เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 24 กรกฏาคม 2569
เมื่อต้องการขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เจ้าของกิจการจำนวนมากมักเข้าใจว่า ผู้ให้สินเชื่อจะพิจารณาจากยอดเงินเข้าใน Statement เป็นหลัก หากมีรายได้สูงและเงินเดินต่อเนื่องก็น่าจะได้รับวงเงินตามที่ต้องการ
แต่จากมุมงานที่ปรึกษาสินเชื่อ ดิฉันพบว่า การประเมินไม่ได้จบแค่ว่า “มีเงินเข้าเท่าไร” ผู้พิจารณาจะไล่ดูต่อว่าเงินนั้นมาจากลูกค้าจริงหรือไม่ เกิดขึ้นสม่ำเสมอเพียงใด หลังหักต้นทุนและภาระเดิมแล้วเหลือเงินสดเท่าไร รวมถึงวงเงินใหม่จะนำไปใช้อะไรและคืนจากรายรับส่วนใด
ดังนั้น เมื่อไม่มีบ้าน ที่ดิน หรืออาคารมาช่วยรองรับความเสี่ยง ธุรกิจต้องใช้ คุณภาพของข้อมูลทางการเงิน ทำหน้าที่แทนหลักทรัพย์ให้มากขึ้น
บทความนี้จะไม่ลงรายละเอียดเรื่องผลิตภัณฑ์และเอกสารทุกประเภทซ้ำกับหน้าอื่น แต่จะเจาะเฉพาะว่า ผู้ให้สินเชื่ออ่านธุรกิจอย่างไร เหตุใดกิจการที่ยอดขายใกล้กันจึงอาจได้รับการประเมินต่างกัน และจุดใดทำให้วงเงินที่ขอถูกปรับลดลง
สำหรับภาพรวมประเภทสินเชื่อ คุณสมบัติ ขั้นตอน และข้อควรระวัง อ่านได้ที่ คู่มือสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
หมายเหตุ: ตัวอย่างต่อไปนี้ปรับตัวเลขและรายละเอียดบางส่วนเพื่อรักษาความลับของกิจการ แต่คงรูปแบบปัญหา วิธีตรวจข้อมูล และข้อสังเกตที่พบจากการจัดเคสสินเชื่อ ไม่ใช่การรับประกันผลอนุมัติหรือเกณฑ์ตายตัวของผู้ให้สินเชื่อทุกแห่ง
หลักทรัพย์ช่วยให้ผู้ให้สินเชื่อมีแหล่งรองรับหากผู้กู้ไม่สามารถชำระได้ แต่เมื่อไม่มีทรัพย์สินดังกล่าว ผู้พิจารณาจะให้น้ำหนักกับความสามารถของกิจการในการสร้างและรักษากระแสเงินสดมากขึ้น
วิธีที่ดิฉันใช้ตรวจความพร้อมเบื้องต้นคือแยกการประเมินออกเป็น 7 ชั้น
ตรวจจากสถานที่ประกอบกิจการ รูปแบบการขาย ลูกค้า ซัพพลายเออร์ ใบอนุญาต สัญญา และเส้นทางของรายได้ ไม่ได้ดูเพียงวันที่จดทะเบียนบริษัท
กิจการอาจเปิดมาหลายปีแต่แทบไม่มีรายการดำเนินงาน หรือเพิ่งจดทะเบียนไม่นานแต่มีร้านเดิม ลูกค้าเดิม และรายได้ที่ตรวจสอบได้ สองกรณีนี้จึงไม่ควรถูกอ่านจากอายุนิติบุคคลเพียงตัวเลขเดียว
ผู้พิจารณาต้องเชื่อมยอดขายกับหลักฐาน เช่น POS, QR Payment, Marketplace, Invoice, ใบวางบิล หรือสัญญางาน แล้วจึงเทียบกับเงินที่เข้าบัญชีจริง
ยอดขายที่เจ้าของแจ้งด้วยวาจา แต่ไม่มีเอกสารหรือเส้นทางเงินรองรับ จะมีน้ำหนักน้อยกว่ารายได้ที่อาจไม่สูงมากแต่ตรวจย้อนกลับได้ครบ
เงินเข้า 2 ล้านบาทต่อเดือนไม่ได้หมายความว่าเป็นรายได้จากลูกค้าทั้งหมด เพราะอาจประกอบด้วยเงินโอนระหว่างบัญชี เงินที่กรรมการเติมเข้าบริษัท เงินกู้ยืม หรือรายรับครั้งเดียว
จุดนี้เป็นสิ่งที่ดิฉันพบอยู่บ่อย เมื่อรวมยอด Statement ครั้งแรกตัวเลขดูสูง แต่หลังตัดรายการที่ไม่ใช่ยอดขายออก รายได้จริงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผู้ให้สินเชื่อไม่ได้ให้วงเงินจากยอดขายโดยตรง แต่ต้องดูว่าหลังหักต้นทุน ค่าแรง ค่าเช่า ภาษี ค่าใช้จ่ายประจำ และหนี้เดิมแล้ว ยังมีเงินสดรองรับภาระใหม่เพียงใด
การซื้อเครื่องจักร การเติมสต๊อก และการรอเก็บ Invoice เป็นปัญหาคนละประเภท แม้จะเรียกรวมว่า “ต้องการเสริมสภาพคล่อง” เหมือนกัน
แม้ยื่นในนามบริษัท ผู้ให้สินเชื่ออาจตรวจเครดิตและภาระส่วนตัวของกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือผู้ค้ำตามโครงสร้างผลิตภัณฑ์ด้วย
เคสที่ดูดีในเดือนยอดขายสูงอาจตึงทันทีเมื่อรายได้ลดลงเพียง 15–20% ดิฉันจึงไม่ใช้เดือนดีที่สุดเป็นตัวแทน แต่จะดูเดือนปกติและเดือนที่เงินสดต่ำที่สุดประกอบกัน
เอกสารจำนวนมากไม่ได้ช่วยเสมอไป หากไม่สามารถเชื่อมโยงกันได้ วิธีที่ดิฉันใช้จัดข้อมูลคือแบ่งหลักฐานออกเป็น 4 ชั้น โดยแต่ละชั้นต้องตอบคำถามคนละเรื่อง
ใช้ยืนยันว่ามีลูกค้าและความต้องการเกิดขึ้นแล้ว เช่น
รายงาน POS หรือ QR Payment
รายงานยอดขายจาก Marketplace
Invoice หรือใบกำกับภาษี
PO หรือสัญญาจ้าง
ใบเสนอราคาที่ลูกค้ายืนยันแล้ว
แต่ PO มูลค่า 2 ล้านบาทไม่ได้หมายความว่าธุรกิจมีกำไรหรือมีเงินสด 2 ล้านบาท เพราะต้องตรวจต้นทุน เงื่อนไขส่งมอบ และเครดิตเทอมต่อไป
ยอดขายกับเงินรับจริงอาจต่างกัน ผู้พิจารณาจึงต้องดูว่า
ลูกค้าชำระตรงหรือไม่
มีใบส่งของหรือใบตรวจรับครบหรือยัง
Invoice ใดเกินกำหนด
มีข้อโต้แย้งหรือคืนสินค้าหรือไม่
เงินเข้าบัญชีใดและตรงกับเอกสารใด
สิ่งที่พบในทางปฏิบัติคือ กิจการบางแห่งมีลูกหนี้การค้า 5 ล้านบาท แต่เก็บเงินตรงเวลาได้จริงเพียงประมาณครึ่งหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งยังไม่ตรวจรับหรือเกินกำหนดนาน ยอดลูกหนี้รวมจึงไม่ควรถูกมองว่ามีคุณภาพเท่ากันทั้งหมด
แม้ขายและเก็บเงินได้ กิจการต้องพิสูจน์ต่อว่าเงินไม่หมดไปกับต้นทุนและภาระเดิม โดยดูจาก
ต้นทุนสินค้าและบริการ
ค่าแรง ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายประจำ
เจ้าหนี้ที่ต้องชำระ
ภาระสินเชื่อเดิม
เงินสดที่เหลือหลังค่าใช้จ่าย
ความผันผวนของแต่ละเดือน
ตัวเลขกำไรในงบไม่ได้เท่ากับเงินที่พร้อมใช้ผ่อน เพราะกำไรอาจค้างอยู่ในลูกหนี้หรือถูกใช้ซื้อสต๊อกแล้ว
คำว่า “ใช้เสริมสภาพคล่อง” กว้างเกินไป ควรระบุเป็นเส้นทางเงินว่า
ใช้กับอะไร → ใช้กี่วัน → สร้างรายรับใด → รับเงินเมื่อไร → คืนวงเงินอย่างไร
ตัวอย่าง ขอวงเงิน 800,000 บาทเพื่อซื้อสินค้าตาม PO ควรแสดงว่าใช้ซื้อสินค้า 650,000 บาท ใช้ค่าขนส่งและค่าแรง 150,000 บาท ส่งมอบภายใน 30 วัน และรับเงินจากลูกค้าหลังตรวจรับอีก 45 วัน
ข้อมูลแบบนี้ทำให้ผู้พิจารณาเห็นทั้งจำนวนเงินและระยะเวลาที่เงินจม ไม่ใช่เห็นเพียงยอดวงเงินที่ต้องการ
Statement เป็นเอกสารสำคัญ แต่ผู้พิจารณาไม่ได้รวมรายการเงินเข้าทุกบรรทัดแล้วถือเป็นยอดขายทันที
ตัวอย่าง Statement มีเงินเข้ารวม 3,000,000 บาทต่อเดือน เมื่อตรวจรายละเอียดพบว่า
เงินจากลูกค้าจริง 2,050,000 บาท
เงินโอนระหว่างบัญชีบริษัท 500,000 บาท
เงินที่กรรมการเติมเข้าบริษัท 300,000 บาท
เงินคืนหรือรายการอื่น 150,000 บาท
รายรับจากการดำเนินธุรกิจที่ใช้วิเคราะห์จึงอาจอยู่ประมาณ 2,050,000 บาท ไม่ใช่ 3 ล้านบาท
จากเคสที่ดิฉันเคยตรวจ เจ้าของกิจการรู้สึกว่าการตัดรายการเหล่านี้ออกทำให้ธุรกิจดูเล็กลง แต่ในมุมผู้พิจารณา ตัวเลขที่ต่ำกว่าแต่ตรวจย้อนกลับได้มักมีประโยชน์กว่ายอดรวมสูงที่ไม่สามารถอธิบายที่มาได้
รายการที่มักถูกถามเพิ่มเติม ได้แก่
เงินก้อนใหญ่เข้าก่อนวันยื่นไม่นาน
เงินเข้าแล้วถูกโอนออกทันที
เงินโอนวนระหว่างบริษัทกับกรรมการ
เงินฝากสดที่ไม่มีรายงานขายรองรับ
รายได้เพิ่มขึ้นผิดปกติในช่วงสั้น
เงินจากลูกค้าหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน
รายได้ที่ไม่สอดคล้องกับภาษีหรืองบการเงิน
รายละเอียดวิธีตรวจรายการเดินบัญชีสามารถอ่านต่อได้ที่ Statement ขอสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ ผู้ให้สินเชื่อพิจารณาอะไร
คำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยคือ ธุรกิจมียอดขายหลายล้านบาทต่อเดือน เหตุใดจึงไม่ได้วงเงินใกล้เคียงกับยอดขาย
สาเหตุคือยอดขายบอกขนาดกิจการ แต่ไม่ได้บอกจำนวนเงินที่เหลือสำหรับชำระหนี้
ลองดูตัวอย่าง:
ยอดขายเฉลี่ย 3,000,000 บาทต่อเดือน
ต้นทุนสินค้า 2,100,000 บาท
ค่าแรง ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายประจำ 500,000 บาท
ภาระหนี้เดิม 180,000 บาท
เงินสดสำรองสำหรับภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น 100,000 บาท
เงินที่เหลือก่อนรับภาระใหม่ประมาณ 120,000 บาทต่อเดือน แม้ยอดขายสูงถึง 3 ล้านบาท
หากกิจการขอวงเงินที่ทำให้มีค่างวดใหม่ 150,000 บาท ตัวเลขจะตึงกว่ากระแสเงินสดที่มีอยู่ ผู้ให้สินเชื่อจึงอาจลดวงเงิน ขยายระยะเวลา หรือไม่รับโครงสร้างที่เสนอ
ปัจจัยอื่นที่ทำให้ยอดขายสูงแต่ได้วงเงินต่ำ ได้แก่
ธุรกิจซื้อมาขายไปอาจมียอดขายมาก แต่เหลือส่วนต่างน้อย เมื่อดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงเล็กน้อย กำไรอาจหายไปอย่างรวดเร็ว
ยอดขายถูกบันทึกแล้วแต่เงินยังไม่เข้า ทำให้บริษัทมีกำไรบนกระดาษแต่ขาดเงินสดหมุนเวียน
เงินถูกเปลี่ยนเป็นสินค้าและค้างอยู่ในคลัง หากเป็นสินค้าที่ขายช้าหรือล้าสมัย ยอดในบัญชีอาจไม่ได้เปลี่ยนกลับเป็นเงินสดได้เต็มจำนวน
หากรายได้ 60–70% มาจากลูกค้ารายเดียว การสูญเสียลูกค้ารายนั้นอาจกระทบความสามารถชำระทันที
แม้กระแสเงินสดบริษัทดูดี แต่กรรมการหรือผู้ค้ำอาจมีหนี้ส่วนตัวหลายบัญชี ทำให้ภาพรวมความเสี่ยงสูงขึ้น
การใช้ OD ลงทุนระยะยาว หรือใช้ Term Loan แก้ช่องว่างจาก Invoice ระยะสั้น อาจทำให้โครงสร้างภาระไม่สัมพันธ์กับรายรับ
สำหรับวิธีคำนวณวงเงินจากค่างวดที่รับได้ อ่านเพิ่มเติมที่ วงเงินสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ควรขอเท่าไร
รายได้เฉลี่ยเป็นตัวเลขที่มีประโยชน์ แต่ค่าเฉลี่ยอาจซ่อนความผันผวนไว้ได้
ตัวอย่าง กิจการสองแห่งมียอดขายเฉลี่ย 1.5 ล้านบาทต่อเดือนเท่ากัน
กิจการแรก
มีลูกค้า 80–100 รายต่อเดือน
รายได้กระจายหลายช่องทาง
เดือนต่ำสุดประมาณ 1.2 ล้านบาท
เงินเข้าต่อเนื่องเกือบทุกวัน
กิจการที่สอง
ลูกค้ารายเดียวคิดเป็น 70% ของรายได้
เงินเข้าเป็นก้อนเดือนละครั้ง
เดือนที่ลูกค้าเลื่อนจ่าย รายรับลดเหลือ 500,000 บาท
ค่าใช้จ่ายประจำยังเท่าเดิม
แม้ยอดเฉลี่ยเท่ากัน แต่ความเสี่ยงไม่เท่ากัน เพราะกิจการที่สองพึ่งพาลูกค้าและวันที่รับเงินมากกว่า
จากที่ดิฉันสังเกต ผู้ประกอบการมักนำยอดขายเฉลี่ยทั้งปีมาอธิบาย แต่ไม่ได้แสดงเดือนต่ำสุดหรือสาเหตุที่รายได้แกว่ง วิธีที่ช่วยได้คือทำตาราง 12 เดือนและระบุว่า
เดือนใดต่ำหรือสูงผิดปกติ
เกิดจากฤดูกาลหรือเหตุการณ์ครั้งเดียว
ลูกค้ารายใดมีสัดส่วนสูง
รอบรับเงินเปลี่ยนไปหรือไม่
ค่าใช้จ่ายลดลงตามยอดขายหรือยังคงเดิม
ความสม่ำเสมอไม่ได้แปลว่ารายได้ต้องเท่ากันทุกเดือน แต่ผู้พิจารณาต้องเข้าใจรูปแบบและสามารถคาดการณ์ได้อย่างมีเหตุผล
คำว่า “ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน” ไม่ได้มีความหมายเดียวกับ “ไม่มีผู้ค้ำประกัน”
โครงสร้างที่พบอาจเป็น
ไม่ใช้บ้านหรือที่ดิน แต่มีกรรมการค้ำ
ใช้ผู้ถือหุ้นหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องค้ำ
ใช้กลไกค้ำประกัน เช่น บสย. ตามผลิตภัณฑ์
ไม่ใช้หลักทรัพย์และไม่ใช้บุคคลค้ำในบางผลิตภัณฑ์
ใช้สิทธิเรียกร้อง ยอดขาย หรือข้อมูลกระแสเงินสดประกอบ
การมีกรรมการค้ำไม่ได้หมายถึงการระบุบ้านหรือที่ดินชิ้นใดเป็นหลักประกันโดยตรง แต่ผู้ค้ำยังมีความรับผิดตามขอบเขตในสัญญา จึงต้องอ่านวงเงิน ระยะเวลาค้ำ และเงื่อนไขสิ้นสุดความรับผิดให้ชัด
อ่านรายละเอียดได้ที่ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่ใช้หลักประกัน แต่ใช้กรรมการค้ำ
ส่วนธุรกิจที่รายได้และกระแสเงินสดพอประเมินได้ แต่หลักประกันยังไม่เพียงพอ สามารถศึกษาบทบาทของกลไกค้ำได้ที่ บสย.ค้ำประกันสินเชื่อธุรกิจ SME
หากต้องการประเมินตนเองอย่างละเอียดก่อนส่งเอกสาร อ่านต่อได้ที่ วิธีประเมินตัวเองก่อนยื่นสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์
เพื่อให้เห็นภาพ ลองเปรียบเทียบกิจการสามแห่งที่มียอดขายเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านบาทต่อเดือนเท่ากัน
ยอดขาย 2 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นประมาณ 12%
สต๊อกหมุนช้า
มีค่างวดเดิมหลายบัญชี
เงินสดเหลือประมาณ 70,000 บาทต่อเดือน
แม้ยอดขายสูง แต่พื้นที่รองรับค่างวดใหม่ค่อนข้างจำกัด
ยอดขายประมาณ 1.8–2 ล้านบาท
กำไรขั้นต้นประมาณ 28%
ลูกค้ากระจายหลายราย
เงินเข้ารายวัน
ภาระหนี้เดิมต่ำ
เงินสดเหลือประมาณ 250,000 บาทต่อเดือน
กิจการนี้อาจมีศักยภาพรองรับภาระใหม่ได้มากกว่า แม้ยอดขายไม่ได้สูงที่สุด
ยอดขาย 2 ล้านบาท
กำไรทางบัญชีดี
ลูกค้าจ่ายเฉลี่ย 75 วัน
ต้องจ่ายซัพพลายเออร์ภายใน 20 วัน
มีช่องว่างเงินสดประมาณ 55 วัน
กิจการ C อาจไม่ได้มีปัญหาด้านความสามารถทำกำไร แต่ต้องเลือกวงเงินให้สัมพันธ์กับลูกหนี้ หากใช้ Term Loan ระยะยาวแทนวงเงินตาม Invoice อาจทำให้โครงสร้างไม่ตรงกับปัญหา
จากเคสลักษณะนี้ ดิฉันจึงไม่เริ่มจากคำถามว่า “ยอดขายเท่าไร” เพียงข้อเดียว แต่จะดูต่อว่า กำไรเปลี่ยนเป็นเงินสดเร็วเพียงใด และเงินสดส่วนใดพร้อมใช้คืนวงเงินจริง
ตัวอย่างตามประเภทธุรกิจเพิ่มเติมอ่านได้ที่ ตัวอย่างสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
การถูกลดวงเงินไม่ได้หมายความว่าธุรกิจไม่มีศักยภาพเสมอไป แต่อาจเกิดจากจำนวนที่ขอสูงกว่าเพดานในบางด้าน
ทรัพย์สินหรือยอดขายอาจสูง แต่เงินสดที่เหลือชำระรองรับวงเงินได้เพียงบางส่วน
คำขอ 3 ล้านบาทที่เขียนเพียงว่า “เสริมสภาพคล่อง” อาจถูกถามมากกว่าคำขอ 1.8 ล้านบาทที่แจกแจงรายการ ต้นทุน และวันที่เงินกลับครบ
ยอดขายเงินสดหรือรายได้เข้าบัญชีส่วนตัวอาจมีอยู่จริง แต่หากไม่มีรายงานหรือเอกสารเชื่อมโยง ผู้พิจารณาอาจไม่นำมาคำนวณเต็มจำนวน
ธุรกิจพึ่งลูกค้ารายเดียวหรือโครงการเดียว อาจถูกประเมินด้วยสมมติฐานที่ระมัดระวังมากขึ้น
กิจการที่เพิ่งเริ่มหรือมี Statement เพียงไม่กี่เดือน ยังมีข้อมูลไม่พอให้เห็นฤดูกาลและความผันผวนเต็มรอบ
วงเงิน OD บัตรเครดิตธุรกิจ รถ บ้าน หรือสินเชื่อส่วนตัวของผู้ค้ำ อาจลดพื้นที่รองรับหนี้ใหม่
แม้ธุรกิจรับค่างวดระยะยาวได้ แต่หากผลิตภัณฑ์กำหนดระยะเวลาสั้น ค่างวดต่อเดือนจะสูงขึ้นและทำให้วงเงินที่รองรับลดลง
เดือนปกติอาจผ่อนได้ แต่เมื่อจำลองยอดขายลดลงหรือเก็บเงินช้า ธุรกิจอาจไม่เหลือเงินพอรองรับภาระทั้งหมด
ทดลองคำนวณได้ที่ เครื่องคำนวณสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และ เครื่องคำนวณภาระผ่อนต่อเดือนเทียบกระแสเงินสด
การปรับข้อมูลช่วงสั้นไม่สามารถลบประวัติเดิมหรือเปลี่ยนผลประกอบการที่ผ่านมา แต่ช่วยให้ภาพปัจจุบันอ่านง่ายและลดประเด็นที่ต้องอธิบาย
กำหนดบัญชีหลักและทำตารางอธิบายหน้าที่ของบัญชีอื่น ไม่จำเป็นต้องปิดทุกบัญชีทันที
หยุดนับรายการโอนภายในเป็นยอดขาย และลดการโอนกลับไปกลับมาที่ไม่มีเหตุผลทางธุรกิจ
บันทึกเป็นเงินยืมกรรมการ เงินเพิ่มทุน หรือรายการที่ถูกต้อง พร้อมเอกสารประกอบ
แยกลูกหนี้ตามอายุและระบุว่ารายใดอยู่ระหว่างตรวจรับ มีข้อโต้แย้ง หรือมีแผนชำระแล้ว
ตรวจว่าวงเงินถูกใช้กับค่าใช้จ่ายระยะสั้นจริงหรือถูกนำไปลงทุนยาวจนไม่สามารถลดลงตามรอบรายรับ
ทำสรุปหนึ่งหน้าว่า ใช้กับอะไร จำนวนเท่าไร เงินจมกี่วัน และคืนจากรายรับใด
ใช้เดือนปกติและทดลองลดรายได้ลง 15–20% เพื่อดูว่าค่างวดยังอยู่ในระดับที่รับได้หรือไม่
รวบรวมยอดหนี้ วงเงินคงเหลือ ค่างวด วันครบกำหนด และผู้ค้ำของทุกบัญชี ไม่ควรให้ผู้พิจารณาพบภาระเพิ่มเติมภายหลัง
อ่านวิธีวิเคราะห์ความสามารถชำระเพิ่มเติมได้ที่ ยอดขายสูงแต่ DSCR–DSR ไม่ถึง ธุรกิจอาจยังรับภาระใหม่ไม่ไหว
มีผลิตภัณฑ์ที่ไม่กำหนดให้จำนองบ้านหรือที่ดิน แต่ยังต้องประเมินรายได้ กระแสเงินสด เครดิต ภาระหนี้ อายุธุรกิจ วัตถุประสงค์ และผู้ค้ำตามเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์
ไม่ทุกกรณี แต่ผลิตภัณฑ์จำนวนหนึ่งอาจกำหนดให้กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องค้ำ ขณะที่บางโครงสร้างอาจมี บสย. หรือข้อมูลกระแสเงินสดช่วยประกอบ ต้องตรวจเงื่อนไขเป็นรายผลิตภัณฑ์
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และลักษณะธุรกิจ โดยทั่วไปควรเตรียมข้อมูลให้ครอบคลุมรอบธุรกิจมากที่สุด หากรายได้มีฤดูกาล การดูเพียงช่วงสั้นอาจไม่สะท้อนเดือนต่ำและเดือนสูงอย่างครบถ้วน
อาจใช้ประกอบได้ในบางกรณี แต่ต้องแยกรายการส่วนตัวออกและเชื่อมรายได้กับเอกสารการขายให้ชัด การรวมยอดหลายบัญชีโดยไม่มีตารางอธิบายอาจทำให้ตรวจสอบได้ยาก
ไม่ควรนับเป็นยอดขาย หากเป็นเงินยืม เงินเพิ่มทุน หรือเงินเสริมสภาพคล่อง ต้องบันทึกและอธิบายตามประเภทที่แท้จริง
เพราะวงเงินไม่ได้พิจารณาจากยอดขายอย่างเดียว ต้องดูส่วนต่างกำไร เงินสดที่เหลือ ภาระเดิม คุณภาพลูกหนี้ ความสม่ำเสมอของรายได้ และค่างวดตามระยะเวลาของผลิตภัณฑ์
ต้องดูว่าเงินสดติดลบจากการลงทุน สต๊อก ลูกหนี้ หรือผลการดำเนินงาน หากปัญหาเกิดจากช่องว่างรับ–จ่ายและมีรายรับที่ชัด อาจจัดโครงสร้างวงเงินได้ต่างจากกรณีที่กิจการขาดทุนต่อเนื่อง
ไม่ควรเริ่มจากวงเงินสูงสุด ควรเริ่มจากจำนวนที่จำเป็นและค่างวดที่ธุรกิจรับได้ เพราะวงเงินที่สูงเกินรอบเงินจริงอาจเพิ่มต้นทุนและทำให้เงินสดตึงโดยไม่จำเป็น
การขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้สินเชื่อจะลดขั้นตอนการประเมิน แต่เป็นการเปลี่ยนจากการให้น้ำหนักกับทรัพย์สิน ไปสู่การตรวจคุณภาพรายได้ กระแสเงินสด เครดิต ภาระหนี้ ผู้ค้ำ และแผนชำระมากขึ้น
สิ่งสำคัญไม่ใช่การทำให้ยอดเงินเข้าดูสูงที่สุด แต่คือทำให้ตอบได้ว่า
รายได้มาจากลูกค้าจริงเท่าไร
รายได้ส่วนใดเกิดซ้ำและส่วนใดเกิดครั้งเดียว
หลังหักต้นทุนและหนี้เดิมเหลือเงินเท่าไร
ลูกหนี้และสต๊อกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เร็วเพียงใด
วงเงินใหม่ใช้กับอะไร
เงินจะกลับมาเมื่อใด
หากยอดขายลดลง ธุรกิจยังชำระได้หรือไม่
มีกรรมการ ผู้ค้ำ หรือกลไกค้ำรูปแบบใด
จากมุมงานที่ปรึกษาสินเชื่อ ธุรกิจที่อธิบายตัวเลขได้ตรงกับความเป็นจริง มักจัดโครงสร้างคำขอได้ชัดกว่าธุรกิจที่มียอดขายสูงแต่ข้อมูลแต่ละชุดไม่เชื่อมโยงกัน
สำหรับภาพรวมคุณสมบัติ ประเภทวงเงิน เอกสาร และขั้นตอน สามารถอ่านต่อได้ที่ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา