เขียนโดย : สุฑามาศ
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 13 กุมภาพันธ์ 2569
ในภาคธุรกิจของไทยตั้งแต่หลังยุคโควิดมีการแข่งขันสูงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การเข้าถึงแหล่งเงินทุนเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับความอยู่รอดและการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนแต่ไม่มีทรัพย์สินค้ำประกัน หากคุณต้องการข้อมูลทั้งหมด ดูรายละเอียดเกี่ยวกับ สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ที่เหมาะกับกิจการคุณ
พื้นฐานเกี่ยวกับสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ คือ บริการทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการเงินทุนแต่ไม่มีทรัพย์สินมูลค่าสูงเพื่อใช้ค้ำประกัน สินเชื่อประเภทนี้มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายวัตถุประสงค์ เช่น การขยายธุรกิจ การเพิ่มสภาพคล่อง หรือการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่
สิ่งที่ “เหมือนเดิม” (ยังใช้ได้ทั้งปี 2568–2569)
ผู้ให้กู้ยังให้ความสำคัญกับ “กระแสเงินสดจริง” มากกว่าแนวคิดหรือยอดขายที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
เอกสารพื้นฐานยังจำเป็น เช่น statement เดินบัญชีสม่ำเสมอ รายการรายรับ–รายจ่าย และภาระหนี้รวม
ธุรกิจที่มีวินัยชำระและเดินบัญชีเป็นระบบ มักได้เงื่อนไขและโอกาสอนุมัติดีกว่า
สิ่งที่ “ควรอัปเดต” เมื่อเข้า 2569
วิธีเทียบข้อเสนอ: ไม่ดูแค่ดอกเบี้ย แต่ดู “ต้นทุนรวม” (ค่าธรรมเนียม/ค่าปรับ/เงื่อนไขเบิกใช้/ระยะเวลาถือเงินจริง)
ความปลอดภัยของผู้ให้บริการและการตรวจสอบความถูกกฎหมาย โดยเฉพาะเมื่อผู้กู้มองหาช่องทางออนไลน์
อ่านฉบับล่าสุด 2569: แนวทางของสินเชื่อsmeไม่มีหลักทรัพย์2569
ผู้เริ่มต้นธุรกิจจำนวนมากไม่มีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน เช่น ที่ดิน บ้าน หรือรถยนต์
สินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ช่วยให้พวกเขาเข้าถึงเงินทุนในช่วงเริ่มต้นได้ง่ายขึ้น
ธุรกิจจำนวนมากมีรายได้ดี มีฐานลูกค้า แต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราว
สินเชื่อประเภทนี้ช่วยให้ธุรกิจดำเนินต่อได้ โดยไม่ต้องยอมขายทรัพย์สินหรือหันไปพึ่งแหล่งเงินทุนนอกระบบ
ผู้ประกอบการที่ไม่มีทรัพย์สินหรืออยู่ในพื้นที่ชนบท มักเข้าไม่ถึงสินเชื่อที่มีเงื่อนไขเข้มงวด
สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ช่วยสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจมากขึ้น
SME เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นมากกว่า 30% ของ GDP
การเพิ่มสภาพคล่องให้ SME หมายถึงการรักษาการจ้างงาน และการบริโภคในประเทศ
ภาพรวมเศรษฐกิจ สินเชื่อ และกฎกำกับใหม่ทำให้การคัดกรองเข้มขึ้น ผู้กู้จึงต้อง “เล่าเรื่องการเงินให้ชัด” และเตรียมหลักฐานกระแสเงินสดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้มากกว่าเดิม
ภาวะเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ย: ธปท.ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายสู่ 1.50% เมื่อ 13 ส.ค. 2568 เพื่อพยุงเศรษฐกิจ แต่สถาบันการเงินยังคงระมัดระวังต่อกลุ่ม SME จึงให้น้ำหนัก คุณภาพกระแสเงินสดจริง มากขึ้นในการพิจารณา.
ความเสี่ยงเครดิตและคุณภาพพอร์ต: อัตรา หนี้เสีย (NPL) ของระบบธนาคาร อยู่แถว 2.90–2.91% ในไตรมาส 1–2/2568 สะท้อนความเสี่ยงยังสูงพอควร ส่งผลให้ธนาคารตั้งเกณฑ์คัดกรองรัดกุม โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก.
การแข่งขันเพื่อแหล่งทุนสูงขึ้น: ผู้ประกอบการรายย่อยพึ่งวงเงินหมุนเวียนมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้ให้กู้ คัดลูกค้าที่มีวินัยทางการเงิน/ข้อมูลพิสูจน์ได้ (เช่น เดินบัญชีสม่ำเสมอ เอกสารการค้าสอดคล้อง) จึงทำให้การ “คัดเลือกผู้กู้” เข้มกว่าช่วงปกติ. (สอดคล้องกับบรรยากาศนโยบายการเงินและภาพรวมสินเชื่อปี 2568).
กฎเกณฑ์ “ปล่อยกู้อย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending)” รุ่นใหม่: ธปท.ออกหลักเกณฑ์กำกับที่กำหนดให้ผู้ให้กู้ ทวนสอบความสามารถชำระหนี้อย่างละเอียด ครอบคลุมตั้งแต่พัฒนาผลิตภัณฑ์จนถึงติดตามหนี้ ส่งผลให้ผู้กู้ต้องเตรียม ข้อมูลกระแสเงินสดจริง ภาระหนี้รวม และพฤติกรรมชำระ ให้ครบถ้วน.
ยังมีเครื่องมือ “ลดความเสี่ยง” เสริมทางเข้า: โครงการค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. (TCG) ถูกใช้เป็นคันโยกช่วยบางกลุ่ม SME โดยมีกรอบงบประมาณเริ่มต้น ไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องในห่วงโซ่อุปทาน แม้การพิจารณาเป็นรายกรณีและวงเงินรวมจำกัด.
บริบทเชิงโครงสร้าง: องค์กรระหว่างประเทศยังชี้ว่า การเข้าถึงแหล่งทุนของ SME ไทย เป็นโจทย์สำคัญต่อศักยภาพการแข่งขัน ทำให้ผู้ให้กู้ “เลือกลงทุน” กับกิจการที่ พิสูจน์ศักยภาพด้วยข้อมูลจริง ได้ชัดเจนกว่า.
อย่างไรก็ตาม ดังที่ Warren Buffett เคยกล่าวไว้ว่า "ความกลัวเป็นเพื่อนที่ดีของนักลงทุนระยะยาว แต่เป็นศัตรูของผู้ที่รีบร้อน" ผู้ประกอบการที่มีแผนธุรกิจที่แข็งแกร่งและมีการเตรียมตัวที่ดีย่อมมีโอกาสในการได้รับสินเชื่อแม้ในสถานการณ์ที่ ยากลำบาก
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มีบทบาทสำคัญ มากขึ้นในการค้ำประกันสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ในปี 2568 โดยมีแนวโน้ม อาจเพิ่มวงเงินและประเภทของสินเชื่อที่ให้การค้ำประกัน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของ SMEการปรับปรุงเงื่อนไขการค้ำประกัน อาจมีการผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการเพื่อให้ SME สามารถเข้าถึงการค้ำประกันได้ง่ายขึ้น
ซึ่ง บสย มีโครงการที่เกี่ยวกับสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันดังนี้
โครงการค้ำประกันสินเชื่อที่น่าสนใจ
โครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 11 "บสย. SMEs ยั่งยืน": โครงการนี้มุ่งเน้นสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม โดยมีสิทธิประโยชน์ เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันสินเชื่อ 2 ปีแรก วงเงินค้ำประกันต่อรายตั้งแต่ 10,000 บาท ถึง 40 ล้านบาท และระยะเวลาการค้ำประกันนานสูงสุด 10 ปี
สินเชื่อธุรกิจ บสย. ค้ำประกัน 100% จากธนาคารไทยพาณิชย์: สินเชื่อนี้ให้วงเงินสูงสุด 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 10 ปี อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MRR+4.5% ต่อปี และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เนื่องจาก บสย. ค้ำประกันเต็มจำนวน
คุณสมบัติของผู้ประกอบการที่สามารถขอรับการค้ำประกัน
สำหรับบุคคลธรรมดา: โครงการ "สมาร์ท วัน (Smart One)" เหมาะสำหรับ SMEs บุคคลธรรมดา โดยสามารถยื่นขอค้ำประกันต่อราย 200,000-40,000,000 บาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 2 ปีแรก และปีที่ 3-10 จ่าย 1.75% ต่อปี
สำหรับนิติบุคคล โครงการ "สมาร์ท บิซ (Smart Biz)" เหมาะสำหรับ SMEs นิติบุคคล โดยสามารถยื่นขอค้ำประกันต่อราย 200,000-40,000,000 บาท โดยมีค่าธรรมเนียมเริ่มต้นที่ 1.25% ต่อปี และฟรี 3 ปีแรก
ยื่นสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ให้ “ผ่านไว–เงื่อนไขดี” เริ่มจากพิสูจน์กระแสเงินสดแบบอ่านออกใน 10 นาที: ข้อมูลครบ กระชับ และผูกกับรอบงานจริง
สเตทเมนต์ 6–12 เดือน + ไฮไลต์เงินเข้า: วงรอบรายได้, ฤดูกาล, วันที่ยอดใหญ่เข้า
ปฏิทินเงินสด 8–12 สัปดาห์: สัปดาห์ไหนใช้เงินอะไร และ วันเงินเข้า = วันโปะคืน
ก้อนงานที่ใช้เงิน: แยกสต็อก/แรงงาน/ขนส่ง พร้อมใบเสนอราคาสั้น ๆ
วงเงินพอดีงาน + กันชน 10–15%: ขอเท่าที่ใช้จริง ลดงวดตึง
เรื่องเล่าธุรกิจ 1 หน้า: ลูกค้าหลัก, เทอมการค้า, ความเสี่ยง–วิธีรับมือ
เช็กลิสต์ก่อนส่ง: งบ/สเตทเมนต์, ปฏิทินเงินสด, รายการใช้เงิน, แผนโปะ, หลักฐานรายได้
ตัวอย่าง
ค่าใช้จ่ายหมุน 500,000/เดือน → วงเงินพอดีงาน ≈ 500,000 × 1.2 = 600,000 + กันชน 10% = 660,000 บาท ตั้งวันโปะตรงวันลูกค้าจ่าย ใส่ในปฏิทินเงินสดให้เห็นชัด
1) ปี 2568 ยังสมัครสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ได้หรือไม่?
สมัครได้ แต่เงื่อนไขและเกณฑ์พิจารณาอาจเปลี่ยนตามนโยบายและผลิตภัณฑ์ของแต่ละสถาบัน แนะนำตรวจฉบับอัปเดตปี 2569 ก่อนสมัครจริง
2) ทำไมคนยังค้นคำว่า “สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2568” อยู่?
เพราะผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งยังอ้างอิงข้อมูลตามปีที่เริ่มทำธุรกรรม/เริ่มหาสินเชื่อ หรือกำลังเทียบเงื่อนไขเดิมกับปัจจุบัน
3) ข้อมูลปี 2568 ส่วนไหน “ยังใช้ได้” แน่นอน?
หลักการเตรียมเอกสารและการเล่าเรื่องกระแสเงินสดยังใช้ได้ เช่น statement สม่ำเสมอ แยกบัญชีธุรกิจกับส่วนตัว และวัตถุประสงค์ใช้เงินชัดเจน
4) ถ้าจะสมัครในปี 2569 ควรเริ่มอ่านจากหน้าไหน?
อ่านบทความ “สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ 2569” (ฉบับล่าสุด) ก่อน เพื่อดูทางเลือกและขั้นตอนสมัคร
สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ในปี 2568 ยังคงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนในการพัฒนาธุรกิจ แม้จะมีความท้าทายในการขอสินเชื่อมากขึ้น แต่ด้วยการเตรียมตัวที่ดีและการใช้ประโยชน์จากการค้ำประกันของ บสย. ผู้ประกอบการ SME ยังคงมีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำเป็นต่อการเติบโตของธุรกิจ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ หรือต้องการคำปรึกษาในการขอสินเชื่อ เชิญเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและติดต่อเพื่อขอคำปรึกษาได้เสมอครับ
#สินเชื่อSME #ไม่มีหลักทรัพย์ #บสย #ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม #สินเชื่อธุรกิจsme
เกี่ยวกับผู้เขียน
สุฑามาศ พูลสวัสดิ์ อดีต Credit Analyst และปัจจุบัน Financial Advisor เชี่ยวชาญการวิเคราะห์งบการเงินและกระแสเงินสดเพื่อการขอสินเชื่อธุรกิจ
ยืนยันตัวตน/ผลงาน:ThaiMOOC Profile|LinkedIn
ใบรับรอง:การเงินส่วนบุคคล (Personal Finance)|Managerial Accounting & Financial Management