เขียนโดย : สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ
นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 14 กรกฏาคม 2569
สินเชื่อแฟรนไชส์ คือแหล่งเงินทุนสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อสิทธิ เปิดสาขาใหม่ หรือขยายสาขาของธุรกิจภายใต้ระบบแฟรนไชส์ โดยอาจอยู่ในรูปสินเชื่อระยะยาว วงเงินหมุนเวียน สินเชื่อสำหรับซื้ออุปกรณ์ หรือแพ็กเกจสินเชื่อที่ธนาคารจัดทำร่วมกับแฟรนไชส์บางแบรนด์
จุดที่ทำให้การขอสินเชื่อแฟรนไชส์แตกต่างจากการเปิดธุรกิจใหม่ด้วยตนเอง คือผู้สมัครไม่ได้มีเพียงแนวคิดว่าจะเปิดร้านอะไร แต่สามารถนำข้อมูลจากเจ้าของแฟรนไชส์หรือแฟรนไชส์ซอร์มาประกอบได้ ทั้งรูปแบบร้าน ต้นทุนลงทุน รายการอุปกรณ์ ระบบจัดซื้อ การฝึกอบรม และหนังสือรับรองการได้รับสิทธิ
แฟรนไชส์ขนาดใหญ่บางแห่งยังพิจารณาคุณสมบัติผู้ลงทุนและสำรวจทำเลก่อนอนุญาตให้เปิดสาขา การผ่านกระบวนการนี้จึงอาจทำให้แผนธุรกิจมีข้อมูลรองรับมากกว่าธุรกิจที่เริ่มต้นจากศูนย์ โดยเฉพาะกรณีที่แบรนด์มีโครงการร่วมกับธนาคารหรือมีต้นทุนมาตรฐานที่สามารถตรวจสอบได้
อย่างไรก็ตาม การได้รับสิทธิจากแบรนด์ไม่ได้หมายความว่าสินเชื่อจะผ่านโดยอัตโนมัติ ธนาคารยังต้องพิจารณาเครดิตของผู้สมัคร เงินลงทุนของตนเอง ภาระหนี้เดิม Statement ค่าเช่า และความสามารถของสาขาในการสร้างกระแสเงินสดกลับมาชำระค่างวด
ผู้ที่ยังไม่แน่ใจว่าวงเงินแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ เลือกแหล่งเงินทุนให้ตรงกับวัตถุประสงค์
ในทางปฏิบัติ คำว่า “สินเชื่อแฟรนไชส์” ไม่ได้หมายถึงผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพียงประเภทเดียว แต่ครอบคลุมการนำสินเชื่อธุรกิจหลายรูปแบบมาใช้กับโครงการแฟรนไชส์
กรณีแรกคือ แพ็กเกจสินเชื่อแฟรนไชส์เฉพาะแบรนด์ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างธนาคารกับแฟรนไชส์ซอร์ ธนาคารอาจมีข้อมูลต้นทุนลงทุน ระบบดำเนินงาน และเกณฑ์เบื้องต้นของแบรนด์อยู่แล้ว ทำให้มีกรอบประกอบการพิจารณาที่ชัดเจนขึ้น
กรณีที่สองคือ สินเชื่อธุรกิจทั่วไปสำหรับเปิดร้านแฟรนไชส์ ผู้สมัครสามารถนำสัญญาแฟรนไชส์ หนังสือรับรองสิทธิ ใบเสนอราคาก่อสร้าง และแผนกระแสเงินสดไปประกอบการขอสินเชื่อ แม้แบรนด์นั้นจะไม่ได้มีข้อตกลงโดยตรงกับธนาคารก็ตาม
ดังนั้น ผู้สมัครไม่ควรถามเพียงว่า “ธนาคารมีสินเชื่อแฟรนไชส์หรือไม่” แต่ควรถามต่อว่า เงินที่ต้องการนำไปใช้กับค่าใช้จ่ายส่วนใด ระยะเวลาคืนทุนเท่าไร และควรใช้วงเงินประเภทใดจึงจะเหมาะกับรอบเงินสดของร้าน
ข้อได้เปรียบของแฟรนไชส์ไม่ได้อยู่เพียงการใช้ชื่อแบรนด์ที่คนรู้จัก แต่เกิดจากการมีระบบซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนบางส่วนของโครงการ
ผู้ที่เปิดธุรกิจด้วยตนเองต้องจัดทำข้อมูลตั้งแต่แนวคิดสินค้า กลุ่มลูกค้า รูปแบบร้าน รายการอุปกรณ์ ระบบจัดซื้อ การฝึกอบรมพนักงาน และประมาณการยอดขาย แต่ธุรกิจแฟรนไชส์มักมีข้อมูลเหล่านี้จากเจ้าของระบบอยู่แล้ว
สิ่งที่ธนาคารอาจได้รับเพิ่มเติมจากโครงการแฟรนไชส์ ได้แก่
ต้นทุนก่อสร้างและอุปกรณ์ที่มีรายละเอียดอ้างอิง
รูปแบบร้านและมาตรฐานดำเนินงานที่กำหนดไว้
ข้อมูลค่าธรรมเนียมแรกเข้า Royalty Fee และ Marketing Fee
หนังสือรับรองว่าผู้สมัครได้รับสิทธิจริง
ผลสำรวจหรือการอนุมัติทำเลจากเจ้าของแบรนด์
แผนอบรมและระบบสนับสนุนก่อนเปิดร้าน
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้วัตถุประสงค์การใช้วงเงินตรวจสอบได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าแฟรนไชส์ซอร์จะเป็นผู้ค้ำประกันหนี้ให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์ เว้นแต่จะมีข้อตกลงเฉพาะระบุไว้
กล่าวให้ชัดเจนคือ ความแข็งแกร่งของแบรนด์ช่วยสนับสนุนความน่าเชื่อถือของโมเดลธุรกิจ แต่ไม่สามารถใช้แทนเครดิตและความสามารถชำระหนี้ของผู้สมัครได้
กระบวนการสมัครแฟรนไชส์ Café Amazon แสดงให้เห็นว่า การมีเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับสิทธิทันที ผู้สนใจต้องยื่นข้อมูลผ่านแบบฟอร์ม เข้าสู่กระบวนการคัดเลือกโดยคณะกรรมการ รอผลพิจารณา ลงนามสัญญา และเข้าอบรมก่อนเริ่มบริหารร้าน
แบบสมัครยังสอบถามทั้งข้อมูลผู้สมัคร ประสบการณ์ธุรกิจร้านกาแฟ และรายละเอียดพื้นที่เสนอเปิดร้าน จึงเป็นการพิจารณาทั้งตัวผู้ลงทุนและทำเล ไม่ใช่การขายสิทธิให้แก่ทุกคนที่มีเงินพร้อมเพียงอย่างเดียว
เอกสารข้อมูลการลงทุนของ Café Amazon ยังระบุคุณสมบัติผู้สมัคร เช่น ต้องมีความพร้อมด้านการลงทุนและบุคลากร สามารถจัดตั้งนิติบุคคลในประเทศไทย เข้าใจระบบแฟรนไชส์ และต้องผ่านการอบรมและการทดสอบตามที่กำหนด ผู้สมัครต้องแนบ Statement ย้อนหลังหรือหลักฐานเงินฝาก พร้อมข้อมูลพิกัดและภาพพื้นที่เสนอเปิดร้านด้วย
จุดที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือแบรนด์ระบุว่า ผู้สนใจควรเสนอพื้นที่ให้พิจารณาก่อน และไม่ควรทำสัญญาจองหรือสัญญาเช่าที่ผูกพันกับเจ้าของพื้นที่ก่อนจะได้รับอนุมัติสิทธิ เนื่องจากทำเลอาจไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา
สำหรับธนาคาร การที่ผู้สมัครผ่านการพิจารณาจากแบรนด์จึงอาจช่วยยืนยันได้บางส่วนว่า
ผู้สมัครมีความพร้อมด้านเงินลงทุนและการบริหารในระดับหนึ่ง
ทำเลผ่านเกณฑ์ของเจ้าของระบบแฟรนไชส์
ต้นทุนก่อสร้างและอุปกรณ์มีรายการอ้างอิง
ผู้สมัครจะได้รับการอบรมก่อนเปิดดำเนินการ
โครงการมีกรอบเวลาในการเปิดร้านที่ชัดเจน
แต่ธนาคารยังต้องนำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาร่วมกับเครดิตและฐานะการเงินของผู้สมัครอีกครั้ง
ผู้ที่กำลังพิจารณาแฟรนไชส์ร้านกาแฟ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อ SME สำหรับธุรกิจกาแฟ
กาแฟพันธุ์ไทยระบุคุณสมบัติของผู้สมัครไว้ว่าต้องมีความพร้อมด้านการลงทุน มีเวลาบริหารร้าน มีใจรักงานบริการ จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลในประเทศไทย และต้องเข้าอบรมพร้อมผ่านการทดสอบของแบรนด์
ด้านทำเล แบรนด์ให้ความสำคัญกับการอยู่ใกล้ชุมชนหรือกลุ่มเป้าหมาย การมีลูกค้าในหลายช่วงเวลา การมองเห็นร้านจากถนน ที่จอดรถ และระยะห่างจากสาขาใกล้เคียง จึงสะท้อนว่าทำเลไม่ได้ผ่านเพียงเพราะมีพื้นที่ว่างให้เช่า แต่ต้องเหมาะกับรูปแบบการขายของแบรนด์ด้วย
อินทนิลก็มีขั้นตอนรับข้อมูลผู้ลงทุนและพื้นที่ สำรวจศักยภาพของทำเล นัดสัมภาษณ์เพื่อพิจารณาความพร้อมของผู้ลงทุน ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนเซ็นสัญญา รับแบบก่อสร้าง และฝึกอบรม
ตัวอย่างเหล่านี้ช่วยยืนยันว่า ในธุรกิจแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ การได้รับสิทธิมักเกิดหลังผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน เอกสารอนุมัติจากแบรนด์จึงมีประโยชน์ต่อการจัดทำแผนสินเชื่อ แต่ยังไม่ถือเป็นคำรับรองจากธนาคารว่าจะอนุมัติวงเงิน
การพิจารณาสินเชื่อแฟรนไชส์ควรแยกออกเป็น 4 ชั้น เพราะแต่ละฝ่ายกำลังประเมินความเสี่ยงคนละด้าน
แฟรนไชส์ซอร์ต้องการทราบว่าผู้สมัครมีเงินทุน เวลา ความพร้อมด้านบุคลากร และความสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานของแบรนด์หรือไม่
ทำเลต้องเข้าถึงกลุ่มลูกค้า มองเห็นได้ง่าย มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม และไม่กระทบต่อสาขาเดิมมากเกินไป บางแบรนด์อาจกำหนดขนาดพื้นที่ จำนวนคนสัญจร หรือระยะห่างจากสาขาใกล้เคียง
ธนาคารจะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ รายได้ ภาระหนี้เดิม Statement เงินทุนที่นำมาลงเอง และความสามารถรับผิดชอบค่างวด
ผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกจากแบรนด์จึงยังอาจไม่ผ่านสินเชื่อได้ หากมีภาระหนี้สูง เงินลงทุนของตนเองไม่เพียงพอ หรือรายการเดินบัญชีไม่สามารถยืนยันแหล่งรายได้ได้
แม้ผู้สมัครเครดิตดีและแบรนด์แข็งแรง แต่หากค่าเช่าสูง ต้นทุนวัตถุดิบมาก หรือยอดขายที่ประมาณไว้สูงเกินศักยภาพของทำเล โครงการก็อาจมีเงินเหลือไม่พอชำระค่างวด
นี่คือเหตุผลที่การจัดทำ Business Plan สำหรับขอสินเชื่อธุรกิจ ยังคงจำเป็น แม้เจ้าของแฟรนไชส์จะให้ข้อมูลต้นทุนและรูปแบบร้านมาแล้วก็ตาม
สินเชื่อแฟรนไชส์บางโครงการกำหนดรายชื่อแบรนด์ที่ผ่านการคัดเลือกจากธนาคาร โดยผู้สมัครต้องมีหนังสือรับรองการได้รับสิทธิจากแฟรนไชส์ซอร์
ตัวอย่างเช่น ข้อมูลสินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์หมวดอาหารและเครื่องดื่มของธนาคารกสิกรไทยระบุว่า บางโครงการสามารถพิจารณาวงเงินได้สูงสุดตามสัดส่วนของมูลค่าการลงทุนที่แฟรนไชส์ซอร์ระบุ และสามารถจัดเป็นวงเงินกู้ระยะยาว วงเงิน OD หรือหนังสือค้ำประกันได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแบรนด์และเกณฑ์พิจารณาของธนาคาร
ธนาคารออมสินกำหนดให้สินเชื่อแฟรนไชส์เฉพาะโครงการใช้กับแบรนด์ที่มีข้อตกลงกับธนาคาร และต้องมีเอกสารอย่างหนังสือผ่านสิทธิและคำรับรองจากเจ้าของแฟรนไชส์ ส่วนแบรนด์ที่ไม่ได้อยู่ในโครงการยังสามารถยื่นสินเชื่อประเภทอื่นตามหลักเกณฑ์ปกติได้
ข้อมูลนี้ทำให้เห็นความแตกต่างสำคัญสองกรณี
กรณีแบรนด์อยู่ในโครงการของธนาคาร
ธนาคารอาจมีข้อมูลต้นทุนและเงื่อนไขของแบรนด์อยู่แล้ว จึงมีกรอบประเมินเฉพาะโครงการ
กรณีแบรนด์ไม่อยู่ในโครงการของธนาคาร
ไม่ได้หมายความว่าจะขอสินเชื่อไม่ได้ แต่ธนาคารจะพิจารณาเสมือนสินเชื่อธุรกิจทั่วไป ผู้สมัครจึงต้องเตรียมข้อมูลโมเดลธุรกิจ ต้นทุน ทำเล และกระแสเงินสดให้ละเอียดขึ้น
เงื่อนไข วงเงิน ดอกเบี้ย และรายชื่อแบรนด์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ผู้สมัครควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากธนาคารและแฟรนไชส์ซอร์ก่อนตัดสินใจ
การเลือกวงเงินควรเริ่มจากลักษณะของค่าใช้จ่าย ไม่ควรนำค่าใช้จ่ายทุกอย่างไปรวมไว้ในสินเชื่อก้อนเดียว
เหมาะกับค่าแฟรนไชส์ ค่าก่อสร้าง ค่าตกแต่ง และค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ให้ประโยชน์กับกิจการหลายปี
จุดเด่นคือผ่อนเป็นงวด ทำให้สามารถวางแผนภาระรายเดือนได้ แต่ระยะเวลาผ่อนไม่ควรยาวเกินอายุสัญญาแฟรนไชส์หรือระยะเวลาที่กิจการมีสิทธิใช้สถานที่
เหมาะกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำและมีเงินกลับเข้ามาคืน เช่น ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายช่วงที่ยอดขายยังไม่เข้าที่
OD ไม่ควรใช้ซื้ออุปกรณ์หรือจ่ายค่าตกแต่งระยะยาว เพราะวงเงินหมุนเวียนมีไว้สำหรับเบิกใช้และนำรายรับกลับมาคืน หากนำไปใช้กับสินทรัพย์ถาวร วงเงินอาจค้างเต็มและไม่มีพื้นที่เหลือสำหรับค่าใช้จ่ายประจำ
อ่านหลักการเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อ OD ไม่มีหลักประกันคืออะไร
เหมาะกับอุปกรณ์ที่ระบุรุ่น ราคา และอายุใช้งานได้ชัด เช่น เครื่องชงกาแฟ เตาอบ ตู้แช่ เครื่องครัว เครื่องซักผ้า หรืออุปกรณ์บริการเฉพาะทาง
ข้อดีคือไม่ต้องนำวงเงินหมุนเวียนไปจ่ายค่าอุปกรณ์ทั้งก้อน แต่ต้องตรวจสอบว่าผู้ให้บริการรับจัดวงเงินกับอุปกรณ์ประเภทนั้นหรือไม่ และเมื่อครบสัญญาแล้วกรรมสิทธิ์ตกเป็นของผู้ใด
ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจแบบเช่าซื้อ ช่วยรักษาสภาพคล่องอย่างไร
ผู้สมัครที่ไม่มีบ้านหรือที่ดินสำหรับค้ำประกันอาจพิจารณาสินเชื่อที่ใช้กระแสเงินสด ประวัติการเงิน หรือผู้ค้ำประกันประกอบแทน
อย่างไรก็ตาม วงเงินและระยะเวลาผ่อนอาจจำกัดกว่าสินเชื่อมีหลักประกัน ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบว่าค่างวดที่เกิดขึ้นสอดคล้องกับกระแสเงินสดของสาขาหรือไม่
รายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ที่ สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไรและเหมาะกับใคร
กรณีธุรกิจมีความสามารถชำระหนี้ แต่มีหลักทรัพย์ไม่เพียงพอ ธนาคารอาจพิจารณาใช้ บสย. เป็นผู้ช่วยค้ำประกันตามโครงการและเกณฑ์ที่กำหนด
การมี บสย. ค้ำประกันไม่ได้ทำให้ข้ามขั้นตอนตรวจสอบเครดิตหรือกระแสเงินสด แต่ช่วยลดข้อจำกัดด้านหลักประกันในบางกรณี
อ่านต่อได้ที่ บสย. มีบทบาทกับสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์อย่างไร
การวางสินเชื่อควรแยกตามช่วงเวลาที่เงินออก ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดลงทุนรวมที่แฟรนไชส์ซอร์แจ้ง
อาจมีค่าจองสิทธิ ค่าประเมินพื้นที่ หรือเงินประกันบางประเภท ผู้สมัครควรตรวจสอบเงื่อนไขการคืนเงินให้ชัด โดยเฉพาะกรณีที่ทำเลหรือสินเชื่อไม่ผ่าน
เป็นช่วงที่ใช้เงินจำนวนมากกับงานตกแต่ง ระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ ป้าย อุปกรณ์ และเงินประกันการเช่า ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มักเหมาะกับสินเชื่อระยะยาวหรือสินเชื่อสำหรับอุปกรณ์
ต้องเตรียมค่าวัตถุดิบ สต๊อก ค่าอบรม ค่าแรงพนักงาน ค่าโฆษณาเปิดร้าน และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดซึ่งมักหลุดจากใบเสนอราคา
รายได้อาจยังไม่ถึงระดับปกติในเดือนแรก แต่ร้านต้องจ่ายค่าเช่า ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าสาธารณูปโภค และค่าธรรมเนียมให้แฟรนไชส์ซอร์แล้ว
จึงควรมีเงินทุนหมุนเวียนสำรองแยกจากเงินก่อสร้าง ไม่ควรใช้วงเงินทั้งหมดไปกับการทำร้านจนไม่มีเงินเหลือรองรับช่วงเริ่มดำเนินการ
ธนาคารจะตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ วงเงินบัตร สินเชื่อเดิม ภาระค้ำประกัน และสถานะทางการเงินของผู้สมัครหรือกรรมการบริษัท
ผู้สมัครควรแสดงให้เห็นว่ามีเงินของตนเองร่วมลงทุน ไม่ได้คาดหวังให้ธนาคารออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพราะเงินส่วนของเจ้าของช่วยรองรับค่าใช้จ่ายที่สินเชื่อไม่ครอบคลุมและลดภาระค่างวด
ยอดเงินใน Statement ควรสอดคล้องกับที่มาของเงินลงทุน หากมีเงินก้อนเข้ามาใกล้วันยื่น ควรมีหลักฐานที่มาชัดเจน เช่น เงินสะสม การขายทรัพย์สิน หรือเงินเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้น
ธนาคารต้องทราบว่าผู้สมัครได้รับสิทธิจริง อายุสัญญากี่ปี มีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง และมีข้อจำกัดในการโอนหรือยกเลิกสิทธิอย่างไร
ธนาคารอาจพิจารณาค่าเช่า ระยะเวลาสัญญา จำนวนผู้สัญจร ที่จอดรถ คู่แข่ง และเหตุผลที่แบรนด์อนุมัติพื้นที่
ยอดขายสูงไม่ได้หมายความว่าจะผ่อนสินเชื่อได้เสมอไป เพราะต้องหักต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าเช่า Royalty Fee ค่าการตลาด ภาษี และค่าใช้จ่ายประจำก่อน
เอกสารควรแบ่งออกเป็น 4 ชุด เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบได้ง่าย
บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
หนังสือรับรองบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน
รายชื่อผู้ถือหุ้น
Statement ส่วนตัวและบัญชีธุรกิจ
งบการเงินและภาษี หากมีธุรกิจเดิม
รายละเอียดภาระหนี้ปัจจุบัน
หลักฐานที่มาของเงินลงทุนของตนเอง
หนังสือรับรองการได้รับสิทธิ
รายละเอียดเงินลงทุนล่าสุด
ร่างหรือสำเนาสัญญาแฟรนไชส์
รายการอุปกรณ์และใบเสนอราคา
รายละเอียดค่าธรรมเนียมแรกเข้า
อัตรา Royalty Fee และ Marketing Fee
อายุสัญญาและเงื่อนไขต่อสัญญา
หนังสืออนุมัติหรือผลสำรวจทำเลจากแบรนด์
รูปถ่ายพื้นที่และสภาพแวดล้อม
แผนที่และพิกัดร้าน
ร่างสัญญาเช่าหรือหนังสือแสดงเจตนาเช่า
ค่าเช่า เงินประกัน และค่าเช่าล่วงหน้า
ระยะเวลาสัญญาและเงื่อนไขต่ออายุ
ประมาณการยอดขายอย่างน้อย 12 เดือน
ต้นทุนวัตถุดิบต่อยอดขาย
ค่าแรง ค่าเช่า และค่าใช้จ่ายประจำ
ประมาณการจุดคุ้มทุน
แผนใช้วงเงินแต่ละประเภท
ตารางภาระผ่อนรวมหลังได้รับสินเชื่อ
เอกสารทั้งหมดควรเล่าเรื่องเดียวกัน ยอดลงทุนในแผนควรตรงกับใบเสนอราคา วงเงินที่ขอควรตรงกับวัตถุประสงค์ และกระแสเงินสดควรแสดงให้เห็นว่าเงินจะกลับมาชำระสินเชื่อจากแหล่งใด
สมมติว่าโครงการมีเงินลงทุนรวม 2,750,000 บาท แบ่งเป็น
ค่าก่อสร้างและสิทธิแฟรนไชส์ 1,700,000 บาท
อุปกรณ์ 600,000 บาท
เงินประกันและค่าใช้จ่ายก่อนเปิด 200,000 บาท
เงินทุนหมุนเวียนสำรอง 250,000 บาท
ผู้ลงทุนมีเงินของตนเอง 1,000,000 บาท จึงวางโครงสร้างวงเงินดังนี้
เงินผู้ลงทุน 1,000,000 บาท
สินเชื่อระยะยาว 1,200,000 บาท
เช่าซื้ออุปกรณ์ 300,000 บาท
วงเงิน OD 250,000 บาท
สมมติสินเชื่อระยะยาว 1,200,000 บาท ผ่อน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยเพื่อการคำนวณ 8% ต่อปี จะมีค่างวดประมาณ 18,700 บาทต่อเดือน
ส่วนวงเงินอุปกรณ์ 300,000 บาท ผ่อน 3 ปี ภายใต้สมมติฐานอัตราเดียวกัน จะมีค่างวดประมาณ 9,400 บาทต่อเดือน
ภาระผ่อนประจำรวมจึงอยู่ที่ประมาณ 28,100 บาทต่อเดือน โดยยังไม่รวมดอกเบี้ย OD ซึ่งจะขึ้นอยู่กับยอดที่เบิกใช้จริง
หากกิจการมีกระแสเงินสดเหลือสำหรับชำระหนี้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน ค่า DSCR แบบประมาณการจะอยู่ที่
50,000 ÷ 28,100 = ประมาณ 1.78 เท่า
ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อแสดงวิธีคิด ไม่ใช่เกณฑ์รับประกันการอนุมัติ อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน และค่าใช้จ่ายจริงต้องใช้ข้อมูลจากข้อเสนอของผู้ให้สินเชื่อแต่ละแห่ง
สามารถทดลองเปลี่ยนยอดขาย ค่าใช้จ่าย และค่างวดได้ที่ เครื่องคำนวณภาระผ่อนเทียบกระแสเงินสด
หากต้องการประเมินเฉพาะวงเงินหมุนเวียน สามารถใช้เทคนิคคำนวณวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
ผู้สมัครอาจต้องรับภาระค่าเช่าหรือเงินประกัน แม้แบรนด์จะไม่อนุมัติพื้นที่ ควรกำหนดเงื่อนไขในเอกสารเช่าให้สัมพันธ์กับผลอนุมัติของแบรนด์และสินเชื่อ
ยอดขายของแต่ละสาขาขึ้นอยู่กับทำเล ค่าเช่า การแข่งขัน และความสามารถในการบริหาร ไม่ควรนำยอดขายสูงสุดของสาขาอื่นมาใช้เป็นฐานเพียงกรณีเดียว
Royalty Fee, Marketing Fee, ค่า POS และค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้อผ่านระบบแฟรนไชส์อาจทำให้กำไรที่เหลือต่ำกว่าที่คาดไว้
แม้บางโครงการจะมีวงเงินตามสัดส่วนมูลค่าลงทุน แต่ผู้สมัครควรมีเงินของตนเองรองรับค่าใช้จ่ายที่สินเชื่อไม่ครอบคลุม เงินสำรอง และเหตุการณ์ที่เปิดร้านล่าช้า
เมื่อวงเงิน OD ถูกใช้กับงานก่อสร้างระยะยาว ธุรกิจจะไม่มีวงเงินเหลือหมุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายหลังเปิดร้าน
ตัวอย่างเช่น หนังสือรับรองสิทธิระบุเงินลงทุน 2 ล้านบาท แต่ยื่นขอวงเงิน 3 ล้านบาทโดยไม่มีใบเสนอราคาหรือคำอธิบายเพิ่มเติม ธนาคารอาจตั้งคำถามถึงวัตถุประสงค์ส่วนต่าง
เริ่มจากขอรายละเอียดเงินลงทุนล่าสุดจากแฟรนไชส์ซอร์ ไม่ควรใช้ข้อมูลจากโฆษณาเก่าหรือกระทู้ที่เผยแพร่มาหลายปี เพราะต้นทุนก่อสร้าง อุปกรณ์ และค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงแล้ว
จากนั้นควรให้แบรนด์พิจารณาทำเลในระดับหนึ่งก่อน โดยหลีกเลี่ยงการผูกพันสัญญาเช่าระยะยาวหากยังไม่มีความชัดเจนว่าพื้นที่จะได้รับอนุมัติ
ขั้นต่อมาคือแยกเงินลงทุนออกเป็นสามส่วน ได้แก่ เงินก้อนสำหรับเปิดร้าน เงินสำหรับอุปกรณ์ และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อเลือกสินเชื่อให้ตรงกับอายุของค่าใช้จ่าย
ควรทำประมาณการอย่างน้อยสองกรณี คือกรณีฐานและกรณียอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย เพื่อดูว่าหากรายได้ช้ากว่าคาด 20–30% ธุรกิจยังชำระค่าเช่า ค่าแรง และค่างวดได้หรือไม่
สุดท้ายให้จัดเอกสารเป็นลำดับเดียวกัน ตั้งแต่หนังสือรับรองสิทธิ การอนุมัติทำเล ใบเสนอราคา แผนใช้เงิน ไปจนถึงแหล่งเงินชำระคืน วิธีนี้ช่วยให้ธนาคารเข้าใจโครงการได้เร็วกว่าการส่งเอกสารแยกส่วนโดยไม่มีคำอธิบายเชื่อมโยงกัน
อ่านแนวทางประเมินวงเงินเพิ่มเติมได้ที่ เทคนิคคำนวณวงเงินสินเชื่อเพื่อธุรกิจ
มีโอกาสยื่นได้ โดยเฉพาะโครงการที่ธนาคารรับพิจารณาผู้ลงทุนรายใหม่ แต่ผู้สมัครยังต้องแสดงความพร้อมด้านการเงิน ผ่านการอบรมของแบรนด์ และมีแผนบริหารร้านที่น่าเชื่อถือ
ไม่ผ่านโดยอัตโนมัติ การอนุมัติจากแบรนด์ช่วยสนับสนุนข้อมูลด้านโมเดลธุรกิจ ทำเล และต้นทุน แต่ธนาคารยังต้องตรวจเครดิต ภาระหนี้ เงินลงทุนของผู้สมัคร และความสามารถชำระหนี้
สามารถยื่นสินเชื่อธุรกิจประเภทอื่นได้ แต่จะพิจารณาตามเกณฑ์ปกติ ผู้สมัครจึงต้องเตรียมข้อมูลของแบรนด์ สัญญา ต้นทุน และกระแสเงินสดให้ละเอียดขึ้น
ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และคุณสมบัติของผู้สมัคร บางกรณีอาจใช้สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ ผู้ค้ำประกัน หรือ บสย. ค้ำประกัน แต่ยังต้องผ่านเกณฑ์เครดิตและกระแสเงินสดของธนาคาร
ควรเริ่มประเมินความพร้อมด้านสินเชื่อก่อนผูกพันค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ธนาคารมักต้องใช้เอกสารจากแฟรนไชส์ซอร์ประกอบ ผู้สมัครจึงควรวางลำดับให้มีหนังสือยืนยันหรือเอกสารสิทธิในระดับที่ธนาคารรับพิจารณา โดยยังไม่สร้างภาระที่ยกเลิกไม่ได้
ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากจำเป็นต้องรักษาพื้นที่ อาจใช้หนังสือแสดงเจตนาเช่าหรือกำหนดเงื่อนไขให้สัญญามีผลเมื่อได้รับอนุมัติจากแบรนด์และผ่านสินเชื่อ ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของพื้นที่และตรวจข้อความในสัญญาเป็นรายกรณี
ไม่มีตัวเลขเดียวใช้ได้กับทุกธนาคารและทุกแบรนด์ สัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับต้นทุนโครงการ หลักประกัน เครดิตของผู้สมัคร และสินเชื่อที่เลือก แต่การมีเงินของตนเองเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายที่สินเชื่อไม่ครอบคลุมและเงินสำรองจะทำให้แผนมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
สินเชื่อแฟรนไชส์มีข้อได้เปรียบตรงที่ผู้สมัครสามารถนำระบบของแบรนด์ ต้นทุนมาตรฐาน การอนุมัติทำเล การอบรม และหนังสือรับรองสิทธิมาใช้ประกอบแผนธุรกิจได้
บางแบรนด์ยังผ่านการคัดเลือกหรือมีโครงการร่วมกับธนาคาร ทำให้มีกรอบพิจารณาที่ชัดกว่าการเริ่มธุรกิจใหม่โดยไม่มีข้อมูลอ้างอิง
อย่างไรก็ตาม แบรนด์ไม่ได้เป็นผู้รับผิดชอบหนี้แทนผู้ซื้อแฟรนไชส์ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับเครดิต เงินทุนของผู้สมัคร ภาระหนี้ Statement ค่าเช่า และกระแสเงินสดของสาขา
แนวทางที่เหมาะสมจึงไม่ใช่การขอวงเงินก้อนเดียวให้ครอบคลุมทุกอย่าง แต่ควรแยกค่าเปิดร้าน อุปกรณ์ และเงินทุนหมุนเวียนออกจากกัน แล้วเลือกสินเชื่อให้ตรงกับอายุของค่าใช้จ่าย
หากกำลังวางแผนซื้อแฟรนไชส์และต้องการตรวจสอบว่า ควรใช้เงินของตนเองเท่าไร แบ่งวงเงินอย่างไร และเอกสารส่วนใดยังไม่พร้อม สามารถส่งข้อมูลเพื่อ ประเมินความพร้อมและสมัครสินเชื่อธุรกิจออนไลน์
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำรับรองผลการอนุมัติ วงเงิน อัตราดอกเบี้ย และเงื่อนไขขึ้นอยู่กับธนาคาร แบรนด์แฟรนไชส์ เอกสาร และคุณสมบัติของผู้สมัครแต่ละราย
ลิงก์อ่านต่อ
เขียนโดย: สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบันเป็น Financial Advisor เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ ผลงาน: ดูประวัติผู้เขียน ThaiMOOCProfile | LinkedIn ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management
ตรวจทานโดย: วิรัช หลักคำ อดีตที่ปรึกษาธุรกิจและผู้เชี่ยวชาญด้านสินเชื่อธุรกิจ มีประสบการณ์ในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน ประเมินความเสี่ยงของลูกค้า และวางโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจ เคยดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ธุรกิจสัมพันธ์ (สินเชื่อ) และมีประสบการณ์ตรงด้าน Financial Model, Feasibility Study, การประเมินมูลค่าโครงการ และการจัดทำ Business & Financial Plan ดูประวัติผู้ตรวจทาน | LinkedIn
หมายเหตุ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไขการอนุมัติขึ้นอยู่กับข้อมูลของกิจการ เอกสารประกอบ และนโยบายของผู้ให้สินเชื่อในแต่ละช่วงเวลา