สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่ใช้หลักประกัน ใช้เพียงกรรมการค้ำ
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่ใช้หลักประกัน ใช้เพียงกรรมการค้ำ
เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 11 กุมภาพันธ์ 2569
สินเชื่อ “ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน” (Unsecured) หลายครั้ง ยังต้องให้กรรมการ/ผู้ถือหุ้นเซ็นค้ำประกัน ผ่านเอกสารที่เรียกว่า Personal Guarantee หรือ “หนังสือค้ำประกัน”
ปัญหาคือ…คนจำนวนมากเซ็นเพราะคิดว่า “แค่เซ็นให้บริษัทกู้” แต่จริง ๆ แล้ว ผู้ค้ำอาจมีภาระผูกพันส่วนตัว หากบริษัทผิดนัดชำระหนี้
ถ้าต้องการภาพรวมตั้งแต่ประเภทสินเชื่อ เงื่อนไข ไปจนถึงข้อควรระวัง สามารถดู คู่มือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
บทความนี้สรุปให้แบบอ่านแล้วนำไปใช้ได้ทันที
Personal Guarantee คืออะไร และต่างจาก “หลักประกัน” อย่างไร
ผู้ค้ำอาจต้องรับผิดอะไรบ้าง
5 จุดเสี่ยงในสัญญาค้ำที่ต้องอ่านให้เจอ
เช็กลิสต์ 12 คำถามก่อนเซ็นค้ำ
วิธีลดความเสี่ยงก่อนลงลายมือชื่อ
Personal Guarantee (กรรมการค้ำ) คือสัญญาที่บุคคลหนึ่ง (ผู้ค้ำ) ตกลงว่าจะรับผิดชำระหนี้แทนลูกหนี้ (บริษัท) หากลูกหนี้ไม่ชำระตามสัญญา
แตกต่างจาก “หลักประกัน”
หลักประกัน = ใช้ทรัพย์สินค้ำ (เช่น ที่ดิน/รถ/เงินฝาก) หากผิดนัดเจ้าหนี้มีสิทธิในทรัพย์นั้น
Personal Guarantee = ไม่ได้เอาทรัพย์สินมาวางค้ำโดยตรง แต่ “ตัวบุคคล” รับผิดแทน หากผิดนัดอาจถูกติดตามทวงถาม/ฟ้องร้องได้ตามสัญญา
ทำไมธนาคาร/ผู้ให้กู้ถึงขอ “กรรมการค้ำ”?
เพราะสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำ ทำให้ผู้ให้กู้ต้องการ “ความมั่นใจเพิ่ม” ว่ามีคนรับผิดชอบหนี้ หากกิจการสะดุดหรือปิดตัว
ถ้าอยากเทียบทางเลือกและแนวคิดก่อนยื่นกู้ ดู แนวทางสินเชื่อธุรกิจแบบใช้หลักประกัน
คำตอบที่ถูกต้องคือ: ขึ้นอยู่กับสัญญาค้ำที่คุณเซ็น
แต่โดยทั่วไปสิ่งที่มักระบุไว้ (หรือเกิดขึ้นในทางปฏิบัติ) ได้แก่
เงินต้น ที่ค้างชำระ
ดอกเบี้ย ตามสัญญา
ดอกเบี้ยผิดนัด/ค่าปรับ หากผิดนัดตามเงื่อนไข
ค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถาม (แล้วแต่สัญญา)
ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย/ศาล หากมีการฟ้องร้อง (แล้วแต่สัญญา/คำพิพากษา)
สำคัญ: อย่าดูแค่ “วงเงินกู้” ให้ดู “ขอบเขตความรับผิดทั้งหมด” ในสัญญาค้ำด้วย
ส่วนนี้คือ “หัวใจสำคัญ” — คนส่วนใหญ่ตกม้าตายเพราะไม่อ่าน 5 จุดนี้
ให้มองหาข้อความแนว ๆ “ผู้ค้ำรับผิดไม่เกิน…บาท”
ถ้า ไม่มีเพดาน อาจตีความได้ว่ารับผิดตามยอดหนี้ทั้งหมดตามที่กำหนดในสัญญา
ถ้า มีเพดาน จะช่วยจำกัดความเสี่ยงได้มาก
คำถามที่ต้องถาม:
“ขอใส่เพดานความรับผิดได้ไหม?”
“เพดานนี้รวมดอก/ค่าปรับ/ค่าใช้จ่ายแล้วหรือยัง?”
บางสัญญาไม่ได้ค้ำเฉพาะ “สัญญากู้ฉบับนี้” แต่ค้ำ “หนี้อื่นในอนาคต” ด้วย
ให้มองหาคำ/ความหมายประมาณ: “หนี้ใด ๆ ที่ลูกหนี้มี/จะมีต่อเจ้าหนี้”
ความเสี่ยง:
วันนี้กู้ 1 ล้านบาท แต่วันหน้าบริษัทมีวงเงินเพิ่ม/ผลิตภัณฑ์อื่น (เช่น OD, LG, Bank Guarantee) อาจถูกนับรวม
คำถามที่ต้องถาม:
“สัญญานี้ค้ำเฉพาะวงเงินนี้หรือรวมภาระอื่นด้วย?”
“ขอจำกัดให้ค้ำเฉพาะสัญญาเลขที่… และไม่รวมภาระอื่นได้ไหม?”
บางคนคิดว่า “พอหมดสัญญากู้ก็จบ” แต่ต้องดูว่า “ค้ำสิ้นสุดเมื่อไร”
ค้ำจนปิดบัญชี/ชำระหนี้หมด?
ค้ำต่อจนกว่าเจ้าหนี้จะทำหนังสือปลดค้ำ?
ถ้าต่ออายุ/ปรับโครงสร้างหนี้ ผู้ค้ำต้องยินยอมหรือไม่?
คำถามที่ต้องถาม:
“ค้ำสิ้นสุดเมื่อไหร่แน่?”
“ถ้าปรับโครงสร้างหนี้/ขยายระยะเวลา ต้องให้ผู้ค้ำเซ็นใหม่ไหม?”
หากมีผู้ค้ำมากกว่า 1 คน ให้ดูว่าเป็นแบบใด
บางสัญญาอาจทำให้เจ้าหนี้เรียกเก็บจากผู้ค้ำคนใดคนหนึ่งได้ก่อน
คำถามที่ต้องถาม:
“ถ้ามีผู้ค้ำหลายคน การรับผิดแบ่งกันอย่างไร?”
“เจ้าหนี้สามารถเรียกที่ผู้ค้ำคนเดียวทั้งหมดได้ไหม?”
ดูว่าเมื่อบริษัทผิดนัด เจ้าหนี้ทำอะไรได้บ้าง
ต้องทวงบริษัทก่อนกี่ครั้ง?
ต้องแจ้งผู้ค้ำภายในกี่วัน?
ถ้าบริษัทชำระช้า 1 งวด ถือว่าผิดนัดทันทีหรือไม่?
คำถามที่ต้องถาม:
“เงื่อนไขผิดนัดคืออะไร?”
“ผู้ค้ำจะได้รับแจ้งเมื่อไหร่ และช่องทางใด?”
แนะนำ: ปริ้นท์/แคปหน้าจอไปถามเจ้าหน้าที่ทีละข้อ
ผู้ค้ำต้องรับผิด “อะไรบ้าง” (เงินต้น/ดอก/ดอกผิดนัด/ค่าใช้จ่าย)?
มี เพดานความรับผิด ไหม? ถ้ามี “รวมค่าอะไรบ้าง” แล้ว?
ค้ำเฉพาะวงเงินนี้ หรือรวม “หนี้อื่น/หนี้อนาคต” ด้วย?
ค้ำสิ้นสุดเมื่อไร? (ปิดบัญชี/ครบกำหนด/ปลดค้ำเป็นหนังสือ)
ถ้ามีการต่ออายุ/เพิ่มวงเงิน/ปรับโครงสร้างหนี้ ผู้ค้ำต้องเซ็นใหม่ไหม?
ถ้าผู้ค้ำลาออก/เปลี่ยนกรรมการ/ขายหุ้น สัญญาค้ำยังผูกอยู่ไหม?
อะไรถือว่า “ผิดนัด” (ชำระช้า, ผิด covenant, ยอดขายตก ฯลฯ)?
เจ้าหนี้จะทวงบริษัทก่อนหรือเรียกผู้ค้ำได้ทันที?
เจ้าหนี้ต้อง “แจ้งผู้ค้ำ” เมื่อไหร่ และผ่านช่องทางใด?
มีค่าธรรมเนียม/ค่าใช้จ่ายติดตามทวงถาม/ค่าทนาย ระบุอย่างไร?
ถ้าบริษัทเจรจาประนอมหนี้ ผู้ค้ำต้องรับเงื่อนไขเพิ่มหรือไม่?
หากมีผู้ค้ำหลายคน การรับผิด “แบ่งกัน” หรือ “เรียกคนเดียวได้”?
อ่าน 5 จุดสำคัญด้านบนก่อน ถ้าไม่เข้าใจให้ถามเป็นข้อ ๆ
หากวงเงินสูง ให้ลองขอ cap ที่เหมาะสม และถามให้ชัดว่า cap รวมค่าอะไรแล้ว
ถ้าสัญญากว้างเกิน ให้ขอระบุให้ค้ำเฉพาะสัญญา/วงเงิน/ระยะเวลาที่แน่นอน
อย่างน้อยควรรู้ว่าเมื่อเกิดผิดนัด ผู้ค้ำจะได้รับแจ้งอย่างไร เพื่อไม่ให้รู้ตัวช้า
ถ้ามีผู้ร่วมก่อตั้งหลายคน ให้ตกลงกันภายในก่อนว่าใครรับภาระเท่าไหร่
การให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านสัญญา 1 ครั้ง อาจคุ้มกว่าความเสี่ยงระยะยาว
อ้างอิงเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาพรวมการขอสินเชื่อธุรกิจ: คู่มือสินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME 2569
โดยหลักคือ “ค้ำประกัน” เหมือนกัน แต่ Personal Guarantee มักใช้เรียกในบริบทสินเชื่อธุรกิจที่ให้กรรมการ/ผู้ถือหุ้นค้ำเป็นการส่วนตัว
มักไม่สามารถ “ถอนค้ำ” ได้ตามใจในทันที ต้องดูเงื่อนไขในสัญญา และโดยทั่วไปต้องมีการปิดภาระหนี้/เปลี่ยนหลักประกัน/เปลี่ยนผู้ค้ำตามที่เจ้าหนี้ยอมรับ
หลายกรณี “ยังอยู่” เพราะสัญญาค้ำเป็นสัญญาระหว่าง “บุคคล” กับ “เจ้าหนี้” ไม่ได้สิ้นสุดอัตโนมัติเพราะเปลี่ยนตำแหน่ง ต้องดูเงื่อนไขสิ้นสุด/ปลดค้ำเป็นลายลักษณ์อักษร
ขึ้นกับรูปแบบการปรับโครงสร้างและเงื่อนไขเดิม บางกรณีผู้ค้ำต้องยินยอม/เซ็นเอกสารเพิ่มเติม แนะนำถามตรง ๆ ก่อนมีการปรับโครงสร้าง
ต้องดูเงื่อนไขผิดนัดและสิทธิของเจ้าหนี้ตามสัญญา บางสัญญาอาจเรียกผู้ค้ำได้เร็วเมื่อเกิดเหตุผิดนัดตามข้อกำหนด
ขึ้นกับการเจรจาและนโยบายผู้ให้กู้ บางกรณีทำได้บางส่วน แต่ต้องเขียนให้ชัดเจนในสัญญา
ไม่เสมอไป ต้องดูข้อความในสัญญาว่ารับผิด “ร่วม/ร่วมและแทนกัน” หรือกำหนดสัดส่วนไว้หรือไม่
ถ้าหนี้ยังค้างอยู่ การเลิกกิจการไม่ได้ทำให้หนี้หายไปอัตโนมัติ ผู้ค้ำอาจยังมีภาระตามสัญญาค้ำ
Personal Guarantee ไม่ใช่ “ลายเซ็นประกอบ” แต่คือ “ภาระผูกพันส่วนบุคคล” ที่อาจตามคุณได้ยาว
ก่อนเซ็นให้โฟกัส 5 จุดสำคัญ: เพดานความรับผิด / ค้ำหนี้อนาคต / ระยะเวลาค้ำ / รูปแบบรับผิดร่วม / เงื่อนไขเรียกผู้ค้ำ
ถ้าอ่านแล้วไม่ชัด ให้ถามเป็นข้อ ๆ และขอแก้เงื่อนไขที่จำกัดความเสี่ยงได้
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย/การเงินเฉพาะกรณี เงื่อนไขจริงขึ้นอยู่กับสัญญาและข้อเท็จจริงของแต่ละราย หากวงเงินสูงหรือเงื่อนไขซับซ้อน แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญและตรวจเอกสารก่อนลงลายมือชื่อ
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด/ส่วนที่เกี่ยวกับ “ค้ำประกัน”
แนวปฏิบัติ/ประกาศจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับการค้ำประกัน (ถ้ามี)
เอกสาร/คำอธิบายจากธนาคารหรือผู้ให้สินเชื่อเกี่ยวกับ personal guarantee (หน้า official)
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Account