เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
ปรับปรุงเนื้อหาล่าสุด: 31 สิงหาคม 2569
ตรวจสอบข้อมูลผลิตภัณฑ์: 31 สิงหาคม 2569
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว บางผลิตภัณฑ์ให้เงินก้อนแล้วผ่อนเป็นงวด บางแห่งเป็นวงเงินหมุนเวียน ขณะที่บางผลิตภัณฑ์ใช้ยอดขาย Invoice หรือ PO เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา
การเลือกก่อนสมัครจึงไม่ควรดูเพียงว่า “ธนาคารไหนให้วงเงินสูง” หรือ “ดอกเบี้ยเริ่มต้นเท่าไร” แต่ต้องเปรียบเทียบวงเงินจริงที่มีโอกาสได้รับ เงินสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียม ค่างวด เงื่อนไขผู้ค้ำ ความยืดหยุ่น และความเหมาะสมกับรอบเงินสดของกิจการ
บทความนี้รวบรวมข้อมูลผลิตภัณฑ์จากหน้าอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการคัดเลือก ไม่ใช่การจัดอันดับหรือรับรองว่าผลิตภัณฑ์ใดดีที่สุด เพราะอัตราดอกเบี้ย วงเงินและผลอนุมัติจริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของแต่ละกิจการ
หากยังไม่เข้าใจภาพรวมว่าผู้ให้สินเชื่อพิจารณาอะไร สามารถเริ่มจาก คู่มือสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก่อน แล้วจึงกลับมาใช้ตารางในบทความนี้เปรียบเทียบทางเลือกที่เหมาะกับกิจการ
ก่อนเลือกผู้ให้สินเชื่อ ให้หาคำตอบอย่างน้อย 7 ข้อ
กิจการมีคุณสมบัติตรงกับเกณฑ์พื้นฐานหรือไม่
ต้องการเงินก้อน วงเงินหมุนเวียน หรือเงินตาม Invoice/PO
วงเงินที่ต้องการสัมพันธ์กับรายได้และ Cash Gap จริงหรือไม่
เงินสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมเหลือเท่าไร
ค่างวดใหม่รวมกับหนี้เดิมแล้วกิจการยังจ่ายไหวหรือไม่
ต้องมีกรรมการ บุคคล หรือ บสย.ค้ำประกันหรือไม่
มีค่าปิดก่อนกำหนด Covenant หรือเงื่อนไขผูกพันอะไรบ้าง
อย่าเลือกจาก “วงเงินสูงสุด” เพราะผู้สมัครไม่ได้รับวงเงินสูงสุดทุกคน และอย่าเลือกจาก “ดอกเบี้ยเริ่มต้น” จนกว่าจะทราบอัตราที่กิจการได้รับจริง
คำว่า “ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน” หมายถึงผู้กู้ไม่ต้องนำบ้าน ที่ดิน อาคาร เงินฝาก หรือทรัพย์สินอื่นไปจำนองหรือวางเป็นหลักประกันโดยตรง แต่ไม่ได้หมายความว่าสินเชื่อทุกผลิตภัณฑ์จะไม่มีผู้ค้ำประกัน
ผู้ประกอบการควรอ่าน ความรับผิดของผู้ค้ำประกันสินเชื่อ SME และตรวจสัญญาจริงก่อนลงนาม ไม่ควรสรุปจากข้อความโฆษณาว่า “ไม่ใช้หลักทรัพย์” เพียงอย่างเดียว
การเปรียบเทียบที่ดีควรเริ่มจาก “ธุรกิจต้องใช้เงินแบบใด” แล้วจึงเลือกผู้ให้บริการ
เป็นเงินก้อนและผ่อนคืนตามงวด เหมาะกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดจำนวนและระยะคืนทุนได้ เช่น ซื้ออุปกรณ์ ปรับปรุงกิจการหรือเสริมเงินหมุนเวียนระยะกลาง
ต้องเปรียบเทียบค่างวด ระยะเวลาผ่อน ดอกเบี้ยรวม ค่าปิดก่อนกำหนด และความสามารถในการผ่อนช่วงยอดขายตก
เหมาะกับกิจการที่มีรายจ่ายถี่และเงินเข้าเป็นรอบ สามารถเบิกและคืนตามกระแสเงินสดได้ แต่ไม่ควรใช้เต็มวงเงินค้างไว้นานโดยไม่มีแผนลดเงินต้น
ควรถามค่าธรรมเนียมต่ออายุ ค่ารักษาวงเงิน ดอกเบี้ยเมื่อใช้จริง และเงื่อนไขยอดเดินบัญชีขั้นต่ำ
เหมาะกับธุรกิจที่ส่งมอบงานแล้ว มี Invoice หรือใบวางบิล แต่ต้องรอลูกค้าชำระตามเครดิตเทอม จุดสำคัญคือคุณภาพลูกหนี้ สัดส่วนเงินล่วงหน้า ค่าธรรมเนียมและกรณีลูกหนี้ไม่ชำระ
เหมาะกับกิจการที่มีใบสั่งซื้อแล้ว แต่ยังขาดเงินซื้อวัตถุดิบหรือจ่ายซัพพลายเออร์ ต้องตรวจว่าผู้ให้สินเชื่อจ่ายเงินให้ใคร เบิกได้กี่เปอร์เซ็นต์ และต้องคืนเมื่อใด
เหมาะกับร้านค้าที่รับเงินผ่าน QR, POS, EDC หรือแพลตฟอร์มออนไลน์เป็นประจำ ต้องเปรียบเทียบยอดขายรวมกับเงินรับสุทธิหลังหัก GP ค่าคอมมิชชัน Refund และค่าโฆษณา
ดอกเบี้ยไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด ผู้ประกอบการควรคำนวณอย่างน้อยสามตัวเลข
เงินที่ได้รับสุทธิ
เงินสุทธิ = เงินที่เบิกจริง − ค่าธรรมเนียมจัดสินเชื่อ − ค่าอากร − ค่าค้ำประกัน − ค่าใช้จ่ายที่หักล่วงหน้า
เงินที่ต้องจ่ายรวม
เงินจ่ายรวม = ผลรวมค่างวดทั้งหมด + ค่าธรรมเนียมเริ่มต้น + ค่าธรรมเนียมรายปี + ค่าค้ำประกัน + ค่าใช้จ่ายอื่น
ต้นทุนเทียบกับเงินที่ใช้ได้จริง
อย่าใช้วงเงินอนุมัติเป็นฐานเพียงอย่างเดียว เพราะกิจการอาจได้รับเงินเข้าบัญชีน้อยกว่าวงเงินหลังหักค่าธรรมเนียม
สมมติกู้ 2,000,000 บาท ระยะเวลา 60 เดือน อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 14% ต่อปีแบบลดต้นลดดอก
ค่างวดโดยประมาณ 46,500 บาทต่อเดือน
ยอดผ่อนรวมประมาณ 2.79 ล้านบาท
ค่าธรรมเนียมจัดสินเชื่อ 1% เท่ากับ 20,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ 0.05% เท่ากับ 1,000 บาท
เงินสุทธิหลังหักสองรายการเหลือประมาณ 1,979,000 บาท
ดังนั้น แม้วงเงินในสัญญาจะเป็น 2 ล้านบาท แต่เงินที่กิจการนำไปใช้ได้จริงอาจต่ำกว่านั้น ขณะที่ภาระผ่อนยังคำนวณจากเงินต้นตามสัญญา
ตัวอย่างนี้เป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเสนอสินเชื่อจริง และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าค้ำประกันหรือค่าปิดก่อนกำหนด
สามารถใช้ เครื่องคำนวณสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ และอ่านวิธีพิจารณา อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง EIR เพื่อเปรียบเทียบข้อเสนอที่มีวิธีคิดต้นทุนต่างกัน
ก่อนสมัครควรทำ Stress Test อย่างน้อยหนึ่งกรณี เช่น สมมติว่ายอดขายลดลง 20–30% ต่อเนื่อง 3–6 เดือน แล้วตรวจว่ากิจการยังสามารถชำระหนี้เดิมและค่างวดใหม่ได้หรือไม่
ควรคำนวณจากเงินสดหลังหักค่าใช้จ่ายจริง ไม่ใช่ใช้ยอดขายรวมเพียงอย่างเดียว โดยพิจารณา:
เงินรับสุทธิเฉลี่ยต่อเดือน
ค่าใช้จ่ายประจำ
เงินซื้อสินค้าและวัตถุดิบ
ภาษี
หนี้เดิมของกิจการและกรรมการ
ค่างวดสินเชื่อใหม่
เงินสำรองฉุกเฉินหลังผ่อน
สามารถใช้ เครื่องมือเปรียบเทียบค่างวดกับกระแสเงินสด เพื่อดูว่าค่างวดใหม่เริ่มกดดันสภาพคล่องหรือไม่
สินเชื่อบางข้อเสนออาจมีดอกเบี้ยน่าสนใจ แต่มีข้อกำหนดที่ทำให้กิจการขาดความยืดหยุ่น เช่น
ต้องเดินบัญชีผ่านธนาคารตามยอดขั้นต่ำ
ต้องรักษายอดเงินฝากเฉลี่ย
ต้องส่งงบการเงินหรือรายงานเป็นระยะ
ต้องรักษา DSCR หรืออัตราส่วนทางการเงินตามเกณฑ์
จำกัดการก่อหนี้เพิ่ม
จำกัดการจ่ายเงินปันผล
ต้องแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหรือกรรมการ
มีค่าธรรมเนียมเมื่อไม่ใช้วงเงินหรือเบิกไม่ครบ
มีค่าต่ออายุวงเงินรายปี
ผู้ให้สินเชื่อสามารถทบทวนหรือลดวงเงินตามเงื่อนไข
ควรถามให้ชัดว่าเงื่อนไขใดเป็นเพียงข้อกำหนดประกอบ และเงื่อนไขใดถือเป็นเหตุผิดสัญญาหรือทำให้ผู้ให้สินเชื่อเรียกชำระเงินได้
เครื่องมือนี้ช่วยเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อจากเงินสุทธิ ต้นทุน ภาระรายเดือน กระแสเงินสด ระยะเวลารอเงิน และเงื่อนไขการค้ำ เพื่อให้เห็นจุดเด่นและความเสี่ยงของแต่ละข้อเสนอในตารางเดียวกัน
ผลลัพธ์คำนวณจากข้อมูลที่ผู้ใช้กรอก เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้น ไม่ใช่คะแนนเครดิตหรือการรับรองผลอนุมัติ ควรตรวจสอบรายละเอียดจากหนังสืออนุมัติและสัญญาจริงก่อนตัดสินใจ
เขียนให้ชัดว่าต้องการใช้เงินทำอะไร ใช้เมื่อใด จำนวนเท่าไร และเงินที่จะนำมาชำระกลับมาจากแหล่งใด
แยกให้ออกว่าควรใช้ Term Loan, OD, Factoring, PO Financing หรือสินเชื่อจากยอดขาย อย่าใช้เงินก้อนระยะยาวแก้ปัญหาที่เกิดเพียง 30–60 วันโดยไม่จำเป็น
เปรียบเทียบอายุธุรกิจ รายได้ รูปแบบการจดทะเบียน ช่องทางรับเงิน ประวัติค้างชำระ และเอกสารที่ผลิตภัณฑ์กำหนด
ใช้ข้อมูลรายได้และกระแสเงินสดจริงในการกำหนดวงเงิน สามารถอ่าน วิธีประเมินวงเงินสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ เพิ่มเติม
ตรวจว่ารายได้ในงบ ภาษี Statement และรายงานยอดขายสอดคล้องกัน หากมีเงินเข้าหลายบัญชี ควรทำตารางสรุปให้ตรวจสอบแหล่งที่มาได้
อ่าน เช็กลิสต์เอกสารขอสินเชื่อ SME และ วิธีที่ผู้ให้สินเชื่อพิจารณา Statement ก่อนยื่น
ขออัตราดอกเบี้ย สูตรดอกเบี้ย ค่างวด ค่าธรรมเนียม ผู้ค้ำ Covenant และเงื่อนไขปิดก่อนกำหนด อย่าตัดสินใจจากคำอธิบายทางโทรศัพท์เพียงอย่างเดียว
นำข้อเสนอทั้งหมดมาใส่ตารางเดียวกัน ตรวจเงินสุทธิ ภาระรวมและความเสี่ยงของผู้ค้ำ แล้วจึงเลือกข้อเสนอที่เข้ากับกระแสเงินสดของกิจการ
รายละเอียดแตกต่างตามผลิตภัณฑ์ แต่โดยทั่วไปควรเตรียม:
บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านผู้สมัคร กรรมการและผู้ค้ำ
หนังสือรับรองนิติบุคคล
บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
หนังสือบริคณห์สนธิหรือเอกสารจัดตั้ง
งบการเงินย้อนหลังตามจำนวนปีที่กำหนด
Statement บัญชีธุรกิจย้อนหลัง 6–12 เดือน
ภ.พ.30 ภ.ง.ด.50 และเอกสารภาษีที่เกี่ยวข้อง
รายงานยอดขาย
Invoice, PO, สัญญางานหรือใบวางบิล
รายการภาระหนี้เดิม
แผนการใช้วงเงิน
ประมาณการเงินสดหลังได้รับวงเงิน
คำอธิบายรายการเงินเข้าหรือรายการผิดปกติที่มีนัยสำคัญ
วงเงินที่มีโอกาสได้รับจริงประมาณเท่าไร
เงินสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายจะเข้าบัญชีเท่าไร
ดอกเบี้ยเป็นแบบคงที่หรือลอยตัว
หากเป็นดอกเบี้ยลอยตัว ใช้อัตราอ้างอิงตัวใด
Effective Rate หรือต้นทุนที่แท้จริงเท่าไร
ค่างวดต่อเดือนและยอดชำระรวมประมาณเท่าไร
มี Front-end fee อากรหรือค่าธรรมเนียมรายปีหรือไม่
ต้องมีกรรมการ บุคคล หรือ บสย.ค้ำหรือไม่
ผู้ค้ำรับผิดเต็มวงเงินหรือจำกัดวงเงิน
มีค่าปิดก่อนกำหนดหรือค่าชำระเกินค่างวดหรือไม่
มีค่าธรรมเนียมเมื่อไม่เบิกหรือใช้วงเงินไม่ครบหรือไม่
ต้องรักษายอดเงินฝากหรือเดินบัญชีขั้นต่ำหรือไม่
มี Covenant เช่น DSCR การก่อหนี้เพิ่มหรือการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นหรือไม่
หากอนุมัติไม่เต็มวงเงิน สามารถปรับแผนหรือประเภทวงเงินได้หรือไม่
ข้อเสนอมีอายุถึงวันใด และต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมอะไรอีก
อย่ารีบรับวงเงินเพียงเพราะผ่านอนุมัติ ให้กลับไปตรวจว่าเงินสุทธิพอทำตามวัตถุประสงค์หรือไม่
ทางเลือกที่พิจารณาได้ ได้แก่:
ลดขนาดโครงการให้สัมพันธ์กับวงเงิน
แบ่งการลงทุนเป็นหลายระยะ
ใช้ Factoring เฉพาะ Invoice ที่จำเป็น
ใช้ PO Financing เฉพาะคำสั่งซื้อที่สร้างรายได้ชัดเจน
แยกเงินลงทุนระยะยาวออกจากเงินทุนหมุนเวียน
ต่อรองระยะเวลาผ่อนให้เข้ากับกระแสเงินสด
ขอทบทวนวงเงินด้วยเอกสารรายได้เพิ่มเติม
เลื่อนการลงทุนหากวงเงินที่ได้ทำให้เงินสดสำรองไม่เพียงพอ
ไม่ควรนำสินเชื่อหลายก้อนที่มีต้นทุนสูงมารวมกันโดยไม่คำนวณภาระทั้งหมด เพราะอาจทำให้ค่างวดรวมสูงกว่าความสามารถชำระหนี้ของกิจการ
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกกิจการ ควรเลือกจากคุณสมบัติที่ผ่าน ประเภทวงเงิน เงินสุทธิ ค่างวด ต้นทุนรวม ผู้ค้ำและความเหมาะสมกับรอบเงินสด ไม่ควรเลือกจากวงเงินสูงสุดหรือดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียงอย่างเดียว
ไม่ใช่ บางผลิตภัณฑ์ไม่ใช้บ้านหรือที่ดิน แต่ยังกำหนดให้กรรมการ ผู้ถือหุ้น บุคคล หรือ บสย.ค้ำประกัน ต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์และสัญญาจริง
ผู้กู้ยังมีหน้าที่ชำระหนี้ตามสัญญา การค้ำของ บสย.เป็นกลไกช่วยลดความเสี่ยงให้ผู้ให้สินเชื่อตามเงื่อนไขโครงการ ไม่ใช่การยกหนี้ให้ผู้กู้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อ SME
ไม่ใช่ อัตราเริ่มต้นมักเป็นอัตราต่ำสุดภายใต้คุณสมบัติและเงื่อนไขที่กำหนด อัตราจริงขึ้นอยู่กับข้อมูลกิจการ เครดิต ภาระหนี้ รายได้และการประเมินความเสี่ยง
ควรคัดกรองให้เหลือผลิตภัณฑ์ที่คุณสมบัติใกล้เคียงก่อน และสอบถามขั้นตอนตรวจเครดิตของแต่ละแห่ง การยื่นโดยไม่คัดเลือกอาจทำให้เสียเวลา เตรียมเอกสารหลายชุดและควบคุมข้อเสนอได้ยาก
หากไม่เร่งใช้เงิน ควรจัดรายได้ให้ตรวจสอบได้ แยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัว และอธิบายรายการสำคัญก่อนสมัคร หากเคยยื่นแล้วไม่ได้รับอนุมัติ สามารถอ่าน สาเหตุที่สินเชื่อ SME ไม่ผ่าน เพื่อหาจุดที่ควรปรับก่อนยื่นใหม่
มีในบางผลิตภัณฑ์ แต่ระยะเวลาที่ยาวขึ้นไม่ได้แปลว่าต้นทุนต่ำลงเสมอไป แม้ค่างวดต่อเดือนลดลง ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาอาจสูงขึ้น จึงต้องเปรียบเทียบทั้งค่างวดและยอดชำระรวม
การเปรียบเทียบสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ควรเริ่มจากความต้องการเงินและรอบเงินสดของกิจการ แล้วจึงพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่คุณสมบัติใกล้เคียง
ก่อนตัดสินใจควรตรวจพร้อมกันทั้ง:
วงเงินที่คาดว่าจะได้รับ
เงินสุทธิหลังหักค่าใช้จ่าย
อัตราดอกเบี้ยและวิธีคิด
ค่างวดและยอดชำระรวม
ค่าธรรมเนียมทุกประเภท
ผู้ค้ำและขอบเขตความรับผิด
Covenant และเงื่อนไขผูกพัน
ความยืดหยุ่นเมื่อรายได้ลดลง
แผนสำรองหากได้รับวงเงินไม่เต็มจำนวน
ข้อเสนอที่เหมาะสมไม่ใช่ข้อเสนอที่ให้วงเงินสูงที่สุดเสมอไป แต่ควรเป็นวงเงินที่ช่วยแก้ปัญหาของกิจการได้จริง และยังเหลือกระแสเงินสดเพียงพอสำหรับดำเนินธุรกิจหลังชำระหนี้
หากต้องการตรวจประเภทวงเงิน เอกสารและความพร้อมเบื้องต้นก่อนติดต่อผู้ให้สินเชื่อ สามารถ ติดต่อ EasyCashflows เพื่อสอบถามแนวทางการเตรียมข้อมูลได้
หมายเหตุ: ข้อมูลผลิตภัณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจตารางเปิดเผยข้อมูลผลิตภัณฑ์ อัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม เงื่อนไขผู้ค้ำและข้อเสนอฉบับล่าสุดจากผู้ให้สินเชื่อก่อนสมัครหรือทำสัญญา บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำรับรองผลอนุมัติหรือคำแนะนำให้เลือกผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง
หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจควรเลือกสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์แบบใด สามารถอ่าน สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2569 หรือเริ่มจากการ ปรึกษาสินเชื่อก่อนยื่นกู้ เพื่อประเมินความพร้อมของ Statement ภาระหนี้ วัตถุประสงค์ใช้เงิน และประเภทวงเงินที่เหมาะกับกิจการ
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา