดขาด ลดการถอนเงินสดก้อนใหญ่ถี่ ๆ โอน–รับชำระผ่านบัญชีธุรกิจให้มากที่สุด เพื่อให้ “รายได้จริง” มองเห็นผ่านรายการเดินบัญชี 6–12 เดือนได้ชัดเจน
ตั้งวงเงิน “พอดี” + วันตัดชำระตามรอบเงินจริง
คิดจากการใช้จริง บวกสำรอง 10–15% พอประมาณ และนัดวันตัดชำระ หลังวันรับเงิน 3–7 วัน (กันการดีเลย์จากคู่ค้า) หลักคิดนี้ลดดอกส่วนเกินและทำให้ผู้พิจารณามั่นใจ
ดูสุขภาพ DSCR/DSR ให้สมเหตุสมผล
DSCR (Debt Service Coverage Ratio) = รายรับเพื่อชำระหนี้ ÷ ภาระหนี้ต่อเดือน ควร ≥ 1.x และ DSR (Debt Service Ratio) = ภาระหนี้ต่อเดือน ÷ รายได้ต่อเดือน ไม่ตึงเกินไป
วิธีปรับเร็ว: ปิด/รีไฟแนนซ์หนี้สั้นดอกแพงที่แทบไม่ใช้ รวมภาระเล็ก ๆ ให้เหลือก้อนที่ต้นทุนต่ำกว่า และขยับวันตัดงวดให้หลังวันรับเงิน
สูตรเร็ว 5 นาที
วงเงินเบื้องต้น ≈ ค่าใช้จ่ายหมุนเฉลี่ย/เดือน × 1–1.5 รอบ + กันชน 10–15%
หลักคิดคือ “ขอเท่าที่งานต้องใช้จริง” เพื่อลดดอกและเพิ่มโอกาสอนุมัติของ สินเชื่อSME โดยยังคุมกระแสเงินสดให้วันเงินเข้า = วันโปะคืน หากโครงเดิมทำให้ “งวดชน–ดอกบาน” พิจารณา รีไฟแนนซ์สินเชื่อSME ก่อนค่อย กู้เงิน เพิ่ม
ตัวอย่าง 1: ร้านอาหารบริการด่วน (รอบเงิน 30 วัน)
ค่าแรง+วัตถุดิบ+เช่า = 450,000/เดือน → วงเงินพอดีงาน ≈ 450,000 × 1.2 = 540,000 และกันชน 10% ≈ 54,000 รวมเสนอ ~594,000 บาท ใช้เบิกเป็นช่วงต้นรอบและโปะคืนวันรายได้หลักเข้าบัญชี ลดเวลาที่ดอกเดิน
ตัวอย่าง 2: โรงงานจ้างผลิต (รอบเงิน 45–60 วัน)
ค่าใช้จ่ายหมุน 900,000/เดือน แต่ต้องสำรองล่วงหน้า 1.5 รอบ → 900,000 × 1.5 = 1,350,000 ใส่กันชน 15% ≈ 202,500 รวมเสนอ ~1,552,500 บาท แบ่งเบิกตามงานจริง เพื่อลด EIR และไม่แขวนวงเงินเกินจำเป็น
เช็กลิสต์ก่อนยื่น (ฉบับไม่มีหลักทรัพย์)
สเตทเมนต์ 6–12 เดือน + ปฏิทินเงินสด 6–12 เดือน
รายการใช้เงินละเอียด (สต็อก/แรงงาน/ขนส่ง) + แผนโปะคืน
กันชนเงินสด 10–15% เผื่อยอด “แกว่ง”
ใส่เรื่องเล่าธุรกิจ 1 หน้า ให้ไฟแนนซ์เห็น “งาน–เงินเข้า–เงินออก” ภายใน 10 นาที
อ่านต่อ
ดูตัวอย่างเต็มและเทมเพลตปฏิทินเงินสดในบทความหลัก: สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2568 และสำรวจ แหล่งเงินทุน ที่เหมาะกับรอบงานของคุณ.
ปี 2568 เป็นปีแห่งโอกาสสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ที่ต้องการเข้าถึงสินเชื่อธุรกิจแม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน การเปลี่ยนแปลงในระบบการประเมินความเสี่ยงและการใช้เทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลสมัยใหม่ทำให้ธุรกิจในกลุ่มดิจิทัล, อีคอมเมิร์ซ, บริการเฉพาะทาง, ธุรกิจสีเขียว, สุขภาพและความงาม รวมถึงแฟรนไชส์ขนาดเล็ก มีโอกาสได้รับการอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น
ผู้ประกอบการควรเตรียมข้อมูลทางการเงินให้พร้อม รวมถึงข้อมูลการดำเนินธุรกิจออนไลน์ ประวัติการทำธุรกรรม และหลักฐานรายได้ที่สม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติสินเชื่อ sme ไม่มีหลักทรัพย์ 2568 เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และบริการให้คำปรึกษาด้านการเงินสำหรับผู้ประกอบการ
บสย. (TCG) ข่าว/สรุปผลค้ำประกันครึ่งปีแรก 2568 (เข้าถึง: 25 ม.ค. 2569)
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn
ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management