เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 29 มิถุนายน 2569
ผู้รับเหมากำลังเข้าประมูลงาน โอนย้ายไซต์ หรือเร่งเฟสงานใหม่อยู่ใช่ไหม? หน้านี้สรุป สินเชื่อสำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ที่ออกแบบให้สอดคล้องการทำงานหน้างานจริง เน้น งวดเบิก (Drawdown: เบิกเป็นงวดตามความคืบหน้า) เพื่อคุมดอก และใช้ทรัพย์ค้ำเพื่อโอกาสได้ วงเงินสูง กับเงื่อนไข ดอกเบี้ยต่ำ ของ สินเชื่อแบบมีหลักประกัน/สินเชื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน — เหมาะกับผู้ประกอบการและ สินเชื่อ SME สายก่อสร้าง
อัปเดตปี 2569: ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังมีโอกาสจากงานโครงสร้างพื้นฐาน งานคลังสินค้า โรงงาน และโครงการภาครัฐ แต่การเติบโตโดยรวมยังไม่สูงมาก และงานภาคเอกชนบางส่วนยังชะลอตัว ผู้รับเหมาจึงไม่ควรมองสินเชื่อเป็นเพียง “วงเงินก้อนใหญ่” แต่ควรวางวงเงินให้สัมพันธ์กับงวดงาน ระยะเวลาตรวจรับ เงินกันตามสัญญา และต้นทุนหน้างานที่อาจเปลี่ยนระหว่างโครงการ
เบิกเป็นงวด (Drawdown): จ่ายดอกเฉพาะยอดที่เบิกจริง ลดต้นทุนช่วงแรกที่รายได้งานยังไม่ออกเต็ม
รับรองความคืบหน้าได้ชัด: ผูกงวดเบิกกับ ใบตรวจรับงาน (Progress Certificate) หรือเอกสารเทียบเท่า
ค้ำด้วยทรัพย์ที่ตีราคาได้ชัด: อสังหาฯ (ที่ดิน/โกดัง/อาคารสำนักงาน) หรือ เครื่องจักร สภาพดี → เพิ่มโอกาส วงเงินสูง
รองรับเงินกัน 5–10% (Retention): วางแผนกระแสเงินสดเผื่อเงินกันตามสัญญา
จากที่พบในเคสผู้รับเหมาหลายราย ช่วงที่เงินสดตึงที่สุดมักเกิดขึ้น 2 ช่วง คือช่วงเปิดไซต์ และช่วงรอเซ็นตรวจรับงาน เพราะผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าเครื่องจักร ค่าเช่าพื้นที่ และค่า Subcontractor ไปก่อน ขณะที่เงินงวดแรกหรือเงินงวดถัดไปอาจยังไม่เข้าตามแผน
ดังนั้น สินเชื่อรับเหมาก่อสร้างที่เหมาะสมจึงควรแยกวงเงินตามจังหวะของโครงการ เช่น วงเงินสำหรับเปิดไซต์ วงเงินเบิกตาม Progress ของงาน และเงินสำรองสำหรับช่วง Retention ไม่ควรรวมทุกอย่างเป็นเงินก้อนเดียวโดยไม่มีแผนเบิกจ่าย
หากงานเสร็จแล้ว มีใบตรวจรับงาน ใบวางบิล หรือเอกสารลูกหนี้การค้าชัดเจน แต่ยังต้องรอรอบจ่ายเงินจากผู้ว่าจ้าง การใช้ สินเชื่อแฟคตอริ่ง หรือวงเงินที่อ้างอิงลูกหนี้การค้า อาจเหมาะกว่าการขอเงินก้อนใหม่ทั้งโครงการ เพราะช่วยเปลี่ยนเงินที่รอรับให้กลับมาเป็นเงินหมุนสำหรับไซต์งานได้เร็วขึ้น
สัญญาว่าจ้าง/ขอบเขตงาน (TOR/BOQ): ระบุงวดงาน ระยะเวลา เงื่อนไขจ่ายงวด
ไทม์ไลน์โครงการ + ไมล์สโตน: ชี้จุดที่จะเบิก—งานโครงสร้าง/สถาปัตย์/ME/ทดสอบ
ใบตรวจรับ/บันทึกส่งงาน/แบบอนุมัติ: ใช้เป็นหลักฐานผูกงวดเบิก
งบการเงิน/สเตทเมนต์ 6–12 เดือน: สะท้อนวินัยกระแสเงินสด
เอกสารหลักทรัพย์ค้ำ: โฉนด/ผัง/รูป (อสังหาฯ) หรือ ใบกำกับ–สเปก–ซีเรียล–ประวัติบำรุง (เครื่องจักร)
(ถ้ามี) หนังสือค้ำสัญญา/ประกันผลงาน (Performance Bond/Advance Payment Bond) อธิบายครั้งเดียว: เป็นเอกสารค้ำประกันต่อผู้ว่าจ้างว่าผู้รับเหมาจะทำงานตามสัญญา หรือรับเงินล่วงหน้าแล้วทำงานตามแผนโดยเฉพาะงานภาครัฐ เอกสารกลุ่ม Bond/การอนุมัติเป็นลำดับขั้นมักเป็น “ตัวแปรเวลา” สำคัญ จึงควรจัดชุดเอกสารให้ครบตั้งแต่แรกเพื่อให้ สินเชื่อรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ เบิกงวดได้ต่อเนื่อง
นอกจากสัญญา TOR/BOQ และใบตรวจรับงานแล้ว ผู้รับเหมาควรเตรียม Project Cash Flow แยกรายโครงการ โดยระบุว่าแต่ละเดือนต้องจ่ายค่าวัสดุ ค่าแรง ค่า Subcontractor ค่าเช่าเครื่องจักร และค่าใช้จ่ายหน้างานเท่าไร เทียบกับงวดเงินที่จะได้รับจากผู้ว่าจ้างเมื่อไร หากมีลูกหนี้ค้างรับจากโครงการเดิม ควรแนบ Aging ลูกหนี้และสถานะการติดตามเงินด้วย เพราะผู้ให้สินเชื่อไม่ได้ดูแค่มูลค่างานตามสัญญา แต่ดูว่ารอบเงินสดของงานนั้น “ทันจ่ายจริงหรือไม่”
อสังหาฯ: ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง/โกดัง/สำนักงาน → มักได้ LTV ดีกว่า เสี่ยงต่ำกว่า
เครื่องจักรงานก่อสร้าง: ปั้นจั่น รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องเจาะ/ตัด รุ่นที่มีตลาดมือสองชัดเจน → หนุน วงเงินสูง เพิ่มเติม
เงินฝาก/ตราสาร: อนุมัติไว ดอกเบี้ยต่ำ มาก แต่ล็อกสภาพคล่อง (ใช้เป็นตัวช่วยเสริมช่วงสั้น)
ในทางปฏิบัติ ผู้รับเหมามักได้โครงสร้างวงเงินที่ดีกว่าเมื่อจัด “ค้ำผสม” เช่น ใช้อสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แล้วเสริมด้วยเครื่องจักรที่มีตลาดมือสองชัดเจน เช่น รถขุด รถตัก รถโฟล์คลิฟท์ ปั้นจั่น หรือเครื่องจักรที่มีประวัติบำรุงรักษาครบถ้วน แต่ไม่ควรประเมินมูลค่าเครื่องจักรจากราคาซื้อเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะผู้ให้สินเชื่อจะดูราคาขายต่อ สภาพเครื่อง อายุการใช้งาน และความง่ายในการบังคับหลักประกันประกอบด้วย การวางแผนขอ สินเชื่อเครื่องจักร อาจช่วยแยกโครงสร้างเงินทุนได้ชัดขึ้น
งวด 1 – Mobilization (15–20%): เตรียมไซต์ ลงเครื่องมือ → ใช้เอกสารเปิดไซต์/รูปไซต์/ใบส่งมอบพื้นที่
งวด 2 – โครงสร้างหลัก (30–40%): งานฐานราก–เสา–พื้น–โครงหลังคา → ใช้ใบตรวจรับงานโครงสร้าง
งวด 3 – สถาปัตย์/ระบบ (25–30%): งานผนัง/พื้น/ฝ้า/ระบบไฟ–ประปา (ME) → ใบตรวจรับเฉพาะส่วน
งวด 4 – ทดสอบ/ส่งมอบ (10–20%): ทดสอบระบบ เก็บงาน ส่งมอบ → ใช้ใบตรวจรับสุดท้าย
ทุกงวด: ผูกเงื่อนไขกับ ใบตรวจรับงาน และรูปถ่าย/รายงานความคืบหน้า เพื่อให้เบิกได้ลื่นและ ดอกเบี้ยต่ำ ลงจริง (เพราะไม่ต้องถือเงินก้อนล่วงหน้ามาก)หากเป็นงานหน่วยงานรัฐ แนะนำทำ “Roadmap เอกสารต่อการตรวจรับ” (ใครออก/ใช้เวลากี่วัน) เพิ่มอีก 1 หน้า เพื่อให้จังหวะเบิกสอดคล้องขั้นตอนอนุมัติของ สินเชื่อรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ
กันเงินสดเท่ากับเงินกัน: วาง buffer ในสเตทเมนต์เผื่อทันที
คุยผู้ว่าจ้างเรื่อง Release เงื่อนไข: กำหนดวันปลดเงินกัน (เช่น หลัง DLP – Defects Liability Period)
ใช้สินเชื่อระยะสั้นเสริม: ถ้าตันระหว่างรอเงินกัน อาจใช้วงเงินระยะสั้นบางส่วน—แต่ต้องคุมต้นทุนรวม
เอกสารงวดงานไม่ครบ/ไม่ตรง → จัดโฟลเดอร์มาตรฐาน: สัญญา–BOQ–แบบอนุมัติ–ใบตรวจรับ–รูปหน้างาน
งบโครงการขาด buffer → เผื่อเงินกันและดีเลย์จ่ายอย่างน้อย 1 งวด
ใช้ทรัพย์เสี่ยงสูงค้ำอย่างเดียว → จัด ค้ำผสม: อสังหาฯเป็นหลัก + เครื่องจักรเสริม
ขอวงเงินแบบ “ก้อนเดียว” → ขอ เบิกเป็นงวด ตามไมล์สโตน ลดดอกช่วงแรก
รายได้พึ่งลูกค้ารายเดียว → ทำสรุปพอร์ตงาน/ฐานลูกค้าแยก เพื่อแสดงการกระจายความเสี่ยง
รับงานราคาคงที่ แต่ไม่ได้เผื่อต้นทุนวัสดุและค่าแรง: งานรับเหมาหลายสัญญากำหนดราคาคงที่ แต่ต้นทุนเหล็ก ปูน วัสดุ ค่าแรง หรือค่าขนส่งอาจเปลี่ยนระหว่างโครงการ หากไม่มี Cost Escalation Clause หรือไม่มี buffer ในงบโครงการ กำไรที่คำนวณไว้ตอนประมูลอาจหายไปก่อนจบงาน ทางแก้คือทำตารางต้นทุนสำคัญแยกตามงวดงาน และเผื่อกรณีต้นทุนเพิ่มอย่างน้อย 5–10% สำหรับงานที่ระยะเวลายาวหรือใช้วัสดุหลักในสัดส่วนสูง
ใช้ อสังหาฯทำเลดี เป็นหลักค้ำ + เสริมด้วย เครื่องจักร รุ่นนิยมสภาพดี
ส่ง งบการเงิน/สเตทเมนต์ ที่นิ่ง และทำ แผนงวดเบิก ให้ตรวจง่าย
แนบ ใบสั่งงาน/สัญญา/PO จากผู้ว่าจ้าง ช่วยยืนยันรายได้ในอนาคต
ขอ Term Sheet ≥ 2 เจ้า แล้วเทียบต้นทุนจริง (EIR) ภายใต้กำหนดงวดเบิกเดียวกัน
ช่วงหนึ่ง เราดูเคสผู้รับเหมางานอาคารโรงงาน (เอกชน) มูลค่างานประมาณ 28 ล้านบาท ระยะเวลางาน 7 เดือน จุดที่ทำให้เงินตึงไม่ใช่ “ขาดกำไร” แต่เป็น “จังหวะเงิน” ช่วงเปิดไซต์
ปัญหาหน้างานที่เจอจริง
ผู้ว่าจ้างกำหนดจ่ายงวดแรกหลังตรวจรับงานเปิดไซต์/เตรียมพื้นที่ แต่ในความเป็นจริง การนัดตรวจรับเลื่อนได้ง่าย
ฝั่งผู้รับเหมาต้องจ่ายก่อนทันที: ค่าแรงทีมตั้งไซต์ + งานรั้ว/ป้าย + ห้องน้ำคนงาน + ค่าเช่าเครื่องมือ + ค่าวัสดุล็อตแรก
ค่าใช้จ่ายช่วง 3 สัปดาห์แรกที่เราสรุปจากบิลและสเตทเมนต์อยู่ราว ๆ 1.35–1.60 ล้านบาท
(ค่าแรง ~ 6–7 แสน, งานไซต์และผู้รับเหมาช่วง ~ 4–5 แสน, วัสดุล็อตแรก/มัดจำขนส่ง ~ 3–4 แสน)
แต่เงินงวดแรกคาดว่าจะเข้าเร็วสุดก็ วันที 30–45 เพราะต้องรอใบตรวจรับ + รอบโอนผู้ว่าจ้าง
ตรงนี้เองที่ทำให้เคสนี้ต้องใช้ สินเชื่อผู้รับเหมา / สินเชื่อรับเหมาก่อสร้าง แบบ “เบิกเป็นงวด (Drawdown)” ไม่ใช่ขอเงินก้อน เพราะถ้าถือเงินก้อนตั้งแต่วันแรก ต้นทุนดอกจะสูงโดยไม่จำเป็น
สิ่งที่เราลองแล้ว “พลาด” ก่อน (และทำให้เอกสารตีกลับ)
ตอนแรกทีมลูกค้าส่งเอกสาร “เปิดไซต์” แบบรวม ๆ (รูป 4–5 รูป + บันทึกข้อความ 1 หน้า) แล้วคิดว่าจะพอ แต่ธนาคารตีกลับเพราะ ยังไม่เห็นหลักฐานที่ผูกกับงวดเบิกได้ชัด ว่า “งานถึง milestone แล้วจริง”
สิ่งที่ขาดคือ
รายการงานเปิดไซต์ที่เทียบกับ BOQ/TOR ได้
รูปถ่ายที่มีตำแหน่ง/วันที่/มุมเดิมเทียบก่อน–หลัง
หนังสือส่งมอบพื้นที่/ใบอนุญาตเข้าพื้นที่ (บางโครงการมี)
พอตีกลับ 1 รอบ… งวดเบิกเลื่อนทันที และเงินสดเริ่มตึงจนเกือบต้องไปหยิบ OD ระยะสั้นดอกสูงมาโปะ
วิธีที่ทำให้เบิกงวดได้ “ลื่น” (สิ่งที่เราใช้จริง)
เราปรับเป็น “ชุดเอกสารงวด 1” แบบตรวจง่าย และใช้ซ้ำได้ทุกงวด โดยจัดเป็นแพ็กเดียว
เช็กลิสต์งานเปิดไซต์ 1 หน้า อ้างอิง BOQ
เอกสารส่งมอบพื้นที่/อนุญาตเข้าไซต์
รูป 12–15 รูป ใส่วันที่/มุม/คำอธิบาย
PO/มัดจำที่จ่ายจริง เพื่ออธิบายเงินออก
ไทม์ไลน์ที่บอกชัดว่า งวด 1–4 เบิกอะไร เมื่อไร
ผลลัพธ์ที่เห็นชัด
หลังแก้แพ็กเอกสาร งวด 1 เบิกได้ในรอบตรวจถัดไป (ไม่ต้องวนแก้หลายครั้ง)
วงเงินถูกใช้เท่าที่จำเป็น: งวด 1 เราวางให้เบิกประมาณ 1.8 ล้านบาท (ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเปิดไซต์ + เผื่อ buffer)
ที่สำคัญคือ “ดอกเบี้ย” ถูกกดลง เพราะไม่ต้องถือเงินเกินจริงตั้งแต่ต้นงาน ซึ่งเหมาะกับ สินเชื่อรับเหมาก่อสร้าง ที่รายได้เข้าตามใบตรวจรับ
บทเรียนที่เราใช้เป็นกติกากับทุกเคสหลังจากนั้น
“งวด 1 ต้องทำให้ตรวจรับง่ายที่สุด” เพราะถ้างวด 1 สะดุด งวด 2–3 จะพังเป็นโดมิโน
และถ้าเป็นงานหน่วยงานรัฐหรือมีขั้นตอนอนุมัติหลายชั้น (บางเคสเข้าข่าย สินเชื่อรับเหมาก่อสร้างภาครัฐ) เราจะเพิ่ม “Roadmap เอกสาร” ว่าใครออกเอกสาร ใช้เวลากี่วัน ตั้งแต่ก่อนยื่น เพื่อไม่ให้ Drawdown ตันตอนงานกำลังเร่ง
ผู้รับเหมางานระบบ MEP มูลค่างานประมาณ 12 ล้านบาท ทำงานตามงวดได้จริง แต่เงินงวดที่ 2 และ 3 ล่าช้าเพราะผู้ว่าจ้างต้องรอวิศวกรเซ็นตรวจรับและฝ่ายจัดซื้อออกเอกสารภายใน ช่วงนั้นผู้รับเหมาต้องจ่ายค่าแรงทีมช่างและค่าวัสดุเพิ่มก่อน ทำให้เงินสดตึงแม้งานไม่ได้ขาดทุน
สิ่งที่ช่วยให้เคสนี้อธิบายกับผู้ให้สินเชื่อได้ดีขึ้น คือการทำตาราง “งานเสร็จแล้ว–รอตรวจรับ–รอวางบิล–รอรับเงิน” แยกแต่ละงวด พร้อมแนบรูปหน้างาน ใบส่งมอบงาน และอีเมลหรือบันทึกการติดตามเอกสาร หากเอกสารลูกหนี้ชัด อาจพิจารณาใช้วงเงินหมุนเวียนหรือ Factoring เฉพาะงวดที่รอรับเงิน แทนการขอ Term Loan ก้อนใหญ่ทั้งโครงการ
สัญญาจ้าง/BOQ/แบบอนุมัติ/ไทม์ไลน์ + กำหนดงวดงานชัด
Asset Pack ทรัพย์ค้ำ: โฉนด/ผัง/รูป (อสังหาฯ) และ ใบกำกับ–สเปก–ซีเรียล–ประวัติบำรุง (เครื่องจักร)
งบการเงินล่าสุด + สเตทเมนต์ 6–12 เดือน
หลักฐานจ่าย–รับกับผู้ว่าจ้าง (เท่าที่เปิดเผยได้)
ตารางเงินกัน (Retention) และแผนกระแสเงินสดเผื่อ
Q: ถ้าผู้ว่าจ้างจ่ายช้า จะกระทบงวดเบิกไหม?
A: กระทบได้ ควรทำ buffer + เงื่อนไขงวดเบิกผูกกับ “ใบตรวจรับ” ไม่ใช่การโอนจริงฝ่ายเดียว
Q: ผู้รับเหมาที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ขอสินเชื่อได้ไหม?
A: มีโอกาสได้ในบางกรณี หากมีเอกสารงานและรายได้ชัดเจน เช่น สัญญาว่าจ้าง BOQ ใบตรวจรับงาน Statement 6–12 เดือน ประวัติรับเงินจากผู้ว่าจ้าง และตารางลูกหนี้ค้างรับ หากธุรกิจไม่มีที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินมาค้ำประกัน อาจพิจารณาทางเลือกอย่าง สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือวงเงินที่พิจารณาจากกระแสเงินสดแทนหลักทรัพย์ แต่ต้องเตรียมเอกสารให้ละเอียดกว่าปกติ
Q: ใช้ทรัพย์ของผู้ถือหุ้นค้ำได้ไหม?
A: ได้ หากมีหนังสือยินยอมและเอกสารสิทธิครบตามแบบผู้ให้กู้
Q: ระหว่างก่อสร้างต้องจ่ายดอกเต็มไหม?
A: ถ้าใช้ เบิกเป็นงวด จะจ่ายดอกตามยอดที่เบิกจริง (ช่วยกดต้นทุน)
Q: ทำประกันอะไรบ้าง?
A: แนะนำประกันทรัพย์ค้ำ (อาคาร/เครื่องจักร) และพิจารณาประกันงานก่อสร้าง (Contractor All Risks) ตามความเสี่ยงไซต์งาน
ที่สร้างโอกาสทางธุรกิจ — ประโยชน์/เคสใช้งานเด่น
วงเงินสูง — ปัจจัย LTV และเพดานต่อทรัพย์ (พร้อมตารางตัวอย่าง)
ดอกเบี้ยต่ำ — วิธีลดต้นทุนและตัวอย่างคำนวณเบื้องต้น
สินเชื่อเครื่องจักร อนุมัติง่าย — เอกสารเครื่องจักรและอายุทรัพย์
เอกสารสัญญาและการบริหารโครงการก่อสร้างที่ใช้จริง: สัญญาว่าจ้าง, TOR/BOQ, ไทม์ไลน์โครงการ, ใบตรวจรับงาน/บันทึกส่งงาน (Progress Certificate)
แนวปฏิบัติด้านสินเชื่อธุรกิจและการประเมินความสามารถชำระหนี้: การดูงบการเงิน/สเตทเมนต์, การประเมินกระแสเงินสดตามงวดงาน, แนวคิดการเทียบต้นทุนรวม (EIR) จาก Term Sheet
มาตรฐานด้านประกันภัยและการค้ำประกันในงานก่อสร้าง: Performance Bond/Advance Payment Bond และการพิจารณาประกันงานก่อสร้าง (Contractor All Risks) ตามความเสี่ยงไซต์งาน
(หมายเหตุ: เงื่อนไขเอกสารและการพิจารณาอาจแตกต่างตามผู้ให้กู้และประเภทผู้ว่าจ้าง โดยเฉพาะงานภาครัฐ)
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา