คู่มือสินเชื่อธุรกิจไม่มีหลักทรัพย์ | เช็กคุณสมบัติของฉัน | เช็กลิสต์เอกสาร | เปรียบเทียบสินเชื่อไม่ใช้หลักทรัพย์
เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 31 มกราคม 2569
การขอ สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการจำนวนมากสนใจ โดยเฉพาะเมื่อไม่ต้องการนำทรัพย์สินส่วนตัวไปผูกกับความเสี่ยงของกิจการ อย่างไรก็ดี สิ่งที่ทำให้หลายเคส “ไม่ผ่านตั้งแต่รอบแรก” มักไม่ใช่เพราะธุรกิจไม่มีศักยภาพ แต่เป็นเพราะ “ขอวงเงินไม่สัมพันธ์กับความสามารถชำระหนี้” จนธนาคารประเมินว่าเสี่ยงเกินเกณฑ์ บทความที่เกี่ยวข้อง สินเชื่อธุรกิจ sme ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ในปี 2569 ที่สถาบันการเงินยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพสินเชื่อมากขึ้นตามภาพรวมตลาดสินเชื่อและแนวโน้มเครดิต การรู้ “เพดานวงเงิน” ที่ธุรกิจมีโอกาสได้จริงก่อนยื่น กู้sme จึงสำคัญ เพราะช่วยให้
วางแผนขอสินเชื่อให้ “พอดี” กับรายรับ-รายจ่าย
ลดการเสียเวลา (และลดความเสี่ยงจากการยื่นหลายครั้งแบบไม่จำเป็น)
เตรียมเอกสารให้ตอบคำถามธนาคารได้ครบตั้งแต่ต้น (โดยเฉพาะเคส แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์)
บทความนี้จะแนะนำหลักพิจรณาวงเงินสินเชื่อธุรกิจแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันที่คุณมีโอกาสได้รับ โดยใช้หลักการเดียวกับที่ธนาคารใช้ในการพิจารณา อ่านเพิ่มเติม สินเชื่อไม่มีหลักประกันสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่
การพิจารณาสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะเน้น “ความสามารถชำระหนี้” และ “ความน่าเชื่อถือของกระแสเงินสด” เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการสำรวจภาวะและแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของ ธปท. ที่สะท้อนว่ามาตรฐานการให้สินเชื่อและความกังวลด้านคุณภาพสินเชื่อเป็นประเด็นสำคัญต่อการปล่อยกู้
โดยทั่วไป ธนาคาร/สถาบันการเงินจะพิจารณาชุดข้อมูลหลัก ๆ ดังนี้
งบการเงินย้อนหลัง (ถ้ามี): เพื่อดูผลประกอบการ ความสม่ำเสมอ และวินัยทางการเงิน
กระแสเงินสด (Cash Flow): รายรับเข้าจริง–รายจ่ายออกจริง เพราะนี่คือฐานของ “ค่างวดที่จ่ายไหว”
ประวัติการชำระหนี้และเครดิตบูโร: วินัยเครดิตของกิจการและผู้มีอำนาจลงนาม
แผนธุรกิจ/แผนใช้เงินกู้ (Use of Proceeds): ธนาคารต้องเห็นว่าเงินกู้ทำให้กิจการ “สร้างเงินสดกลับมา” ได้อย่างไร
ภาระหนี้เดิม (DSR/DSCR ในภาพรวม): หนี้เดิม + หนี้ใหม่รวมกันแล้ว “ตึงเกินไปหรือไม่”
เชิงปฏิบัติ: สำหรับผู้เริ่มต้นที่ต้องการ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก แบบไม่ใช้หลักทรัพย์ เอกสารที่ทำให้ “ผ่านไว” มักเป็นเอกสารที่ทำให้ธนาคารอ่านภาพรวมจบในรอบเดียว เช่น สรุปธุรกิจ 1 หน้า + สเตทเมนต์ 6–12 เดือน + ตารางประมาณการเงินสดแบบ conservative
ศึกษาวิธีเตรียมเอกสารให้พร้อม → เช็กลิสต์เอกสาร
บทความเพิ่มเติม → กิจการคุณเหมาะกับสินเชื่อไม่มีหลักประกันหรือไม่?
เพื่อประเมิน วงเงิน สินเชื่อธุรกิจ sme ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบบเร็ว ๆ สามารถใช้หลักคิดเดียวกับที่ธนาคารนิยมใช้ คือ “เริ่มจากค่างวดที่จ่ายไหว” แล้วค่อยถอยกลับไปเป็นวงเงิน
รายได้สุทธิในที่นี้ควรหมายถึงเงินที่เหลือหลังค่าใช้จ่ายจำเป็นของกิจการแล้ว (ไม่ใช่ยอดขาย)
แนะนำให้ใช้ค่าเฉลี่ย 6–12 เดือน และทำแบบ conservative (เผื่อยอดตก)
ธนาคารแต่ละแห่งมีเกณฑ์ไม่เท่ากัน แต่แนวคิดคือ “ค่างวดรวมต่อเดือนไม่ควรกินรายได้สุทธิจนเกินไป” เพื่อให้กิจการยังมีเงินหมุนเป็นทุนสำรอง
วงเงินกู้สูงสุดโดยประมาณ ≈ ค่างวดที่รับได้/เดือน × ตัวคูณตามระยะเวลากู้และอัตราดอกเบี้ย
หมายเหตุสำคัญ: สูตรนี้เป็น “การประเมินเบื้องต้น” เท่านั้น วงเงินจริงขึ้นกับอัตราดอกเบี้ยจริง เงื่อนไขสัญญา และความเสี่ยงของประเภทธุรกิจ
สมมติว่า
รายได้สุทธิต่อเดือน = 50,000 บาท
ตั้งเป้าค่างวดรวมไม่เกิน 50% ของรายได้สุทธิ (เพื่อยังมีเงินหมุน)
ค่างวดที่รับได้ = 25,000 บาท/เดือน
ระยะเวลากู้ = 5 ปี (60 งวด)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย (สมมติ) = 7% ต่อปี
โดยทั่วไป ค่างวด 25,000 บาท/เดือน ที่ 60 งวด (ดอกเบี้ยระดับกลาง) จะเทียบได้กับวงเงินราว 1.25–1.30 ล้านบาท (เป็นกรอบประมาณการ)
สิ่งที่ควรทำเพิ่มเพื่อให้ตัวเลขนี้ “น่าเชื่อ” ในสายตาธนาคาร
ทำตารางกระแสเงินสด 12 เดือน (Base case) และเผื่อ (Stress case)
สรุปภาระหนี้เดิมทั้งหมด (ถ้ามี) เพื่อให้เห็นภาพ DSR/DSCR จริง
แนบเหตุผลการใช้เงินกู้ที่ชัด (ซื้อเครื่องจักร/ทำการตลาด/ขยายกำลังผลิต ฯลฯ) เพื่อให้เข้าใจว่าเงินกู้ “สร้างรายได้เพิ่ม” ไม่ใช่แค่ “ประคองหนี้”
แม้คำนวณแล้วได้กรอบวงเงิน แต่ธนาคารจะปรับเพิ่ม/ลดตามปัจจัยเสี่ยง เช่น
อายุธุรกิจ: ธุรกิจที่เดินบัญชีสม่ำเสมอและมีประวัติยาว มักได้มุมมองบวกกว่า
ความผันผวนของรายได้: รายได้แกว่งมาก → วงเงินมักถูกกดลงเพื่อคุมความเสี่ยง
ประเภทธุรกิจ/ความเสี่ยงอุตสาหกรรม: บางกลุ่มมีความเสี่ยงวัฏจักรสูง
นโยบายสินเชื่อของแต่ละธนาคาร และภาวะตลาดสินเชื่อโดยรวม
คุณภาพเอกสารและความชัดของเงินเข้า-ออก: กรณี “เอกสารไม่เล่าเรื่องเดียวกัน” มักทำให้กระบวนการช้าลงมากกว่าที่คิด
หัวข้อนี้เป็นส่วนที่ช่วยให้บทความติดอันดับได้ดีขึ้น เพราะตอบ “Intent” ของคนค้นหาในปี 2569 ว่า แหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ มีทางเลือกอะไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสถานการณ์จริง
เหมาะเมื่อ
ธุรกิจมีรายได้เข้าบัญชีชัด สม่ำเสมอ
เจ้าของกิจการมีวินัยเครดิตดี และหนี้เดิมไม่ตึง
ต้องการวงเงินระดับ “พอดีกับกระแสเงินสด” (เช่น OD/Working Capital)
ข้อสังเกต: แม้ไม่ใช้หลักทรัพย์ แต่ธนาคารจะ “เข้ม” กับกระแสเงินสดและ DSR/DSCR มากเป็นพิเศษ
เหมาะเมื่อ
ธุรกิจมีศักยภาพ แต่ “หลักประกันไม่พอ” หรืออยากเพิ่มโอกาสอนุมัติ/เพิ่มวงเงิน
ต้องการให้ธนาคารรับความเสี่ยงน้อยลงเพื่ออนุมัติได้ง่ายขึ้น
ในทางปฏิบัติ บสย. มีโครงการค้ำประกันสินเชื่อ (เช่น PGS ระยะที่ 11) และมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมค้ำประกันตามกรอบที่ประกาศไว้
ข้อสังเกตเชิงกลยุทธ์: หากใช้ บสย. ค้ำ ควร “คิดต้นทุนรวม” (ดอกเบี้ย + ค่าธรรมเนียมค้ำ) เทียบกับประโยชน์ที่ได้จากวงเงิน/โอกาสอนุมัติที่สูงขึ้น
เหมาะเมื่อ
ต้องการวงเงินเร็ว วงเงินไม่ใหญ่มาก หรือเป็น “สะพาน” ระยะสั้น
ธุรกิจมีข้อมูลดิจิทัลที่พิสูจน์ได้ (ยอดขายออนไลน์/ข้อมูลธุรกรรม/การชำระเงินผ่านแพลตฟอร์ม)
ธปท. มีหน้ารวมข้อมูลด้านนวัตกรรมการเงิน/ฟินเทค ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาดิจิทัลไฟแนนซ์ในไทย
ข้อควรระวัง: เงื่อนไขดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมอาจสูงกว่า และสัญญามักมีรายละเอียดมาก ควรอ่าน EIR/ค่าปรับ/ค่าบริการให้ครบ โดยเฉพาะหากกำลังชั่งใจระหว่าง “สินเชื่อเงินด่วน” กับ “กู้เงินด่วน” ที่ต้นทุนรวมอาจสูงกว่าสินเชื่อธุรกิจปกติ
สรุปสั้น (เลือกให้ตรงโจทย์):
“บัญชีดี กระแสเงินสดชัด” → ไปทาง สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
“ธุรกิจดี แต่หลักประกันไม่พอ/อยากเพิ่มโอกาส” → พิจารณา บสย.ค้ำ
“ต้องการเร็ว วงเงินสั้น/ใช้เป็นสะพาน” → ฟินเทค/ออนไลน์ (แต่ต้องคุมต้นทุนรวม)
เมื่อคุณรู้เพดานวงเงินที่ “มีโอกาสได้จริง” การยื่น สินเชื่อsmeไม่มีหลักทรัพย์ 2569 จะมีความเป็นระบบมากขึ้น เพราะคุณจะ
ขอวงเงิน “สัมพันธ์กับค่างวด” และกระแสเงินสด
เตรียมเอกสารสนับสนุนได้ตรงจุด (statement, cash flow, ภาระหนี้, แผนใช้เงิน)
ลดความเสี่ยงจากการต้องหันไปใช้ สินเชื่อเงินด่วน หรือ กู้เงินด่วน เพราะคุมโครงสร้างเงินทุนตั้งแต่ต้น
แก่นของการขอ สินเชื่อธุรกิจsmeไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ในปี 2569 คือ “ขอวงเงินให้พอดี” โดยเริ่มจากค่างวดที่จ่ายไหว แล้วถอยกลับไปหาวงเงินกู้ที่เหมาะสม พร้อมจัดเอกสารให้ธนาคารอ่านแล้วเห็นภาพกระแสเงินสดชัดเจนภายใต้สภาพตลาดสินเชื่อที่ยังคุมความเสี่ยง
หากคุณต้องการ “แนวทางเต็มรูปแบบ” ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงเช็กลิสต์ที่ช่วยให้ผู้เริ่มต้นผ่านไวขึ้น แนะนำให้อ่านบทความหลักของ Easycashflows (หัวข้อเดียวกันแบบละเอียด) เพื่อใช้เป็นคู่มือก่อนยื่นจริง
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn
ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management